'ราชพัสตราบรมราชาภิเษก' นิทรรศการ..อันทรงคุณค่า

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- จันทร์ที่ 27 พฤษภาคม 2562 00:00:47 น.

เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ของกรุงรัตนโกสินทร์ และเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ร่วมกับสถาบันไทยคดีศึกษา และคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดกิจกรรมเสวนา "ราชพัสตราบรมราชาภิเษก ในสมัยรัตนโกสินทร์" ขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

การเสวนาครั้งนี้ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ม.ร.ว.สุริยวุฒิ สุขสวัสดิ์ บรรยายในหัวข้อ "ขอบเขตและความหมายของพระราชพิธีบรมราชาภิเษก" ว่า พระราชพิธีบรมราชาภิเษกนับเป็นพระราชพิธีที่มีความสำคัญที่สุดของทุกประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ขั้นตอนสำคัญที่สุดคือ พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ทรงรับน้ำอภิเษกจากพราหมณ์

"พราหมณ์ถือเป็นอาจารย์หรือพระราชครู  จึงเหมาะสมที่จะเป็นผู้นำในพิธีพระบรมราชาภิเษก ส่วนวันประกอบพิธีบรมราชาภิเษกไม่มีกำหนดตายตัว แต่จะจัดในช่วงเวลาที่เหมาะสม ตามประวัติศาสตร์ สมัยรัชกาลที่ ๕ ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกถึง ๒ ครั้ง เช่นเดียวกับรัชกาลที่ ๑ และรัชกาลที่ ๖ จำนวนครั้งในการประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและพระราชอัธยาศัยส่วนพระองค์

ส่วนขั้นตอนการประกอบพระราชพิธีฯ ไทยไม่ได้รับอิทธิพลมาจากอินเดียโดยตรง แต่รับผ่านจากเขมรโบราณ เมื่อสมัยพระเจ้าอู่ทอง อาณาจักรอยุธยาไปทำศึกกับเขมรโบราณ จึงได้นำวัฒนธรรมประกอบพิธีบรมราชาภิเษกมาใช้ คือการนับถือว่า กษัตริย์เป็นเทวราชา กษัตริย์ไม่ได้เป็นมนุษย์อีกต่อไป"

ด้าน อาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ นักประวัติ ศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องผ้าไทย เล่า

ลงลึกในรายละเอียดภูษาราชพัสตราบรมราชาภิเษก ที่ใช้ในการพระราชพิธีว่า "ในพระพิธีอาบน้ำพระมูรธาภิเษกในรัชกาลที่ ๖ ทรงฉลองพระองค์ครุยขาวขลิบกุ๊นแถบด้วยทอง เช่นเดียวกับฉลองพระองค์ในรัชกาลที่ ๙ บางพระบรมฉายาลักษณ์ในหมายของรัชกาลที่ ๗ หลังจากสรงน้ำมูรธาภิเษกแล้วเสด็จประทับที่พระแท่น อัฏทิศ อุทุมพรราชอาสน์ ทรงพระสนับเพลาเชิงงอน ทรงพระภูษาเขียนทองพื้นสี น้ำเงิน ฉลองพระองค์ตาดเงินประดับดาราเครื่องราชทั้ง ๖ ทรงสวมสายสะพายมหาจักรีพร้อมพระสังวาลย์ ฉลองพระองค์ครุยกรองทองริ้วปัตหล่าที่ชั้นนอก"

ในรัชกาลที่ ๙ ทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ ระบุว่าเป็นฉลองพระองค์ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกทำจากไหมทองสลับไหมสีฟ้ากลัดกระ ดุมนพรัตน์ ๗ กระดุม และจีบหลัง ๒ กระดุม ทรงฉลองพระองค์เป็นเสื้อฝรั่งครุยริ้วทองพื้นสีเหลืองอ่อน

ด้าน อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ครูศิลป์ของแผ่นดินผ้าทอไหมยกทอง และหัวหน้ากลุ่ม "ผ้าทอยกทองจันทร์โสมา" จังหวัดสุรินทร์ ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวของ "ราชพัสตราบรมราชาภิเษกในสมัยรัตนโกสินทร์" ผ่านภาพพระบรมฉายาลักษณ์ช่วงพระราชทานพระอิสริยยศแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิ เบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙

"พระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชสมัยรัชกาลที่ ๙ นั้น พระองค์ทรงผ้าสะพักซึ่งมีกำหนดในกฎมณเฑียรบาลตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น ที่กำหนดให้พระอัครมเหสี การห่มสะพัก ๒ พระอังสา ถือเป็นการห่มที่มีพระอิสริยยศสูงในฝ่ายใน" หรือพระบรมฉายาลักษณ์ รัชกาลที่ ๕ เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งที่ ๒ ในประวัติศาสตร์มีเพียงภาพเดียว ทรงฉลองพระองค์พระเครื่องต้นแบบโบราณ ทรงฉลองพระองค์สองชั้น โดยมีฉลองพระกรน้อยอยู่ด้านใน แต่ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไป

"สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงมีพระราชวินิจฉัยว่าเป็นฉลองพระองค์ที่หนักมาก ไม่ค่อยมีพระมหากษัตริย์ได้ทรงชุดแบบนี้แล้ว เพราะทรงลำบากพระวรกายของพระมหากษัตริย์ เช่น พระสนับเพลาเป็นทรงกระบอกพอดีกับพระชง (หน้าแข้ง) เวลาเสด็จพระราชดำเนินจึงทรงพระดำเนินลำบาก น่าจะทำเพื่อความงามส่งเสริมความเป็นสมมุติเทพของพระมหากษัตริย์สำหรับประทับนิ่งๆ ในยุคหลังจึงเปลี่ยนไป"

นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้จัดนิทรรศการ "ราชพัสตราบรมราชาภิเษก" เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเป็นการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับพระราชพิธีดังกล่าว ตลอดจนเครื่องแต่งพระองค์ที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อให้ผู้สนใจประวัติศาสตร์ราชประเพณีไทยได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ด้วยเป็นพระราชพิธีที่ว่างเว้นไปนานถึง ๖๙ ปี นิทรรศการจัดขึ้น ณ ห้องประชุม พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่วันนี้ถึง ๓๑ สิงหาคมศกนี้

ปิยวรา ทีขะระ เนตรน้อย ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ กล่าวว่า "พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ จัดนิทรรศการครั้งนี้ขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้เรื่องพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตั้งแต่ครั้งอดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งไฮไลต์ที่หาชมได้ยากก็คือ ภาพยนตร์วีดิทัศน์ที่ผู้ที่มาชมนิทรรศการจะได้เห็นภาพเคลื่อนไหวของพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตั้งแต่ครั้งรัชกาลที่ ๑ จนถึงปัจจุบัน โดยรวบรวมมาจากหอภาพยนตร์ และพิพิธภัณฑ์พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗"

พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๓๐ น. ปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมเวลา ๑๕.๓๐ น. บัตรเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ ราคา ๑๕๐ บาท ผู้สูงอายุ (๖๕ ปีขึ้นไป) ราคา ๘๐ บาท นักเรียนหรือนักศึกษา (โปรดแสดงบัตรประจำตัว) และเด็กอายุ ๑๒-๑๘ ปี ราคา ๕๐ บาท เด็กอายุต่ำว่า ๑๒ ปี ไม่เสียค่าใช้จ่าย.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง