ข่าวอินโฟเควสท์
17:12 จีนเผยยอดขนส่งสินค้าที่ท่าเรือขยายตัวแข็งแกร่งในช่วง 7 เดือนแรกปีนี้   กระทรวงคมนาคมจีนเปิดเผยว่า ยอดขนส่งสินค้าที่ท่าเรือของจีนในช่วง 7 เดือนแ…
16:26 "มูน แจ อิน" เตรียมเดินทางเยือนไทย, เมียนมา, ลาว ต้นเดือนก.ย.นี้   ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้เปิดเผยในวันนี้ว่า ประธานาธิบดีมูน แจ อิน แห่งเก…
15:18 ที่ประชุม G7 เล็งถกหาแนวทางป้องกันผลกระทบเศรษฐกิจโลก ขณะสงครามการค้าส่อแววปะทุอีกระลอก   ที่ประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเ…
14:06 ตำรวจฮ่องกงจับกุมผู้ประท้วง 29 คน หลังก่อเหตุบานปลายจนต้องใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมอีกครั้ง   เจ้าหน้าที่ตำรวจของฮ่องกงได้จับกุมตัวผู้ประท้วงเก…
11:57 บริษัทอสังหาฯในตลาดหุ้นจีนมีกำไรเพิ่มขึ้นใน H1/62   บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของจีนมีกำไรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงครึ…

คอลัมน์: อีโคโฟกัส: 'มอก.'ตรามาตรฐานสร้างเชื่อมั่นผู้บริโภค

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 1 มิถุนายน 2562 00:00:38 น.

"ได้ดำเนินการแก้ไขพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ.2511 โดยปัจจุบันผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว โดย พ.ร.บ.ฉบับใหม่เพิ่มบทบัญญัติให้มีความทันสมัย เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้ประกอบการและผู้บริโภค ทำให้สามารถควบคุมการตรวจสอบการทำและนำเข้าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น"

สินค้าทั้งอุปโภคและบริโภคนั้น เป็นสิ่งจำเป็นมากที่จะต้องมีมาตรฐาน และเครื่องหมายการันตีคุณภาพ เพื่อความน่าเชื่อถือ และเป็นเครื่องสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้ ซึ่งมาตรฐานผลิต ภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ มอก. ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ สมอ. เป็นเครื่องยืนยันถึงสินค้านั้นๆ มีมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค ซึ่งจะใช้กำกับอยู่กับหลายๆ ผลิตภัณฑ์ อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า สุขภัณฑ์ในห้อง น้ำ เครื่องครัว หรือแม้แต่ในอุตสาหกรรมก่อสร้างอย่างเหล็ก หลังคา ก็จะเห็นเครื่องหมายดังกล่าวกำกับอยู่

ซึ่ง สมอ. ได้แบ่งตัวมาตรฐานออกมาในปัจจุบันหลายประเภทมาก แต่ที่คุ้นเคยที่สุดคงเป็น มอก.ทั่วไป และ มอก.ภาคบังคับ ที่จะแบ่งตามความสำคัญในการตรวจสอบว่าต้องเข้มข้นแค่ไหน เนื่องจากบางผลิตภัณฑ์นั้นหากไม่ได้มาตรฐานที่ดี อาจจะส่งผลกระทบต่อความ ไม่ปลอดภัยของชีวิตผู้ใช้งานเลยก็ว่าได้ อย่างเช่น ปลั๊กไฟ หมวกกันน็อก หรือเหล็กที่ใช้สร้างอาคารบ้านเรือน

แต่ปัจจุบันในยุคที่การแข่งขันของโลกนั้นสูงขึ้น หลายประเทศก็มีการเร่งการผลิตสินค้าต่างๆ เพื่อส่งออกนอกประเทศ ขยายตลาดการค้า และตั้งเป้าจะยึดครองเป็นตลาดหลักในหลายๆ สินค้าเลยก็ว่าได้ จึงทำให้หลายบริษัทหรือหลายโรงงานอาศัยช่วงจังหวะนี้ในการฉวยโอกาสผลิตสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานและส่งออกไปยังประเทศต่างๆ เพื่อหวังแต่จะสร้างยอดขายอย่างเดียว ขณะเดียวกันผู้ใช้เองก็หวังจะใช้ของถูก โดยไม่ได้สนใจว่าสินค้านั้นๆ ได้รับมาตรฐานหรือไม่ จึงเลือกซื้อไป โดยไม่ได้คำนึงถึงผลที่จะตามมา ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่มีผลกระทบต่อชีวิตหลายครั้งมาก บางครั้งอาจจะทำให้สูญเสียถึงไฟไหม้ หรือเสียชีวิตเลยก็ว่าได้

ทั้งนี้ นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เองก็ได้เห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงเร่งออกมาตรฐาน มอก.มาให้ครอบคลุมกับสินค้าเกือบทุกประเภทที่จะต้องใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ต้องการนำสินค้าของตัวเองมาขึ้นเทียบเป็นสินค้าที่มีเครื่องหมาย มอก. โดยการแก้ไขในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน สามารถออกกฎกระทรวงเพื่อกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมชนิดใดต้องเป็นไปตามมาตรฐาน (มาตรฐานบังคับ) หรือกฎเกณฑ์ของต่างประเทศ หรือระหว่างประเทศทั้งหมด หรือแต่บางส่วนก็ได้ และจะระบุวันเริ่มใช้บังคับน้อยกว่า 60 วันนับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาก็ได้

พร้อมกันนี้ยังแก้ไขให้ เลขาธิการ สมอ. เป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งผู้ตรวจสอบการทำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือผู้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม จากเดิมที่กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินการแต่งตั้งให้สามารถดำเนินการได้โดยรวดเร็วและคล่องตัว

"ได้ดำเนินการแก้ไขพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาห กรรม พ.ศ.2511 โดยปัจจุบันผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่ง ชาติแล้ว โดย พ.ร.บ.ฉบับใหม่เพิ่มบทบัญญัติให้มีความทันสมัย เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้ประกอบการและผู้บริโภค ทำให้สามารถควบคุมการตรวจสอบการทำและนำเข้าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น" นายวันชัยกล่าว

โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติมให้ผู้ทำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน (มาตรฐานบังคับ) ต้องแสดงหลักฐานให้พนักงานเจ้า หน้าที่ตรวจสอบและได้รับใบอนุญาตจากเลขาธิการ สมอ. ก่อนทำผลิต ภัณฑ์อุตสาหกรรมนั้น เว้นแต่เป็นการทำเพื่อการวิจัยและพัฒนาการทำ เพื่อทดลองกระบวนการผลิต หรือการทำเป็นตัวอย่างเพื่อขอรับใบอนุญาต ให้แจ้งต่อ สมอ. ก่อนเริ่มทำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนั้น และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด

ในกรณีที่ผู้นำเข้าต้องการนำเข้าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ต้องเป็น ไปตามมาตรฐาน (มาตรฐานบังคับ) เข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อผลิต ผสม ประกอบ บรรจุ หรือดำเนินการด้วยวิธีอื่นใดกับผลิตภัณฑ์อุตสาห กรรมนั้น เพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักรทั้งหมด ผู้นำเข้าจะต้องแจ้งต่อ สมอ.ก่อนเริ่มการนำเข้าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนั้น และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด และให้ผู้แจ้งเริ่มนำเข้าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมได้ตั้งแต่วันที่ได้รับใบรับแจ้ง

สำหรับบทลงโทษ ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพ เศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยปรับปรุงให้สอดคล้องกันทั้งฉบับ รวมถึงการเปรียบเทียบคดี ให้เกิดความชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การเพิ่มโทษปรับของผู้ทำและนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน (มาตรฐานบังคับ) โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก สมอ. จากเดิมจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

และโทษสำหรับผู้จำหน่ายที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน (มาตรฐานบังคับ) โดยไม่แสดงเครื่องหมายมาตรฐาน จากเดิมจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับตั้งแต่ 5,000-50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นต้น

นายวันชัย กล่าวว่า ขณะนี้ก็มีความคืบหน้าในหลายๆ  เรื่อง นอกเหนือจากการปรับกฎระเบียบหรือกฎเกณฑ์ต่างๆ ยังมีการเพิ่มกำหนดสินค้าใหม่ๆ เป็นมาตรฐานบังคับ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค รวมถึงการนำสินค้าที่ยังไม่มีมาตรฐานมากำหนดเป็นมาตร ฐานใหม่ด้วย ขณะเดียวกัน ก็มีการเข้าบุกโรงงาน อายัด และต้องโทษให้กับโรงาน หรือบริษัทที่ทำผิดกฎหมาย และระเบียบข้อบังคับของ สมอ.

ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ได้นำทีมลงพื้นที่ตรวจยึดอายัดกระเบื้องเซรามิกและเครื่องสุขภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน ณ ศูนย์กระจายสินค้าของห้างโมเดิร์นเทรดแห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มูลค่ากว่า 339 ล้านบาท หวั่นจะกระทบต่อความปลอดภัยผู้บริโภค จากการตรวจจับดังกล่าวพบว่ามีการปลอมใบอนุญาตนำเข้าผลิตภัณฑ์กระเบื้องเซรามิก และเครื่องสุขภัณฑ์เซรามิกประเภทโถส้วมนั่งราบ จึงได้ทำการยึดอายัดผลิตภัณฑ์กระเบื้องเซรามิกจำนวนรวม 1,735,507 ชิ้น มูลค่ากว่า 339 ล้านบาท และโถส้วมนั่งราบจำนวนรวม 370 ชิ้น มูลค่ากว่า 1.8 ล้านบาท จากสาขาของห้างในเขตพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ตราด จันทบุรี และพระนครศรีอยุธยา

รวมถึงการลงพื้นที่บุกค้นโกดังย่านแสมดำ เขตบางขุนเทียน จำนวน 4 โกดัง พบเป็นแหล่งกระจายสินค้าไม่ได้มาตรฐานจำนวนมาก มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท ทั้งของเล่น แบตเตอรี่ เครื่องสุขภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อาทิ ไดร์เป่าผม วิทยุ หลอดไฟ LED ชุดสายพ่วง ฯลฯ ซึ่งสินค้าดังกล่าวหากจะนำเข้าจะต้องได้รับอนุญาตก่อน จึง สั่งการให้ยึดและอายัดสินค้าดังกล่าว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รวมถึงได้ตรวจสอบข้อมูลของผู้ประกอบการรายนี้แล้ว พบว่ามีการนำเข้าสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานตั้งแต่ปี 2560 ถึงปัจจุบัน คาดว่าความเสียหายที่เกี่ยวเนื่องมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ซึ่ง สมอ.จะได้ประสานกับกรมศุลกากรอย่างใกล้ชิดต่อไป ว่าทำไมสินค้าที่ไม่มีใบอนุญาตจึงสามารถนำเข้ามาในราชอาณาจักรได้ และจะดำเนินการอย่างเข้มงวดกับผู้ประกอบการที่อาศัยช่องว่างของทางราชการหาผลประโยชน์

เห็นได้ชัดว่า สมอ.มีบทบาทที่สำคัญในการดำเนินงานเพื่อเป็นประโยชน์ต่อประชาชนคนไทย และพิสูจน์ได้ว่าการมีเครื่องหมายยืนยันหรือการันตีคุณภาพสินค้าและบริการนั้นๆ ยังไงก็ย่อมดีกว่าเสมอ เพราะเมื่อได้รับความเดือดร้อนจากการใช้งาน อย่างน้อยก็จะมีหน่วยงานที่กำกับดูแลเป็นผู้รับเรื่องและช่วยเหลือได้ในเบื้องต้น ดีกว่าไม่รู้จะไปเรียกร้องจากใคร.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง