ข่าวอินโฟเควสท์
14:44 BKD ลุยรับงานเอกชนครึ่งปีแรกเจาะกลุ่มโรงแรม-รพ.ดัน backlog 1.2 พันลบ.จ่อประมูลโรงแรมภาคใต้อีก 3-4 แห่ง   นางนุชนารถ รัตนสุวรรณชาติ ประธานเจ้าหน…
14:39 (เพิ่มเติม)กลยุทธ์การลงทุนรอบบ่ายวันที่ 25 มิถุนายน 2562   โบรกเกอร์ แนวรับ แนวต้าน กลยุทธ์ จากบทวิเคราะห์ ASL 1,722 1,725 ดัชนีปิดภาคเช้ามีแรง…
14:35 ภาวะตลาดหุ้นจีน: เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดลบ 26.08 จุด นลท.จับตาประชุม"ทรัมป์-สี"   ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดตลาดวันนี้ปรับตัวลง เนื่องจา…
14:28 นายกฯ ยืนยันภายในกลางเดือนหน้าได้รัฐบาลใหม่แน่นอน แย้มอาจมีรายชื่อหลุดโผ   พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนต…
14:23 ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดอ่อนตัวลง เหตุวิตกสถานการณ์สหรัฐ-อิหร่าน   ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดวันนี้อ่อนตัวลง เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในอ่าว…

คอลัมน์: จัตุรัสทั่วไทย: ททท.เปิดแผนปฏิบัติการใหม่'5RE5ด้าน'ปี'63 กรีนซีซั่น'62งัดสารพัดโปรทำเป้า3.4ล้านล้าน

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม 2562 00:00:36 น.

ผู้นำการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประกาศจัดทัพภารกิจใหม่ในเวทีการประชุมแผนการตลาดประจำปี 2563 ((TAT Action Plan 2020 : TATAP 2020) ช่วงเดือนกรกฎาคม 2562 นี้ โดยพุ่งเป้าปรับปรุงแผนเชิงรุกให้เข้มแข็ง ทำให้ประเทศไทยผงาดผู้นำแถวหน้าตลาดท่องเที่ยวอาเซียนและเอเชียภายใต้ "5 RE" รวมทั้งรุกกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศปั๊มรายได้ช่วง 5 เดือนหลังระหว่างพฤษภาคม-กันยายน 2562 จัดแคมเปญโปรโมชั่นและแพ็กเกจร้อนแรงผ่านออนไลน์ค่ายใหญ่ๆ เพื่อเร่งทำยอดรายได้ท่องเที่ยวตลอดทั้งปีเข้า 3.4 ล้านล้านบาท

ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ในปี 2563 จะขับเคลื่อนภารกิจการตลาดในและต่างประเทศทั่วโลกแนวใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์  "Re-Regional : 5 RE 5 ด้าน" พยายามหาช่องทางจัดลำดับความสำคัญ ประเมินผลการทำงานที่ผ่านมาพร้อมกับกำหนดธีมการทำงาน รับมือความท้าทายในสถานการณ์อุตสาหกรรมท่องเที่ยวปัจจุบันต้องเผชิญ 3 เรื่อง ประกอบด้วย 1.การแข่งขันระหว่าง ไทยกับประเทศอื่นๆ ดุเดือดมาก 2.สถานการณ์ภายในประเทศมีข้อจำกัดของแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ 3. การเติบโตทางเทคโนโลยีและการเข้ามามีส่วนร่วมของโซเชียลมีเดีย และ OTA ต่างๆ ซึ่งอาจถึงจุดที่ ททท.จะต้อง RE-Shape หรือปรับทัพการทำงานกันใหม่เพื่อรักษาความเป็นผู้นำตลาดท่องเที่ยวภูมิภาคอาเซียนและเอเชียไว้

ในช่วงที่ผ่านมา ททท.สำนักงานใหญ่ และสำนักงานในประเทศกับทั่วโลกหารือร่วมกันแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง ตามวิสัยทัศน์การนำประเทศไทยการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนต่อไป เบื้องต้นได้กำหนดความเหมาะแต่ละด้านภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ "5 RE" ประกอบด้วย

1.ด้านตลาดในประเทศ จะเดินหน้าใหม่ Re-Invent  เพราะเป็นเสาหลักขับเคลื่อนรายได้ของประเทศ จึงต้องคิดค้นสิ่งใหม่ด้วยนวัตกรรมการทำงานนำพารายได้เข้าสู่ประเทศเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 10%

2.ด้านตลาดต่างประเทศ จะต้อง Re-Focus  นับจากปี 2563 เพื่อขยายผลจากเดิมช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ได้ทุ่มเทไปทำบุกเจาะกลุ่มลูกค้าแบบ segmentation ส่งเสริมการตลาดเชิงคุณภาพเป็นหลัก

3.ด้านสื่อสารการตลาด มุ่งทำ Re-Connect ไม่เฉพาะองคาพยพใน ททท.เท่านั้น แต่จะต้องดูแลความเชื่อมโยงสู่ภายนอกด้วย ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและโซเชียลมีเดียสื่อสารแบบไร้พรมแดน

4.ด้านส่งเสริมสินค้าการท่องเที่ยว จะทำ  Re-Define  ทำให้บทบาทภาพรวมของ ททท.ด้วยการเพิ่มซัพพลายไซซ์มากขึ้นจากการพัฒนาสินค้า เส้นทาง แล้วยังต้องผนวกทำเรื่องสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยด้วย

5.ด้านดิจิทัลวิจัยและพัฒนา จะต้อง ReBoost  ขานรับนโยบายล่าสุดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามอบหมายให้ ททท.นำภารกิจการทำสถิติตัวเลขกลับมาทำเหมือนเดิม จึงต้องขยับตัวเองเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และข้อมูลทางด้าน intelligent เข้าสู่โหมดดิจิทัล อินฟอร์เมชั่น เพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ ททท.จะประชุมใหญ่ TATAP 2020 ช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2562 แล้วจะแถลงแผนการตลาดประจำปี 2563 วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 ที่โรงแรมเซนทารา แกรนด์ กรุงเทพฯ

ดร.ยุทธศักดิ์กล่าวว่า เป้าหมายปี 2563 ยังคงตอกย้ำภารกิจเพิ่มรายได้กับจำนวนนักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 10% ท่ามกลางความท้าทายหลายส่วนที่จะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ตลาดท่องเที่ยวอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยโลกจากสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา หรือปัจจัยด้านข้อจำกัดในประเทศ แต่ ททท.ต้องพยายามรักษาเป้าหมายปี 2562 ทำรายได้รวม 3.4 ล้านล้านบาท ปีต่อๆ ไปก็ต้องขยายการเติบโตเพิ่มเช่นกัน ส่วนการทำตลาดเชิงรุกช่วง 5 เดือนหลัง พฤษภาคม-กันยายน 2562 วางแผนไว้ดังนี้

"ตลาดท่องเที่ยวในประเทศ" ลุยกระตุ้นเพิ่มคนเดินทางและรายได้ช่วงกรีนซีซั่น โดยจัด กิจกรรมแรก อัดแคมเปญ "บินพักหลักร้อยหลักพันลุ้นรางวัลหลักล้าน" จูงใจให้คนไทยซื้อตั๋วบินไปเที่ยวราคาหลักร้อยไปพักตามโรงแรมราคาเพียงหลักพันบาท และมีรางวัลให้ลุ้นรับมูลค่าหลักล้านบาท แถมยังใช้สิทธิตามนโยบายรัฐบาลนำค่าใช้จ่ายรวมไม่เกิน 20,000 บาท/คน มาลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาปี 2562 ได้อีกด้วย

กิจกรรมที่ 2   ททท.ร่วมกับ OTA ค่ายหลักๆ ได้แก่ www.traveloka.com มอบส่วนลดห้องพัก 24 จังหวัด พร้อมส่วนลดตั๋วเครื่องบินไปถึง 30 มิถุนายนนี้ และ www.agoda.com มอบส่วนลด 55 เมืองรอง ไปถึง 15 กันยายนนี้ มีโรงแรมร่วมลดพิเศษและโรงแรมระดับหรูหรามีโปรโมชั่นลดสูงสุดถึง 65% จากหลักหมื่นเหลือคืนละหลักพันบาท

ดร.ยุทธศักดิ์ย้ำว่า ล่าสุด ททท.เปิดโครงการท่องเที่ยวใหม่ 188 เส้นทาง แบ่งเป็น 2 แบบ ได้แก่ แบบแรก 108 เส้นทางพร้อมไป ชวนเที่ยว 55 เมืองรองสไตล์โลว์คาร์บอนและแหล่งท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล แบบที่สอง 80 เส้นทางพร้อมเปย์ ร่วมกับเอกชนทำแพ็กเกจวางขายครอบคลุมทั้ง 5 ภูมิภาค

สำหรับ "ตลาดต่างประเทศ" ททท.ยังต้องพึ่งกลุ่มระยะใกล้ คือ "จีน" ตอนนี้เข้าสู่ภาวะปกติแต่ละวันเข้ามาไทยกว่า 30,000 คนขึ้น เดือนละ 1 ล้านคน สำนักงาน ททท.ทั้ง 5 แห่ง มีปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กว่างโจ เฉินตู คุนหมิง ได้เร่งกระตุ้นการขายเจาะกลุ่ม Young Gen-วัยรุ่น นักศึกษามหาวิทยาลัยต่างๆ ซึ่งมีจำนวนกว่า 48 ล้านคน

ขณะนี้ทำตลาดการขายเชิงรุกเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนคุณภาพผ่าน 2 กิจกรรม และร่วมกับพันธมิตร 3 กลุ่มใหญ่ ประกอบ ด้วย 2 กิจกรรม คือ 1.ร่วมมือกับตัวแทนการขายท่องเที่ยวออน ไลน์ของจีน เช่น ซีทริปขายแพ็กเกจเจาะกลุ่มเดินทางอิสระ Semi F.I.T. เผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ Weibo, WeChat 2.ร่วมกับพันธมิตรใน พื้นที่สำนักงาน ททท.ในจีน 5 แห่งทำโปรโมชั่นกับกลุ่มหลัก อาทิ กลุ่มแรก บริษัทตัวแทนท่องเที่ยวขนาดใหญ่อย่าง CTS Group, PandaTour, China International Travel กลุ่มที่ 2 สายการบินชั้นนำ ทั้งการบินไทย แอร์เอเชีย สวิงแอร์ไลน์ส ชานตงแอร์ ไลออนแอร์ กลุ่มที่ 3 ธุรกิจสมัยใหม่ไร้เงินสดจะตั้งเป้าไว้รวมให้ได้ผลลัพธ์การขายรวมกว่า 176,000 Pax เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ร่วมมือกับพันธมิตร 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 บริษัท ไชน่า แทรเวล เซอร์วิส สำนักงานใหญ่ รัฐวิสาหกิจการท่องเที่ยวขนาดใหญ่สุด เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2562 ททท.ได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง Letter of Intent : LOI กันเรียบร้อยแล้ว โดยมีสำนักงานกระจายอยู่ใน 19 มณฑล กว่า 63 แห่ง และสาขาย่อยอีก 2,500 แห่ง มุ่งนำจีนคุณภาพมาเที่ยวเมืองไทยภายในปี 2562 อีกกว่า 2 ล้านคน

กลุ่มที่ 2  อาลีเพย์ซึ่งมีกลุ่ม Ant Financial Services Group ดำเนินธุรกิจการรับจ่ายเงิน ดึงดูดให้สมาชิกระดับพรีเมียมกว่า 123 ล้านคน ทั้งโกลด์ แพลทินัม ไดมอน ในจำนวนนี้จะเลือกมาไทยกว่า 2 ล้านคน กลุ่มที่ 3 สปริงแอร์ไลน์ส เตรียมลงนามส่งเสริมการขายท่องเที่ยวร่วมกัน ซึ่งปัจจุบันมีเที่ยวบินตรงไป-กลับจากจีน 17 เมืองเข้ามายังไทย

ส่วนตลาด "อินเดีย" ปัจจุบันเติบโตมากกว่า 20% ขณะนี้ ททท.ได้จัดทำโครงการ Give Me Five ให้น้ำหนักสัมภาระแก่นักท่องเที่ยวเพิ่มอีก 5 กิโลกรัม/คน/ทริป ในเที่ยวบินขากลับจากไทยไปอินเดีย เพื่อกระตุ้นการช็อปปปิ้งสินค้าโอท็อปชุมชนเพิ่มขึ้น ขณะที่ตลาด CLMV-กัมพูชา/สปป.ลาว/ เมียนมา/เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย เริ่มทำโปรโมชั่นการขายเชิงรุกตั้งแต่เดือนมิถุนายนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป

ตลอดปี 2562 ททท.จะต้องทำรายได้ให้เข้าเป้า 3.4 ล้านล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ 40 ล้านคน จากเดิม 38.4 ล้านคน และคนไทย 171 ล้านคน-ครั้ง จากเดิม 166 ล้านคนครั้ง

ขณะนี้สถานการณ์รายได้ท่องเที่ยวของไทยไตรมาส 1 มกราคม-มีนาคม 2562 มีมูลค่ารวม 8.85 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% แบ่งเป็นต่างประเทศ 14.9 ล้านคน คนไทย 35 ล้านคน/ครั้ง แนวโน้มไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 10% โดยจะมีรายได้รวม 7.6 แสนล้านบาท

ปี 2562 เศรษฐกิจประเทศได้ท่องเที่ยวเป็นเสาหลัก ปี 2563 ททท.ประกาศปรับภารกิจใหม่ 5 Re นำพาไทยรักษาตำแหน่งผู้นำการท่องเที่ยวยั่งยืนแห่งอาเซียนและเอเชียไว้อย่างแข็งแกร่งต่อไป.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง