ชี้ยานยนต์ไทยไม่เสียดุลสหรัฐ

ข่าวเศรษฐกิจ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

จับตาเทรดวอร์ดันเหล็กจีนทะลัก

ไทยโพสต์ * อุตฯ ยานยนต์-ชิ้นส่วนโล่งอก หลังไทยไม่อยู่ในรายชื่อที่ USTR เรียกเจรจาถึงการส่งสินค้าที่กระทบต่อความมั่นคงสหรัฐ ด้าน สมอ.จับตาเทรดวอร์ทำสินค้าจีนทะลักไทย จี้ตรวจสอบแหล่งที่มา

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้ประชุมร่วมกับอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน เพื่อกำหนดท่าทีในการดำเนินการของไทย หลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ลงนาม ในคำสั่งประธานาธิบดีให้สำนัก งานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ดำเนินการเจรจาทำความตกลงกับประเทศที่ส่งออกยานยนต์และชิ้นส่วนมายังตลาดสหรัฐ โดยเฉพาะกับสหภาพยุโรป (อียู) ญี่ปุ่น และประเทศอื่นๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสหรัฐ และป้องกันผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยให้รายงานผลภายใน 180 วัน

"ประธานาธิบดีสหรัฐเห็นว่าอุตสาหกรรมยานยนต์มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจสหรัฐ จึงได้ลงนามในคำสั่งประธานาธิบดีให้ USTR ไปเจรจาจัดทำความตกลงกับอียู และญี่ปุ่น รวมถึงประเทศอื่นๆ ที่เห็นว่าจะมีผลกระทบต่อความมั่นคงของสหรัฐในเรื่องยานยนต์และชิ้นส่วน โดย เบื้องต้นนับว่าเป็นข่าวดีสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนของไทย เพราะไม่มีรายชื่ออยู่ในประเทศที่สหรัฐระบุไว้ในเป้าหมาย และคาดว่าไม่น่าจะอยู่ในเป้าหมาย แม้ตรงประเทศ อื่นๆ สหรัฐสามารถที่จะพูดคุยกับใครก็ได้ แต่ไทยไม่น่าจะอยู่ในนั้น เพราะไม่ได้มีส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐมาก" นางอรมนกล่าว

นางอรมนกล่าวว่า เท่าที่ได้หารือกับภาคเอกชน ส่วนใหญ่ไม่มีความกังวล แต่ต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป เพราะขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงที่สหรัฐจะเจรจากับประเทศที่เป็นเป้าหมาย โดยในส่วนของไทยมีสัดส่วนการส่งออกไม่มาก จึงไม่น่าจะกระทบต่อความมั่นคงของสหรัฐ สำหรับรายการสินค้าที่สหรัฐระบุว่ามีการนำเข้าสหรัฐเพิ่มขึ้น เช่น รถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถปิกอัพ รถโฟร์วีล ชิ้นส่วนยานยนต์ เช่น เครื่องยนต์และชิ้นส่วน ระบบส่งกำลัง ชิ้นส่วนยานยนต์ที่ใช้ไฟฟ้า เป็นต้น

ด้านนายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยถึงแนวทางรับมือสงครามการค้า (เทรดวอร์) ระหว่างสหรัฐและจีนที่เริ่มรุนแรงกระทบต่อการส่งออกของไทย ว่า ขณะนี้ สมอ.กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะกังวลว่าอาจมีสินค้าที่อยู่ในมาตรฐานบังคับ 112 รายการ จากประเทศจีนอาจทะลักเข้าไทย โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเหล็ก สินค้ากลุ่มเครื่อง ใช้ไฟฟ้า

ขณะเดียวกัน สมอ.ยังติดตามท่าทีของนักลงทุนจีนที่ เริ่มเข้าไปลงทุนตั้งโรงงานเหล็ก ในกลุ่มประเทศอาเซียน อาทิ มาเลเซีย ล่าสุดมีการลงทุนหลาย หมื่นล้านบาท และเวียดนามหลายพันล้านบาท เพราะเดิมนัก ลงทุนจีนอาจส่งเหล็กจากโรงงาน ของ 2 ประเทศไปสหรัฐอเมริกา แต่เมื่อเกิดสงครามการค้าอาจหันมาส่งเข้าแทน ดังนั้น สมอ.จึงต้องตรวจสอบแหล่งกำเนิดสินค้าอย่างเข้มข้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ