สงสารลูกต้องอ่าน! "ควันบุหรี่มือสาม" รีไซเคิลสารพิษสู่เด็ก

ข่าวบันเทิง 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

รุนแรงกว่าที่คิด! ควันบุหรี่มือสาม ทำร้ายลูกได้ 20 เท่า เด็กเล็ก วัยกำลังคลาน เสี่ยงได้รับสารพิษตกค้างมากสุด แม้พ่อแม่จะออกไปสูบนอกบ้าน แต่สารจากควันบุหรี่ยังคงฝังแน่นติดเสื้อ ติดตัว ต่อให้อาบน้ำล้างสบู่อย่างดีแค่ไหน สุดท้ายคนรับกรรมคือลูก เมื่ออ้อมกอด (เป็นพิษ) ของพ่อแม่ ทำร้าย หรือฆ่าลูกให้ตายแบบผ่อนส่ง

รศ.นพ.สุทัศน์ รุ่งเรืองหิรัญญา อาจารย์ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) บอกถึงความน่ากลัวของควันบุหรี่มือสามที่ติดทนได้นาน และหลายชนิดอาจเป็นสารก่อมะเร็ง ทำเด็กเล็กเสี่ยงป่วยโรคทางเดินหายใจ โดยเฉพาะครอบครัวที่สูบบุหรี่ ไม่ว่าจะในบ้าน หรือนอกบ้าน เด็กเล็กๆ มีความเสี่ยงมาก เพราะเด็กมีโอกาสซึมซับฝุ่นละอองมากกว่าผู้ใหญ่ถึง 2 เท่า เนื่องจากเด็กเล็กมักจะหายใจใกล้พื้นผิวสิ่งของต่างๆ หรือคลานเล่นตามพื้นที่มีสารพิษตกค้าง และบางครั้งเด็กอาจเลีย หรือนำสิ่งของเข้าปากตามประสาเด็ก เสี่ยงได้รับอนุภาคโลหะหนัก สารก่อมะเร็ง และสารกัมมันตรังสีจากบุหรี่ ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมาก

รศ.นพ.สุทัศน์ อธิบายการดูดซึมควันบุหรี่เข้าสู่ร่างกายไว้ว่า ควันบุหรี่ที่ฟุ้งกระจายจะวนเข้ามารีไซเคิลรอบสองผ่านผิวหนัง ซึ่งผิวหนังจะเป็นรูเล็กๆ ประหนึ่งเป็นตาข่ายที่มีความละเอียดมากและถี่มาก มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น แต่มีช่องให้สารเคมีมุดเข้าไปได้ เมื่อคนๆ หนึ่งสูบบุหรี่ ควันบุหรี่จะเข้าสู่ปอด แต่ควันบุหรี่ที่ลอยในสิ่งแวดล้อมจะเข้ามาสู่ร่างกายทางผิวหนัง บางส่วนดูดซึมไม่หมดจึงตกค้างไปที่ผิวหนัง ซึ่งยากที่จะล้างออก

สำหรับการแก้ปัญหาบุหรี่มือสามในบ้านนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ทำได้ไม่ยาก นั่นก็คือ เลิกสูบบุหรี่ในบ้านและรอบบ้าน ส่วนการกำจัดควันบุหรี่มือสาม "รศ.นพ.สุทัศน์" บอกว่า เป็นเรื่องที่ยาก ทางแก้เดียวคือ ต้องโละสิ่งของที่สัมผัสควันบุหรี่ไปทิ้งแล้วเปลี่ยนใหม่ เนื่องจากสารพิษในควันบุหรี่ พอไปฉาบผิวเฟอร์นิเจอร์ ผิวโซฟา หรือพื้นพรมและผ้าม่านจะซักไม่ออก โดยเฉพาะวัสดุพื้นผิวที่มีลักษณะเป็นรูเล็กๆ

แน่นอนว่า การไม่สูบบุรี่ ช่วยให้ทั้งผู้สูบ และคนใกล้ตัวห่างไกลจากความตาย แต่หากยังสูบ ไม่เร็ว ไม่ช้าอาจต้องตายอย่างทรมาน โดยเฉพาะ "โรคมะเร็ง" ที่มาจากการสูบบุหรี่ ซึ่งมีมากถึง 12 ชนิด คือ มะเร็งปอด, มะเร็งริมฝีปาก, มะเร็งกล่องเสียง, มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ, มะเร็งตับอ่อน, มะเร็งไต, มะเร็งปากมดลูก, มะเร็งตับ, มะเร็งเม็ดเลือด ,มะเร็งหลอดอาหาร, มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งลำไส้ใหญ่

นอกจากนั้น ยังมีความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับ "บุหรี่ไฟฟ้า" ตัวช่วยเลิกบุหรี่ เพราะมีความปลอดภัยกว่า อันตรายน้อยกว่า "บุหรี่มวน" แต่ข้อเท็จจริงคือ ร้ายกาจไม่ต่างกัน และอาจจะรุนแรงกว่าบุหรี่มวนด้วยซ้ำ แถมยังมีงานวิจัยระบุว่า ทำให้เกิดการสูบบุหรี่มากขึ้น สอดรับกับงานวิจัยหลายๆ ชิ้นของต่างประเทศ ระบุตรงกันว่า บุหรี่ไฟฟ้า เป็นประตูแรกที่ทำให้เยาวชนมาสูบบุหรี่มวนมากขึ้น

ส่วนเรื่องของความร้ายกาจนั้น บุหรี่มวนเมื่อ

จุดขึ้นมา ความร้อนจากควันที่เข้าร่างกายสูงถึง 600 องศาเซลเซียส แต่บุหรี่ไฟฟ้า ไอที่เกิดขึ้นมาร้อนน้อยกว่าหรือไม่ คำตอบคือจริง แต่ก็ยังร้อนสูงถึง 300 องศาเซลเซียสอยู่ดี ซึ่งสูงกว่าน้ำเดือดด้วยซ้ำ ความร้อนนี้จะเข้าไปเผาทำลายเซลล์เยื่อบุการหายใจ ทั้งเซลล์เยื่อบุหลอดลม และเซลล์เยื่อบุผนังถุงลมได้แล้ว ทำให้ปอดแต่ละข้างที่มีถุงลม 2-4 ล้านอันเกาะติดกัน โดยมีผนังของถุงลมที่ยึดโยงเป็นตาข่ายหรือใช้ผนังร่วมกัน เมื่อเกิดการฉีกขาดจะทำให้โบ๋และถูกทำลายไปเรื่อยๆ จึงเกิดโรคถุงลมโป่งพอง หรือเรียกว่าเป็นบุหรี่เผาปอด ยิ่งสูบก็ยิ่งไหม้ ถุงลมยิ่งถูกทำลายไปเรื่อยๆ" รศ.นพ.สุทัศน์ บอก และเผยต่อไปว่าสารเคมีที่เกิดขึ้นจากบุหรี่ไฟฟ้า อาจจะร้ายกาจกว่าบุหรี่มวน เนื่องจากพบสารเคมีที่ไม่เคยพบในบุหรี่มวนจำนวนมาก และยังไม่รู้ว่าแน่ชัดว่า มีอันตรายมากน้อยเพียงใด

"บุหรี่มวนมีสารพิษต่อร่างกายมนุษย์ถึง 7,000 ชนิดแตกต่างกัน โดย 60 ชนิดพิสูจน์แล้วว่า ก่อมะเร็งในมนุษย์ได้จริง แต่บุหรี่ไฟฟ้าเราจะพบสารเคมี เช่น ตัวทำละลายน้ำยา ที่เรียกว่า โพรไพลีน ไกลคอล ที่ใช้ในอุตสาหกรรมหนัก เช่น แบตเตอรี่รถยนต์ การผลิตสารทำความเย็น หรือสารปรุงแต่งกลิ่นรสและสี ซึ่งสารเหล่านี้ไม่เคยถูกออกแบบให้เข้าสู่ร่างกายมนุษย์มาก่อน การทำให้ระเหิดเป็นไอ จึงยังไม่มีใครรู้ว่าจะมีพิษมากน้อยแค่ไหน เกิดโรคอะไรเร็วช้าแค่ไหน แต่ทางการแพทย์ถือว่ามีพิษแน่ๆ"

สุดท้ายนี้ ถ้ารักตัวเองสักนิด ห่วงคนรอบข้าง โดยเฉพาะคนที่รักให้มากๆ ก็จะคิดได้ว่า ทำไมถึงต้องทิ้งบุหรี่ที่อยู่ในมือ


แท็ก รีไซเคิล  

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ