ยึดที่นายทุน142ไร่รุกป่าสงวน

ข่าวทั่วไป 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ภูเก็ต * "ชุดพยัคฆ์ไพร" ร่วมกับ ศปป.4 กอ.รมน. ยึดพื้นที่ 142 ไร่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด มูลค่าเสียหาย 21 ล้าน หลังชาวบ้านร้องนายทุนบุกรุกทำประโยชน์

เมื่อวันที่ 26 พ.ค. นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร พร้อม พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน., เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ศปป.4 กอ.รมน.) และเจ้าหน้าที่พยัคฆ์ไพร สนธิกำลังร่วมกับศูนย์ป้องกันปราบปรามที่ 4 ภาคใต้ ทหารกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดภูเก็ต ตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตำรวจ

เจ้าหน้าที่ที่ดินจังหวัดภูเก็ต และฝ่ายปกครองภายใต้การอำนวยการของนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ พล.ท.เรืองสิทธิ์ มิตรภานนท์ ผู้อำนวยการ ศปป.4 กอ.รมน.สั่งการให้นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า ประสานกำลังที่เกี่ยวข้องภายใต้ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวด ล้อม เข้าตรวจสอบบริเวณป่าท้ายหมู่บ้านกะตะติดต่อกับหาดนุ้ย หลังจากชาวบ้านร้องเรียนว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกปาล์มน้ำมันอายุประมาณ 5 ปี พื้นที่บางส่วนปลูกกล้วย มีการปรับพื้นที่บางส่วนเป็นถนน สร้างบ้านพักขนาดเล็กจำนวน 3 หลัง โดยบริเวณทางเข้าพื้นที่บุกรุกมีการปิดกั้นทางเข้าออก

ขณะตรวจสอบเจ้าหน้าที่ไม่พบบุคคลใดในพื้นที่ และเมื่อเข้าตรวจสอบบริเวณบ้านพักพบเอกสารสำเนาบัตรประชาชนของนายวิทวัส คุ้มภัย และนายเสวก คุ้มภัย รวมทั้งสำเนาหนังสือมอบอำนาจของนายสิงหา เพ็งแก้ว มอบอำนาจให้นายวิทวัส แต่ไม่ระบุว่าเพื่อดำเนินการสิ่งใด เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบ รวมไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นได้ตรวจสอบโดยรอบ พบโรงเรือนจำนวน 1 หลัง ซึ่งมีการเลี้ยงหมูป่า 4 ตัว กวาง 7 ตัว และติดป้ายว่าผู้ได้รับอนุญาตให้ครอบครอง คือนายสมชาย เทพากูล

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้รังวัดขอบ เขตพื้นที่ และตรวจสอบพิกัดด้วยเครื่องมือวัดค่าพิกัดจากดาวเทียม ปรากฏว่าอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด บางส่วนเป็นพื้นที่ ส.ป.ก.ที่ถูกเพิกถอนเอกสารสิทธิ บางส่วนเป็นพื้นที่ ส.ป.ก.ที่ไม่ได้ให้ผู้ใดครอบครอง และพื้นที่บางส่วนเป็นพื้นที่นอกเขต ส.ป.ก. โดยพื้นที่ทั้งหมดยังมีสถานะเป็นป่าสงวนแห่งชาติและเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 2

จากการตรวจสอบการใช้พื้นที่โดยเปรียบเทียบกับภาพถ่ายอากาศปี 2545 พบว่าพื้นที่ทั้งหมดมีสภาพเป็นพื้นที่ป่าธรรมชาติ ไม่มีร่องรอยการทำประโยชน์ นอกจากนี้ยังได้ตรวจสอบข้อมูลการสำรวจขึ้นทะเบียนราษฎรในเขตป่า ตามมติคณะรัฐมน ตรี 30 มิถุนายน 2541 ปรากฏว่าไม่ได้มีการสำรวจขึ้นทะเบียนบุคคลในบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจยึดพื้นที่ทั้งหมด 142 ไร่ คิดเป็นค่าเสียหายภาครัฐกว่า 21 ล้านบาท ขณะเดียวกันได้จัดทำบันทึกการตรวจยึดส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ตเพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ