คอลัมน์แวดวงฅนการเมือง

ข่าวทั่วไป 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

พีแอล สนุกสนานครื้นเครงกันไปแล้วกับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก หลังผ่านมา 5 ปีที่ไม่มีผู้แทนราษฎร เพื่อดำเนินวาระเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร กลายเป็นการประชุมสภาฯ ครั้งสำคัญที่ประชาชนทั้งประเทศร่วมกันติดตามอย่างใจจดใจจ่อมากเป็นพิเศษ ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ จนในที่สุดก็ได้ "ชวน หลีกภัย" อดีตนายกรัฐมนตรี, ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร 258 เสียง ชนะ "สมพงษ์ อมรวิวัฒน์" ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ที่ได้รับคะแนน 235 เสียง...* บรรยายใต้ภาพ ชวน หลีกภัย วีระกร คำประกอบ เทพไท เสนพงศ์ อนุรักษ์ เจนตวนิชย์

แม้จะเป็นแค่การเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร แต่กลับยืดเยื้อยาวนาน เพราะ "พรรคพลังประชารัฐ" โดย "วีระกร คำประกอบ" ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ เป็นตัวแทนในการยื่นญัตติขอเลื่อนการประชุมเลือกประธานและรองประธานสภาฯ ออกไป ด้วยปัญหาภายในพรรคที่ไม่ลงตัว ท่ามกลางเสียงคัดค้านจาก ส.ส.พรรคฝ่ายประชาธิปไตยที่นำโดย "พรรคเพื่อไทย-พรรคอนาคตใหม่" อันนำมาสู่การลงมติแบบเปิดเผยว่า เห็นด้วยหรือไม่ในการเลื่อนประชุมออกไป ถือเป็นการวัดพลัง 2 ขั้วยกแรก ปรากฏเสียงไม่เห็นด้วยชนะไปอย่างเฉียดฉิว 248 : 246 เสียง...*

อย่างไรก็ตาม ในเสียงไม่เห็นด้วย ซึ่งส่วนใหญ่มาจาก 7 พรรคสัตยาบันฝ่ายประชาธิปไตย กลับมี 5 เสียงจากพรรคพลังประชารัฐโหวตรวมเข้าไปด้วย แล้วกลับมาร้องต่อ "ชัย ชิดชอบ" ประธานสภาฯ ชั่วคราว ขอแก้ไขภายหลังเป็นเห็นด้วย ก็ถูกอภิปรายคัดค้านการแก้ไขยับเยิน ทำนองว่าการลงคะแนนออกเสียงไปแล้ว จะเปลี่ยนใจขอแก้ไขภายหลังไม่ได้ ประธานสภาฯ จึงตัดสินใจไม่รับการแก้ไขจนนำมาสู่ผลดังกล่าว นอกจากพรรคฝ่ายประชาธิปไตยจะได้เฮในยกแรกแล้ว ชื่อเสียงพรรคพลังประชารัฐก็ยับไปกับการเสนอเลื่อนประชุมตั้งแต่วันแรก และยังมีคนโหวตผิดจากพรรคจนวุ่น...*

การดำเนินการเลือกประธานสภาฯ ครั้งนี้ได้สำเร็จ นอกจากกล่าวได้ว่าเป็นชัยชนะของประชาธิปไตยแล้ว ยังเป็นชัยชนะของประเทศชาติ เพราะการประชุมสภาฯ ครั้งแรกในรอบ 5 ปี ไม่ควรเสื่อมเสียเกียรติไปกับการเลื่อนประชุมตั้งแต่วันแรก เสียหายต่อภาพลักษณ์ประเทศ ที่เรามีผู้แทนราษฎรที่ไม่รู้จักเตรียมพร้อมตัดสินใจให้ทันกับการประชุมอันสำคัญครั้งนี้ แล้วชักชวนกันโหวตเป็นฝักถั่วจะยื้อเวลาให้เสียเปล่าออกไปอีก ตกลงแล้วเป้าหมายของการทำหน้าที่นั้นจะเป็นผู้แทนราษฎรสมชื่อ สมกับที่กินภาษีของประชาชนได้หรือไม่...*

ส่วน 5 เสียงพรรคพลังประชารัฐที่โหวตผิด ยังไม่อาจรู้ได้ว่ามาจากสาเหตุใดกันแน่ หากให้คาดการณ์เหตุผลคงเป็นไปได้อย่างน้อย 2 ประการคือ 1.ขานผิดเองสวนพรรคพวก ก็ต้องถามว่าเรื่องง่ายๆ แค่การออกเสียงยังผิดพลาด แล้วมาขอให้แก้ไขภายหลัง เป็นการสมควรหรือไม่ที่เป็นถึงผู้แทนราษฎรยังผิดพลาดกับเรื่องแบบนี้ 2.ตั้งใจขานไม่เห็นด้วยจริงๆ ที่จะให้เลื่อนประชุม อาจจะด้วยความไม่ต้องการเสียเวลา เสื่อมเสียเกียรติสภาฯ ขอโหวตสวนพรรคพวก แต่โดนพรรคพวกเฉ่งเอาเลยมาขอแก้ไข ข้อนี้โอกาสเป็นไปได้คงน้อยกว่า เพราะถ้ามีอุดมการณ์จริงคงไม่ขอแก้ไขให้วุ่นวายหรอก...*

ส่วนคนนี้อาจเรียกได้ว่ามีอุดมการณ์พอประมาณเป็นการส่วนตัว "เทพไท เสนพงศ์" ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เป็นเสียงเดียวของพรรคประชาธิปัตย์ที่งดออกเสียง ก่อนให้สัมภาษณ์ภายหลังยืนยันว่า "การโหวตของผมเป็นเชิงสัญลักษณ์ เพราะแคร์ความรู้สึกของประชาชนที่รอการก้าวเดินของประชาธิปไตย และรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นหากเลื่อนการประชุมสภาฯ ออกไป ก็ต้องเลื่อนเวลาเลือกนายกรัฐมนตรี และการจัดตั้งรัฐบาลด้วย ทั้งนี้ ใจจริงไม่เห็นด้วย แต่ก็ใช้วิธีการงดออกเสียง" และบอกว่า "เราว่างเว้นสภาฯ มาถึง 5 ปีแล้ว อย่าให้ประชาชนสิ้นหวัง"...*

รับชะตากรรมเดียวกันกับสหายเสียแล้ว "อนุรักษ์ เจนตวนิชย์" หรือ "ฟอร์ด เส้นทางสีแดง" นักเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อต้าน คสช.อีกราย โดนรุมทำร้ายร่างกายไม่ต่างกับที่ "เอกชัย หงส์กังวาน" โดนไปก่อนหน้านี้ จากที่จะเดินทางมาชุมนุมหน้าอาคารทีโอที ซึ่งใช้เป็นที่ประชุมสภาฯ ชั่วคราว กลับต้องเข้าโรงพยาบาลแทน แน่นอนว่าการทำร้ายร่างกายเป็นอาชญากรรมที่ต้องหาตัวผู้กระทำมารับโทษต่อไป แต่การที่ "ฟอร์ด" โพสต์ข้อความนัดชุมนุม ด่าสภาฯ ด้วยถ้อยคำหยาบคาย ก็ถือเป็นการยั่วยุให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้ ทั้งที่สภาฯ นั้น ก็มีพรรคพวกเดียวกันอยู่ด้วยมิใช่หรือ?...*


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ