แคมเปญหนึ่งเสียงเปลี่ยนชีวิต ยับยั้งความรุนแรงต่อเด็ก

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 25 พฤษภาคม 2562 00:00:48 น.

ปัญหาความรุนแรงต่อเด็กยังคงมีให้เห็นในสังคมไทยอยู่เนืองๆ ซึ่งไม่ใช่แค่การทำร้ายร่างกาย แต่ยังรวมไปถึงความรุนแรงด้วยการด่าทอ การล่วงละเมิดทางเพศ การถูกทอดทิ้งหรือปล่อยปละละเลย และการแสวงหาประโยชน์จากเด็กด้วย ทำให้ยูนิเซฟจับมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดตัวแคมเปญ "หนึ่งเสียงเปลี่ยนชีวิต" เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของสังคมในการหยุดยั้งความรุนแรงต่อเด็ก ผ่านการโทรศัพท์เข้ามายังศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 สายด่วนของรัฐเมื่อพบเห็นเด็กถูกกระทำความรุนแรง ทุกรูปแบบ

แคมเปญนี้เปิดตัวด้วยคลิปวิดีโอความยาว  4 นาที ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของยูนิเซฟ ซึ่งจำลองเหตุการณ์ในร้านอาหารแห่งหนึ่งที่พ่อลงโทษลูกสาวอย่างรุนแรง ทั้งด่าทออย่างหยาบคาย และลงมือทำร้ายร่างกายจนมีรอยบาดเจ็บ ช้ำตามตัวเด็ก คลิปวิดีโอแสดงให้เห็นปฏิกิริยาของลูกค้าที่อยู่ในร้าน โดยหลายคนแสดงความเป็นห่วง และกังวลต่อสวัสดิภาพของเด็กอย่างชัดเจน แต่ไม่แน่ใจว่าจะเข้าไปช่วยเหลือเด็กได้อย่างไร ซึ่งเป็นคลิปวิดีโอที่จะช่วยกระตุ้นให้คนในสังคมช่วยกันสอดส่องดูแลเด็กเมื่อพบเห็นเด็กได้รับการกระทำความรุนแรง จะต้องตื่นตัวและรีบแจ้งเหตุไปที่สายด่วน 1300

นายแกรี่ ริสเซอร์ หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองเด็ก องค์การยูนิเซฟประเทศไทย กล่าวว่า จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุขในปี 2560 ซึ่งเก็บข้อมูลจากโรงพยาบาล 622 แห่งในประเทศไทย พบว่ามีเด็กเกือบ 9,000 คน ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากถูกทำร้ายร่างกาย และถูกละเมิดทางเพศ ขณะเดียวกันผลสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทยปี 2558-2559 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติก็พบว่ามีเด็กอายุระหว่าง 1-14 ปีจำนวนร้อยละ 4 หรือคิดเป็นประมาณ 470,000 คน เคยถูกลงโทษทางร่างกายอย่างรุนแรงมากที่บ้าน ซึ่งไม่ใช่แค่โดนตีที่มือ แต่เป็นการตบหัวบ้าง โดนตีซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขณะที่แต่ละปีกลับมีผู้แจ้งเหตุรุนแรงต่อเด็กผ่านสายด่วน 1300 เพียงไม่กี่พันราย

"จากการศึกษาทั่วโลกขององค์กรยูนิเซฟชี้ให้เห็นว่า ความรุนแรงต่อเด็กเกิดขึ้นในทุกช่วงอายุของเด็ก และเกิดในทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน โรงเรียน ชุมชน โดยมักกระทำโดยบุคคลที่ใกล้ชิดกับเด็ก และเหตุการณ์ส่วนใหญ่มักไม่เป็นที่รับรู้หรือไม่มีการรายงาน อาจจะด้วยความคิดของคนในสังคมที่คิดว่าไม่ใช่เรื่องของคนนอก เป็นเรื่องในครอบครัว หรือไม่ทราบว่าจะช่วยเหลืออย่างไร แต่อยากให้มองถึงสิ่งที่น่ากังวลคือผลกระทบที่เด็กจะได้รับทั้งในระยะสั้นและระยะยาว นอกจากจะได้รับบาดแผลแล้ว การ กระทำรุนแรงยังมีผลต่อจิตใจของเด็กด้วย ทำให้เด็กเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล การทำร้ายตนเอง ไปจนถึงการฆ่าตัวตาย และยังเป็นการไปขัดขวางพัฒนาการทางด้านสมอง และบั่นทอนความสามารถในการเรียนรู้ สุดท้ายแล้วก็ส่งผลให้เด็กเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่เขาก็จะกลายเป็นคนที่ใช้ความรุนแรงต่อเด็กและเยาวชนในรุ่นต่อๆ ไปด้วย" นายแกรี่กล่าว

หัวหน้าคุ้มครองฝ่ายเด็กยูนิเซฟกล่าวต่อว่า นอกจากนี้จากการศึกษาการใช้ความรุนแรงต่อเด็กยังพบว่ายังส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอีกด้วย เพราะเป็นเรื่องที่ต้องมีต้นทุนค่าใช้จ่ายสูงถึง 209 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งค่าใช้จ่ายจำนวนมากนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการใช้จ่ายดูแลเด็กทั้งสิ้น ดังนั้นจุดประสงค์ของแคมเปญนี้ก็เพื่อจะสร้างความเข้าใจว่าความรุนแรงคืออะไร สามารถบอกได้ว่าอะไรคือสิ่งที่ไม่ถูกต้องเมื่อเขาพบเห็น และเมื่อพบเห็นเหตุการณ์จริงด้วยตนเองก็ควรจะแจ้ง เพราะว่าหนึ่งเสียงของทุกคนจะสามารถช่วยปกป้องเด็กได้ โดยจะมีการรณรงค์ผ่านคอนเทนต์วิดีโอต่างๆ ที่จะเผยแพร่ในช่องทางของยูนิเซฟ

ด้านนางสุภัชชา สุทธิพล รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เผยว่า เพื่อช่วยกันรณรงค์การกระทำความรุนแรงต่อเด็ก ที่ผ่านมากระทรวง พม.ได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมสายด่วน 1300 เพื่อเป็นศูนย์กลางการให้คำแนะนำปรึกษา รับเรื่องราวร้องทุกข์แก่ผู้ประสบปัญหาสังคมอย่างครอบคลุมทุกพื้นที่โดยไม่เลือกปฏิบัติ มีเจ้าหน้าที่ และนักสังคมสงเคราะห์วิชาชีพปฏิบัติงานให้คำแนะนำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยเหลือประสานส่งต่อ รวมทั้งมีการช่วยเหลือเชิงรุกโดยมีหน่วยเคลื่อนที่เร็ว

นางสุภัชชากล่าวต่อว่า จากการรับแจ้งของศูนย์ช่วยเหลือสังคมในปีงบประมาณ 2559-2561 พบว่า สถิติการถูกกระทำความรุนแรงในกลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชนรวมทั้งสิ้นจำนวน 4,440 ราย เป็นการกระทำที่ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว จำนวน 2,434 ราย และการถูกกระทำด้วยความรุนแรงนอกครอบครัว จำนวน 2,006 ราย ซึ่งสอดคล้องกับสถิติในปีงบประมาณ 2562 ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2561-15 พ.ค.2562 ที่มีการแจ้งเหตุการกระทำความรุนแรงในครอบครัวสูงถึง 1,351 ราย ส่วนความรุนแรงนอกครอบครัวมี 595 ราย และมีแนวโน้มที่สถิติการรับแจ้งเหตุการกระทำความรุนแรงในกลุ่มเด็กและเยาวชนจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อช่วยให้สภาพปัญหาการกระทำความรุนแรงในกลุ่มเด็กและเยาวชน ศูนย์ช่วยเหลือสังคมจะมีช่องทางรับแจ้งเหตุ 3 ช่องทาง คือ สายด่วน 1300 หรือติดต่อด้วยตนเองและสื่อสังคมออนไลน์

รองปลัดกระทรวง พม.กล่าวอีกว่า การดำเนินงานหลังจากได้รับแจ้งสายด่วน 1300 หรือช่องทางออนไลน์ ทางศูนย์จะรับแจ้งและให้การช่วยเหลือเด็กในรูปแบบต่างๆ จากการร่วมมือของเจ้าหน้าที่ ศูนย์เอง แพทย์ พยาบาล ตำรวจ นักจิตวิทยา  นักสังคมสงเคราะห์ เมื่อได้รับแจ้งเหตุแล้วจะมีการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและบันทึกข้อมูลในระบบฐานข้อมูลของศูนย์ช่วยเหลือสังคม โดยเจ้าหน้าที่รับเรื่องจะให้ข้อมูลคำปรึกษาและสามารถยุติการให้บริการได้ในกรณีที่มีปัญหาไม่ซับซ้อน แต่กรณีที่มีปัญหาซับซ้อนจะนำเรื่องปรึกษานักสังคมสงเคราะห์วิชาชีพเพื่อร่วมพิจารณาวางแผนการให้ความช่วยเหลือ และประสานส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากเป็นผู้ที่อยู่ในภาวะวิกฤติในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ศูนย์ช่วยเหลือสังคมจะลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ความช่วยเหลือทันที จากนั้นการทำงานก็จะเป็นไปตามกระบวนการของเจ้าหน้าที่และนักสังคมสงเคราะห์

"การแก้ไขปัญหาการกระทำความรุนแรงในกลุ่มเด็กเยาวชนที่ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการแจ้งเหตุจึงเป็นหน้าที่ของประชาชนชาวไทยทุกคนเมื่อพบเห็นเด็ก ถูกกระทำความรุนแรงขอให้พิจารณาว่าเราสามารถมีส่วนร่วมหยุดยั้งความรุนแรงนั้นด้วยวิธีใดบ้าง ยกตัวอย่างสถานการณ์ความรุนแรง เด็กถูกบุคคลในครอบครัวด่าทอและตีด้วยไม้แขวนเสื้อบริเวณหน้าบ้าน พลเมืองดีมีส่วนร่วมหยุดยั้งความรุนแรงด้วยการเบี่ยงเบนความสนใจ เช่น ขอเข้าไปพูดคุยว่าเรื่องราวมันเป็นอย่างไร และเด็กหรือผู้กระทำหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องจะทำอย่างไรได้บ้าง เพื่อช่วยให้สภาพปัญหาทุเลาลง หรือเข้าไปแทรกแซงกรณีที่เหตุการณ์ความรุนแรงนั้นอาจทำให้เด็กได้รับอันตรายต่อร่างกายอย่างสาหัส" นางสุภัชชากล่าว

อย่างไรก็ตาม แคมเปญนี้ยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 ตลอดจนบอกเล่าเรื่องราวประสบการณ์ของผู้ที่เคยแจ้งเหตุและเสียงของเด็กที่เคยถูกทำร้าย โดยจะมีการปล่อยคลิปวิดีโอออกมากระตุ้นให้คนในสังคมช่วยกันยับยั้งปัญหาความรุนแรงอีกทั้งสิ้น 3 วิดีโอ และยังมีศิลปินชื่อดัง แบมแบม กันต์พิมุก ภูวกุล ศิลปินจากประเทศเกาหลีใต้ มาร่วมเป็นกระบอกเสียง นอกจากนี้ยังเสนอกิจกรรมต่างๆ ที่ประชาชนจะสามารถทำได้ เช่น จัดทำสติกเกอร์ โปสเตอร์ หรือกิจกรรมอื่นๆ เพื่อสร้างความตื่นตัวในชุมชน.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง