สรรหาหนูน้อยนักเล่านิทาน ครั้งที่ 14 ผลลัพธ์พ่อแม่อ่านหนังสือให้ลูกฟัง

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 25 พฤษภาคม 2562 00:00:14 น.

การอ่านถือเป็นพื้นฐานของการพูด การคิด และการเรียนรู้ที่ดี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นคนประสบความสำเร็จในชีวิตมากมายเพราะมาจากการอ่านหนังสือทั้งนั้น โครงการต่างๆ มากมายที่เกิดขึ้นจึงมุ่งหวังอยากจะให้เด็กไทยรักการอ่านหนังสือ ซึ่งการจะทำให้เด็กรักการอ่านได้นั้นก็มีนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญออกมาเผยว่าควรเริ่มต้นจากพ่อแม่ ผู้ปกครอง ที่ต้องอ่านหนังสือให้ลูกฟังตั้งแต่ยังเล็ก แล้วเด็กจะกลายเป็นคนรักการอ่านไปเอง

จากมุมมองนี้เป็นที่มาทำให้ภาคีเครือข่าย 4 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (TK park) มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก สถานี Happy Family Radio FM 105 MHz วิทยุเพื่อครอบครัว และหอสมุดแห่งชาติ ได้ร่วมกันจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการลับสมอง ประลองปัญหา สรรหาหนูน้อยนักเล่านิทาน ครั้งที่ 14 ภายใต้แนวคิด "เล่านิทาน อ่านความคิด รู้ทันชีวิต" ณ อาคารอเนกประสงค์ มิวเซียมสยาม กรุงเทพฯ

สำหรับโครงการลับสมอง ประลองปัญหา สรรหาหนูน้อยนักเล่านิทานครั้งที่ 14 ภายใต้แนวคิด "เล่านิทาน อ่านความคิด รู้ทันชีวิต" มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง คุณครู ตระหนักเห็นความสำคัญของการอ่าน โดยเริ่มจากพ่อแม่เล่านิทาน อ่านหนังสือให้ลูกฟัง คุณครูและเด็กๆ ร่วมกันเล่านิทานอ่านหนังสือที่โรงเรียน แล้วเกิดการต่อยอดจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก ขึ้นมาแสดงความสามารถด้านการเล่านิทานบนเวทีการประกวดเล่านิทาน ซึ่งเป็นเวทีให้เด็กได้แสดงออกผ่านการเล่านิทานที่เป็นธรรมชาติและเหมาะกับวัย

นายกิตติรัตน์ ปิติพานิช รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ และผู้อำนวยการสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ TK park กล่าวว่า TK Park ตระหนักถึงความสำคัญของการอ่าน การคิด และการแสวงหาความรู้ในกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยริเริ่มและดำเนินโครงการลับสมอง ประลองปัญญา สรรหาหนูน้อยนักเล่านิทานอย่างต่อเนื่องทุกปี นับตั้งแต่ปี 2549 ตลอดระยะเวลาการจัดโครงการยาวนานถึง 14 ปี ได้พิสูจน์ความมุ่งมั่นของเราในการส่งเสริมการอ่าน  สำหรับเด็กปฐมวัย เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ TK park ให้ความสำคัญเสมอมา เพราะนี่ไม่ใช่เพียงการประกวด แต่คือการเปิดโลกการเรียนรู้ของเด็ก จากการฟัง สู่การอ่าน การทำความเข้าใจ และการสื่อสารเรื่องราวเหล่านั้นสู่ผู้คน ตนเชื่อมั่นว่าทักษะเหล่านี้จะต่อยอดการเรียนรู้ของเด็กให้ดีขึ้นในทุกๆ ด้าน และสามารถนำไปพัฒนาตนเองได้ตลอดชีวิต

ขณะที่ ดร.สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน ผู้จัดโครงการฯ กล่าวว่า แนวคิดของการประกวดโครงการครั้งนี้ คือ เล่านิทาน อ่านความคิด รู้ทันชีวิต ซึ่งต้องการสะท้อนให้เห็นว่าการที่พ่อแม่ ผู้ปกครองเล่านิทานให้ลูกฟังตั้งแต่เล็ก จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการอย่างรอบด้าน ฝึกกระบวนการคิดทั้งการรับข้อมูลจากการฟัง จนถึงการพยายามถ่ายทอดข้อมูลที่ต้องผ่านกระบวนการคิด และนำไปสู่การเล่านิทานด้วยตนเอง เหมือนเป็นการอ่านชีวิต เด็กที่ได้ฟัง พูด อ่าน และเล่านิทานที่ดี จะมีโอกาสพัฒนาทักษะพื้นฐานที่ดี คิดได้ คิดเป็น เรียนรู้ได้ไว และสุดท้ายจะนำไปสู่การรู้จักใช้ชีวิต รู้ทันชีวิตมากขึ้น

ด้านสุธาทิพ ธัชยพงษ์ ประธานมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก กล่าวเสริมว่า การอ่านให้ลูกฟังตั้งแต่เด็กควรอ่านอย่างสม่ำเสมอทุกๆ วัน วันละ 15 หรือ 30 นาที อาจจะเริ่มต้นตั้งแต่ให้เขาอ่านหนังสือภาพ จากนั้นค่อยเปลี่ยนเป็นหนังสือนิทานพ่อแม่อ่านด้วยกันกับเด็ก แล้วนำมาพูดคุยกัน แล้วเด็กก็จะซึมซับไปเอง แรกๆ คุณพ่อคุณแม่อาจจะเป็นผู้เลือกหนังสือนิทานตามที่ตนเองต้องการว่าจะสอนเรื่องอะไร แล้วครั้งต่อไปเด็กจะเป็นคนเลือกเองว่าเขาอยากจะอ่านเรื่องอะไร ซึ่งเป็นไปตามสเต็ปแบบนี้จริงๆ ที่สำคัญคือ เด็กช่วง 2 ขวบแรกห้ามให้ใช้อุปกรณ์ไอทีเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นจะติด ควรเลี่ยงด้วยการอ่านหนังสือ ถ้าเขาชอบอ่านหนังสือจะไม่สนใจไอทีเลย อาจจะเล่นบ้างแต่ไม่ถึงกับติด ฉะนั้นก็จะสรุปได้ว่าเด็กที่มีคุณภาพต้องเริ่มต้นจากหนังสือเท่านั้น สุดท้ายแล้วเขาก็จะมีความคิดเป็นของตนเอง

ด้านน้องน้ำว้า ด.ญ.นภัทร รุ่งโรจันทร์ หนูน้อยนักเล่านิทานรางวัลชนะเลิศโครงการครั้งที่ 12 ระดับอายุ 4-6 ปี กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่สนุก และเปิดโอกาสให้เราได้เล่านิทานที่เราอ่าน และการอ่านทำให้ได้รับประโยชน์มากมาย นิทานแต่ละเล่มล้วนให้ทั้งความรู้และข้อคิดมากมายแตกต่างกันออกไป อย่างของหนูชื่นชอบนิทานเรื่องหนึ่งชื่อ ต้นไม้ของพระราชา เป็นเรื่องเกี่ยวกับในหลวง ร.9 ทรงปลูกต้นไม้แล้วออกดอกออกผลเป็นหนังสือ ซึ่งให้ข้อคิดว่าในหลวงท่านทรงปลูกต้นไม้ให้กับคนไทย ผลที่ออกมาเป็นหนังสือก็เพราะท่านทรงให้หลักคำสอนแนวคิดต่างๆ แล้วยังมีอีกหลายเรื่องที่น่าสนุก ก็อยากชวนเพื่อนๆ มาร่วมโครงการนี้

ชรินภัทร รุ่งโรจันทร์ คุณแม่ของน้องน้ำว้า กล่าวว่า คุณแม่เริ่มอ่านหนังสือให้น้ำว้าฟังมาตั้งแต่เขาอยู่ในท้อง และมีเวลาเลี้ยงน้องเป็นงานประจำ จึงได้เล่านิทานให้เขาฟังทุกครั้ง พอคลอดน้องออกมาก็จะพาเขาอ่าน แรกๆ อาจจะยังพูดไม่ชัด แต่พอพาอ่านไปเรื่อยๆ เขาก็เริ่มจะมีการสะสมคลังคำศัพท์เอาไว้ในหัว คุณแม่อ่านให้เขาฟังทั้งนิทานภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พอเขาสะสมไปเรื่อยๆ แล้ว ทำให้การสื่อสารของเขาดีกว่าเด็กทั่วๆ ไป ส่วนการเข้าประกวดโครงการ ตอนนั้นน้องเริ่มเข้าประกวดตั้งแต่อายุ 4 ขวบ ไม่ได้หวังให้เขาได้รางวัล แต่อยากให้เขาได้กล้าแสดงออกในสิ่งที่เขาได้อ่าน ได้รู้มา ช่วยเสริมความมั่นใจให้เขาได้มากพอสมควร จะสังเกตเห็นว่าเขาเป็นเด็กกล้าที่จะพูด หรือแสดงออก

ด้านนิตยา กีรติเสริมสิน คุณแม่ของน้องแซลมอน ด.ญ.ขวัญตะวัน กีรติเสริมสิน หนูน้อยนักเล่านิทานครั้งที่ 13 เผยประสบการณ์ว่า ลูกของตนช่วงเล็กๆ ติดมือถือมากจนไม่สามารถดึงออกจากมือได้เลย ทำให้เกิดความกังวล จึงหาทางออกด้วยการหาซื้อหนังสือนิทานมาหลายๆ เล่ม หมดเงินหลายบาท มาอ่านให้เขาฟัง พาเขาอ่านด้วย จนกระทั่งทุกคืนเขาต้องชวนพ่อแม่อ่านนิทาน ซึ่งก็แสดงให้เห็นว่าการอ่านหนังสือได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเขาไปแล้ว ทำให้คนเป็นแม่รู้สึกดีกว่าแต่ก่อน

อย่างไรก็ตาม สำหรับโครงการปีนี้จะเป็นการประกวดเล่านิทานประเภทเดี่ยวแบ่งเป็น 2 ระดับอายุ คือ ระดับอายุ 4-6 ปี และ 6-9 ปี โดยจัดประกวด รอบคัดเลือกส่วนกลางที่หอสมุดแห่งชาติ กรุงเทพฯ และส่วนภูมิภาคได้แก่ ภาคเหนือ เชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอนแก่น และภาคใต้ นครศรีธรรมราช ส่วนรอบชิงชนะเลิศจะจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ โดยเปิดรับสมัครรอบคัดเลือกทั่วประเทศตั้งแต่ 15 พ.ค.-15 มิ.ย. ผู้ชนะจะได้รับถ้วยรางวัล ทุนการศึกษา เกียรติบัตร และของรางวัลอีกมากมาย.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง