คอลัมน์: สาระสุขภาพ แพทย์แผนไทย: ข่า : สมุนไพรสามัญประจำครัว

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน 2562 00:00:14 น.
วัชรีพร คงวิลาด
panthaibook@hotmail.com

ข่า หรือ Galanga เป็นพืชสมุนไพรที่อยู่คู่กับครัวไทยมาช้านาน เมื่อครัวไปเปิดประตูสู่ครัวโลก ชาวโลกจึงได้รู้จักการใช้ข่าในต้มยำกุ้งและยังเป็นอาหารที่ได้รับการวิจัยว่ามีสารอาหารต้านมะเร็งจากข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดครบถ้วน ด้วยความอร่อยและสรรพคุณมากมาย จึงทำให้ต้มยำกุ้งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ประเทศไทยไปอีกหนึ่งอย่าง

ข่ามีทั้งข่าแบบเครื่องแกงที่เราใช้ประโยชน์กันอยู่ และอีกชนิดคือข่าตาแดง ที่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับเพราะมีช่อดอกเป็นชั้นๆ มีสีแดงสดสวยงาม มีชื่อวิทยาศาสตร์Languas galangal  (Linn.) Stuntz. เป็นพืชในวงศ์ ZINGIBERACEAE วงศ์เดียวกับพวกขิงเป็นพืชล้มลุกที่มีลำต้นเป็นกอ สูง 1.5-2.5 เมตร มีเหง้าอยู่ใต้ดิน เหง้ามีสีน้ำตาลอมแสด มีเส้นแบ่งข้อเป็นช่วงสั้นๆ เนื้อในเหง้ามีสีขาวรสขมเผ็ดร้อน มีกลิ่นหอมฉุน ใบ เดี่ยว เรียงสลับ รอบลำต้น เหนือดิน ใบรูปใบหอก หรือรูปขอบขนานแกมใบหอก ก้านใบยาวเป็นกาบหุ้มซ้อนกัน ดอกเป็นช่อสีขาวนวล เมื่อยังอ่อนมีสีเขียวปนเหลือง ดอกแก่สีขาวปนม่วงแดง ดอกย่อยจำนวนมากเรียงกันแน่น อยู่บนก้านช่อเดียวกัน ดอกย่อยคล้ายดอกกล้วยไม้ ผล แห้งแตก รูปกระสวยหรือทรงกลม เมื่อแก่มีสีส้มแดง

ตามบ้านทั่วไปมักจะปลูกข่า ขิง ตะไคร้ ไว้รอบบ้าน เมื่ออยากใช้ก็ขุดเอาหัวใต้ดินขึ้นมาใช้สะดวกสบาย การปลูกหรือการขยายพันธุ์จะใช้หัวหรือแง่งแก่จัด ตัดใบออกให้หมด นำไปปลูกในหลุมความลึกไม่เกิน 30 เซนติเมตร จะเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย ชอบอากาศชื้น ไม่ชอบอากาศหนาวไม่ชอบน้ำท่วมขัง  ตำรายาสมุนไพรการแพทย์แผนไทยได้กล่าวถึงสรรพคุณของข่าในส่วนต่างๆ ที่สามารถนำไปทำยาได้

-เหง้าแก่ รสเผ็ดร้อนขมแก้กลากเกลื้อนแก้ปวดท้องจุกเสียดแน่น ขับลม แก้บวม แก้พิษ แก้บิด แก้ตกเลือด แก้ลมป่วง แก้ปวดท้อง ขับลมให้กระจาย ขับน้ำคาวปลา แก้สันนิบาตหน้าเพลิง

- ใบข่า รสเผ็ดร้อน ฆ่าพยาธิ กลากเกลื้อน
- ดอกข่า รสเผ็ดร้อน ขับลมแก้ท้องเสียแก้กลากเกลื้อน
- หน่อข่าอ่อน รสเผ็ดหวาน แก้ลมแน่นหน้าอก บำรุงไฟธาตุ

- ผล รสเผ็ดร้อน ช่วยย่อยอาหาร แก้ปวดท้อง แก้คลื่นไส้อาเจียน แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้บิดราก ขับเลือดลม แก้เหน็บชา แก้เสมหะ แก้โลหิต น้ำมันหอมระเหย ขับลม แก้โรคกระเพาะ ลดไขมัน แก้หลอดลมอักเสบ

- รากข่า รสเผ็ดร้อนปร่า ขับเลือดลมให้เดินสะดวก แก้เหน็บชา แก้เสมหะและโลหิต ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี
-น้ำมันหอมระเหย ขับลม แก้โรคกระเพาะ ลดไขมัน แก้หลอดลมอักเสบ

งานศึกษาวิจัยทางฤทธิ์วิทยา พบว่าข่ามีฤทธิ์ต้านฮีสตามีน ต้านการอักเสบ มีฤทธิ์ช่วยขับน้ำดีออก มีฤทธิ์ในการบีบตัวของลำไส้เล็กและขับลม ฆ่าแบคทีเลียในลำไส้ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการจุกเสียด

ส่วนประกอบทางเคมีของข่าจะมีน้ำมันหอมระเหย ประกอบด้วย สารเมททิล ซินนาเมต ยูจีนอล ซึ่งมีการออกฤทธิ์ต่อระบบต่างๆ ได้แก่ ระบบกล้ามเนื้อ/ข้อต่อ บรรเทาอาการปวดบวมตามข้อระบบหายใจ บรรเทาอาการหลอดลมอักเสบระบบย่อยอาหาร บรรเทาอาการปวดท้อง ท้องร่วง ฆ่าเชื้อบิด ช่วยย่อยอาหาร ผิวหนัง รักษาโรคผิวหนังกลากเกลื้อน แก้ลมพิษ ช่องปาก บรรเทาอาการปวดฟัน

ตำรับยากลางบ้านหรือยาที่หมอพื้นบ้านใช้มีมากมาย แตกต่างกันตามแต่ละพื้นถิ่นในการใช้ประโยชน์ เช่น
- ใช้เหง้าข่าใส่ในลูกประคบเพื่อลดอาการ ฟกบวม กระจายลม แก้กลากเกลื้อน
- ใบข่า นำมาต้มอาบหรือแช่แก้ปวดเมื่อยตามข้อ
- ดอกข่า ตำให้ละเอียดใช้พอกแก้กลากเกลื้อนได้ ต่างจังหวัดนำดอกข่ามารับประทาน ขับลมแก้ท้องเสีย
- เอาเหง้าข่าตำกับมะขามเปียกและเกลือให้สตรีรับประทานหลังคลอด ขับเลือดขับรก
- ต้นแก่ ตำผสมน้ำมันมะพร้าว ทาแก้ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ ตามข้อ แก้ตะคริว

- ใช้เป็นยาภายนอก แก้ลมพิษหรือบรรเทาอาการฟกช้ำ บวม ข้อเท้าแพลง ข้อเท้าอักเสบ เคล็ดขัดยอก ถูกแมลงสัตว์กัดต่อย ให้ใช้ข่าแก่ตำให้ละเอียดใช้พอกบริเวณที่มีอาการ หรือตำข่าให้ละเอียดแช่กับเหล้าขาวหรือน้ำส้มสายชูทิ้งไว้ 1 วัน แล้วกรองเอาแต่น้ำยามาใช้

- ใช้รักษากลากเกลื้อน ให้ทำความสะอาดบริเวณที่เป็นก่อน แล้วใช้ไม้ไผ่บางๆ ขูดเบาๆ ตรงบริเวณที่เป็นจนผิวหนังแดงเล็กน้อยแล้วค่อยทายา ที่แช่ด้วยเหล้าทิ้งไว้ 1 คืน วันละ 3-4 ครั้ง จนกว่าจะหาย

- ใช้ในผู้ป่วยโรคเอดส์ที่เป็นเชื้อราในช่องปาก สาเหตุจากเชื้อรา Oral hairy leukoplakia ลักษณะอาการของโรคที่พบ คือ เกิดฝ้าขาวบริเวณเพดาน หากลิ้น กระพุ้งแก้ม ขูดออกได้ ทำให้ปวดแสบปวดร้อนเวลากินอาหารรสจัด เชื้อราลุกลามไปที่หลอดคอทำให้กลืนลำบาก บริเวณขอบลิ้น มีฝ้า ให้นำข่าหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ หรือทุบให้ละเอียดนำไปดองกับแอลกอฮอล์15 วัน แล้วกรองเอาแต่น้ำ นำไปใช้บ้วนปาก กลั้วปากและคอเช้า-เย็น ก่อนอาหาร

- แก้โรคน้ำกัดและลมพิษ ท้าโดยเอาเหง้าแก่สด1-2 หัวแม่มือ ตำให้ละเอียด เติมเหล้าโรงพอท่วม ทิ้งไว้ 2 วัน ใช้สำลีชุบทาวันละ 3-4 ครั้ง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง