คอลัมน์: จัตุรัสทั่วไทย: ททท.ดันเมืองรองแจ้งเกิดใน TTM+2019 ผู้ซื้อทั่วโลกพร้อมเท 2.5 พันล้านเที่ยวไทย

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน 2562 00:00:02 น.
เรื่องและภาพ...เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน
บล็อกเกอร์-gurutourza

การเตรียมจัดงาน "Thailand Travel Mart Plus 2019 : TTM+2019" ภายใน 48 ชั่วโมง โดยตั้งเป้ารายได้ท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้าประเทศ 2,500 ล้านบาทนั้น ถือเป็นภารกิจท้าทาย "การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย" (ททท.) ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในพัทยา รวมทั้งจะใช้ศักยภาพงานสร้างความสำเร็จหลายด้าน ทั้งเป็นเวทีแจ้งเกิดการท่องเที่ยวตลาดดาวรุ่งเมืองรอง พลิกโฉมภาพลักษณ์พัทยาสู่มุมใหม่ ขยายผลการท่องเที่ยวเชื่อมโยง EEC ปลุกกำลังซื้อกลุ่มใหม่กลุ่มเอเชียกลาง ลาตินอเมริกาเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตอกย้ำไทยพร้อมเดินหน้าการท่องเที่ยวอย่างมีส่วนร่วมรับผิดชอบเต็มรูปแบบ

ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า การเป็นเจ้าภาพจัด Thailand Travel Mart Plus 2019 : TTM+2019  ปีที่ 19 เพื่อเปิดเวทีเจรจาการค้าท่องเที่ยวรายการระดับโลกในธีม "New Shades of Emerging Destinations" ระหว่าง 5-7 มิถุนายน 2562 ณ โอเชียน มารีน่า ยอร์ช คลับ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ตั้งเป้าสร้างรายได้เข้าประเทศภายใน 2 วัน กว่า 2,500 ล้านบาทขึ้นไป สูงกว่าปี 2561 ทำไว้ 2,470 ล้านบาท จากผู้เข้าร่วมกว่า 700 ราย โดยมีกลุ่มผู้ซื้อจากทั่วโลก 51 ประเทศ 351 ราย

ปีนี้มีผู้ซื้อตลาดหน้าใหม่เข้ามาเสริมทัพคึกคักจากเอเชียกลาง ลาตินอเมริกา แอฟริกา และลูกค้าประจำ 3 อันดับแรก ได้แก่ จีน อินเดีย สหราชอาณาจักร กลุ่มผู้ขายท่องเที่ยวคนไทยและกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขงรวม 371 ราย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีกลุ่มเมืองรองเข้าร่วมกว่า 20% รวมอยู่ใน กลุ่มต่างๆ ดังนี้ 1.กลุ่มดาวรุ่ง (emerging     destinations) 2.สมาคม 3.ธุรกิจการท่องเที่ยวเชิง  บันเทิง 4.โรงแรมรีสอร์ตมากสุด 278 ราย 5.องค์  การส่งเสริมการท่องเที่ยว (NTOs) 6.บริษัทตัวแทน นำเที่ยว 7.กลุ่มบริการท่องเที่ยว

ททท.วางแผนใช้ TTM Plus 2019 พัฒนาผู้ประกอบการไทยด้านการขาย การยกระดับสิ่งแวดล้อมและรับผิดชอบการท่องเที่ยว เป็นกำลังใจให้ทุกภาคส่วนพัฒนาการท่องเที่ยวต่อไป และเพื่อเพิ่มรายได้กับจำนวนทั่วโลกเข้ามาเที่ยวตั้งแต่ปลายปี 2562 เป็นต้นไป ควบคู่กับวางกลยุทธ์สร้างผลสัมฤทธิ์หลักๆ ดังนี้

1.ขยับสัดส่วนการท่องเที่ยวเมืองรองเพิ่มตามเป้ารวมไม่ต่ำกว่า 35% จากเดิม 30% โดยงาน TTM Plus 2019 จะเพิ่มรายได้สู่เมืองรอง กว่า 20% หรือไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท 2.ผลทาง เศรษฐกิจมีรายได้ 2,500 ล้านบาทขึ้นไป 3.ขยาย ผลโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) เพื่อให้นักลงทุนจากนานาประเทศได้เห็นถึงศักยภาพของภาคตะวันออก 4.สร้างงานเทรดขนาดใหญ่สุดที่มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 700 ราย และสื่อจากทั่วโลก 70 ราย 5.จัดโปรแกรมเที่ยวโปรโมตผลไม้ท้องถิ่นไทย 6.ปลุกกำลังซื้อเพิ่มรายได้จากตลาดระยะใกล้ช่วงมิถุนายน-กันยายนนี้

อีกทั้งปีนี้ ททท.ได้สร้างความแปลกใหม่จัด TTM+ Talk ขึ้นครั้งแรก ในหัวข้อ Making the World a Better Place Through Travel : มองบริบทรอบตัวปรับเพื่อเปลี่ยน สู่การพัฒนาสังคมและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และทำให้โลกน่าอยู่ยิ่งขึ้น" หรือ "ทำให้โลกน่าอยู่ขึ้นผ่านการท่องเที่ยว" ระดมกูรูผู้เชี่ยวชาญมานำเสนอมุมมองใหม่ด้านการท่องเที่ยวจากทั้งหมด 10 สาขา ได้แก่ ร้านอาหาร สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ นักออกแบบและพัฒนาเมือง สตาร์ทอัพท่องเที่ยว สามพรานโมเดล ช่างภาพใต้น้ำและนักรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล บล็อกเกอร์ไอที สื่อออนไลน์ และสื่อท่องเที่ยว

ดร.ยุทธศักดิ์กล่าวว่า TTM+2019 จะช่วยตอกย้ำถึงไทยยังคงเป็นประเทศครองใจตลาด ประเมินจากมีจำนวนบริษัทผู้ซื้อกลุ่มใหม่จากทั่วโลกเข้าร่วมเพิ่มขึ้นทุกปี เพราะช่วงเวลาเดียวกันถึงแม้จะมีงานจัดโดยใช้ชื่อเดียวกันคือ Travel Trade Maldives : TTM 2019 แต่คู่ค้าก็เลือกมาไทย สวนทางกับความรู้สึกของทั่วไปซึ่งกล่าวถึงสถานการณ์ขณะนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติหนีจากไทยไหลไปเวียดนาม หรือประเทศอื่นๆ

นางศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา กล่าวว่า ในการจัดงาน TTM+2019 ปีนี้มีไฮไลต์ใหม่ๆ เริ่มจากเลือกสถานที่จัดริมทะเลท่ามกลางบรรยากาศโทนสีขาว-น้ำเงิน ติดแอร์เย็นในมาร์คีย์ขนาดใหญ่ แต่งกายสบายๆ เพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ของพัทยา และรื้อภาพเดิมๆ ทิ้ง ลดการสร้างขยะลงให้ได้มากสุด การจัดครั้งนี้จึงไม่สร้างบูธขายเหมือนงานเทรดทั่วไป แต่จะใช้ตั้งโต๊ะเจรจา นำแล็ปท็อปมาเปิดตามนัดเฉลี่ยรายละ 30 Appointment และออกแบบนำเมนูอาหารถิ่นมาเสิร์ฟมื้อกลางวันแก่ผู้เข้าร่วมงานด้วย เช่น ข้าวคลุกเกลือ หมูชะมวง และอื่นๆ

ขณะที่ "วิธีคัดเลือกผู้ขายไทยเข้าร่วมเจรจาธุรกิจ" ครั้งนี้ก็แตกต่างจากทุกปี ประกอบด้วย 1.ให้สิทธิพิเศษแก่ผู้ประกอบการจากเมืองท่อง เที่ยวรอง และผู้ประกอบการน้องใหม่ไม่เคยร่วมขายใน TTM+ มาก่อน เพื่อเปิดโอกาสให้ใช้เป็นสนามซ้อมก่อนเข้าสู่เวทีการค้าระดับนานาชาติ 2.โรงแรม รีสอร์ตแต่ละแห่งต้องนำหลักฐานมาแสดงต่อคณะกรรมการถึงการทำธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 3.เปิดให้กลุ่มธุรกิจ DMC เข้ามาร่วมเจรจาธุรกิจเพิ่มมากขึ้น เช่น กลุ่มธุรกิจโชว์ แหล่งท่องเที่ยวสไตล์ Attraction สปา และอื่นๆ

4.ขยายโปรดักต์ใหม่ใน EEC 5.สร้างต้นแบบ การจัดงานอีเวนต์ท่องเที่ยวที่มีส่วนร่วมรับผิด ชอบต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ลดปริมาณขยะทุกรูปแบบ ทั้งวัสดุอุปกรณ์ อาหาร เครื่องดื่ม ทำให้เป็นพื้นที่ปลอดขยะมากที่สุด (Zero Waste) หลังเสร็จงานจะจัดประกวดดีไซน์เพื่อนำกลับมาใช้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ 6.สร้างสีสันจัดประกวด Saller แซ่บ ลุ้นรับรางวัลตั๋วเครื่องบินทั่วโลกจากบางกอกแอร์เวย์ส และแอร์เอเชีย

นายฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. กล่าวว่า งานนี้มีกลุ่มผู้ซื้อทั่วโลกกลุ่มคุณภาพสามารถขายท่องเที่ยวเมืองไทยได้เดินทางมา 349 ราย 51 ประเทศ แบ่งเป็น 1.หน้าใหม่ 47.29% สนใจขายไทยเพิ่มขึ้น อาทิ เอเชียกลาง คีร์กีซสถาน คาซัคสถาน เบลารุส หรือทวีปไกล ชิลี โคโซโว และยุโรป อย่าง อาเซอร์ไบจาน ลัตเวีย 2.กลุ่มเดิม 52.71% สามารถขายเมืองไทยต่อเนื่อง ส่วนกลุ่มผู้ขายได้เพิ่มมิติใหม่จากเมืองรอง และมีพันธมิตรร่วมครบทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี บริษัท คิงเพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และไทยแอร์เอเชีย

ควบคู่การทำโปรแกรมให้ผู้ร่วมงานเลือกไปท่องเที่ยวหลังจัดงานตามเส้นทางเก่า ใหม่ และเชื่อมโยงภาคตะวันออกกับประเทศเพื่อนบ้าน 3 แบบ S-M-L ได้แก่ 1.S เที่ยวระยะใกล้ : Local Wisdom in Coconut Village เส้นทางหาดทรายชายทะเลทั่วชลบุรี 8 มิถุนายน 2.M เที่ยวระยะกลาง : The East Side Vibe 3 วัน 2 คืน เส้นทางพัทยา-ระยอง-จันทบุรี 8-10 มิถุนายน 3.L เที่ยวระยะไกล : Delve into the Land of Civilization 5 วัน 4 คืน 8-12 มิถุนายน เส้นทาง พัทยา-ระยอง-จันทบุรี-พระตะบอง-เสียมเรียบ กัมพูชา เที่ยวทะเลอ่าวไทยเชื่อมโยงเพื่อนบ้าน

ททท.จะทำให้งานเทรดระดับนานาชาติ TTM+ 2019 เป็นแม่เหล็กสร้างรายได้ปลุกเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังคึกคักจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างเข้มแข็งต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง