พระครูอุดม โพธิกิจ เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ เทศนาให้ญาติโยมสวดมนต์ ใจสงบ

ข่าวทั่วไป 9 มิถุนายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

สนธยา ทิพย์อุตร ยามนี้ หลายคนต้องเข้าวัดปฏิบัติธรรมเพื่อเป็นที่พึ่งทางใจ จิตใจจะได้ไม่เตลิดกับสภาพอากาศที่ร้อนระอุ ตับแทบแตก รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจที่บีบรัดตัว ก็คงพอคลายเครียดลงได้ในระดับหนึ่ง สำหรับ วัดโพธิ์ ตั้งอยู่ใน ต.เปือย อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ พระครูอุดม โพธิกิจ เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ และเจ้าคณะตำบลเปือย ปกครองพระสงฆ์ 12 รูป สามเณรไม่มี แม่ชีไม่มี มัคนายก 1 คน สังกัดมหานิกาย แม้จะเป็นวัดไม่ใหญ่ ไม่โด่งดัง แต่ก็มีพุทธศาสนิกชนญาติโยมเข้าไปทำบุญไม่ได้ขาด ที่สำคัญบนเนื้อที่ 12 ไร่ ไม่ปล่อยให้เป็นที่ดินว่างเปล่า ด้วยการพลิกดินจำนวน 7 ไร่ทำเกษตรผสมผสาน และทำเป็นสวนสมุนไพรรอบวัด เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้พืชสมุนไพรโบราณ และยังสามารถรักษาโรคแก่ญาติโยมที่เจ็บไข้ ไม่สบาย ได้ดี จนถูกคัดเลือกเป็นวัดตัวอย่างพัฒนาดีเด่นในปี 2552 จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นสิ่งการันตีได้เป็นอย่างดี

และที่โดดเด่นและเป็นไฮไลต์สำคัญของ ต.เปือย ก็คือ กลุ่มเสมาหินเก่าแก่ อายุกว่า 1 พันปี ผุดขึ้นเหนือพื้นดินหลากหลายชนิดเพื่อรอนักท่องเที่ยวไปสัมผัส ไปชมในความงดงามของเสมาหินที่ไม่เคยพบเห็นจากที่ไหนมาก่อน ซึ่งจะทำให้ประทับใจไปอีกนาน

พระครูอุดม โพธิกิจ อายุ 52 ปี บวช 39 พรรษา เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ และเจ้าคณะตำบลเปือย อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ เล่าว่า วัดโพธิ์เป็นวัดขนาดเล็กซึ่งตั้งอยู่ในชุมชนเปือยหัวดง เป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี มีจุดเด่นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและพุทธศาสนิกชนเข้ามาเที่ยวชมเป็นประจำ ก็คือ ใบเสมาหินโบราณอายุกว่า 1,000 ปี ซึ่งใบเสมาหินสมัยก่อนถือว่าเป็นเขตพุทธสถาน สิ่งบอกอาณาเขตของวัด ซึ่งกลุ่มใบเสมาหินทั้งหมดที่ค้นพบในพื้นที่ ต.เปือย ซึ่งอยู่ในดอนปู่ตา เนื้อที่ 200 ไร่ และกรมศิลปากรยืนยันว่าแหล่งเสมาหินที่พบในพื้นที่ ต.เปือย มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 12-13 หรือ 1,400 ปีมาแล้ว แต่ปัจจุบันมีชาวบ้านบางคนเข้าไปถือครองบุกรุกจนเหลือเนื้อที่เพียง 50 ไร่ โดยมีแหล่งเสมาหิน 4 แหล่ง ก็คือ

แหล่งที่ 1 เป็นกลุ่มเสมาหินเขตวัดโพธิ์ เป็นเสมาแบบศิลา จำนวน 50 ใบ และเป็นเนินศาลาสถานที่กลุ่มเสมาทรายปักอยู่ จึงถูกเรียกว่า ลานเสมา แต่ละใบมีการสลักเป็นรูปหม้อน้ำ และคล้ายคลึงกับลวดลายเสากลมที่ประดับตามกรอบประตูเมืองพระนครสมัยก่อน ซึ่งมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 12-13 หรือ 1,400 ปีมาแล้ว

แหล่งที่ 2 เป็นกลุ่มเสมาวัดป่าเรไร นับเป็น กลุ่มเสมาที่มีความหนาแน่นมากที่สุด มีจำนวนถึง 74 ใบ เป็นกลุ่มเสมาที่ทำด้วยศิลาแลง ไม่มีการสลักลวดลาย และมีการสลักฐานบัวคว่ำบัวหงาย มีสันนูนคล้ายยอดสถูปอยู่ตรงกลาง

แหล่งที่ 3 เป็นกลุ่มเสมาหลังโรงเรียนเปือยหัวดง เป็นเสมาที่ทำด้วยหินทราย ลักษณะใบเสมาเรียบ ไม่มีลวดลาย ตรงกลางเป็นแกนที่เรียวไปถึงยอด มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16-17

แหล่งที่ 4 เป็นกลุ่มเสมาดอนปู่ตา มีอยู่ 50 ใบ มีลักษณะเป็นหินทราย แต่ละใบจะมีการแกะสลักเป็นรูปนกแก้ว จึงเรียกว่า ลานนกแก้ว

นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปปางสมาธิเก่าแก่สมัยทวารวดีอายุกว่า 200 ปี ประดิษฐานอยู่ที่ลานนกแก้ว ซึ่งในสมัยก่อน หากปีไหนฝนตกไม่ดี ฝนแล้ง ชาวบ้านก็จะทำพิธีขอฝนจากท่าน บางคนก็มาขอให้ช่วยในเรื่องต่างๆ ปัจจุบันก็ยังมีผู้คนเข้าไปสักการะกราบไหว้บูชาทุกวัน

พระครูอุดม โพธิกิจ เจ้าอาวาสวัดโพธ์ และเจ้าคณะตำบลเปือย อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ กล่าวว่า เพื่อเป็นการส่งเสริมการทำเกษตรแบบ

ผสมผสาน ประหยัดค่าใช้จ่าย และหาเงินเข้าวัด จึงกันพื้นที่จำนวน 7 ไร่ ปลูกข้าวไรซ์เบอร์รีทุกฤดูการทำนาปี ผลผลิตออกมาได้ข้าว 1 ตัน/ปี ซึ่งข้าวไรซ์เบอร์รีจะมีราคาแพงกว่าข้าวทั่วไป เพื่อจำหน่ายแก่ผู้สนใจและเก็บไว้สำหรับบริโภค ให้ญาติโยมถวายเป็นภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ ก็เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายอีกทางหนึ่ง

นอกจากนี้ยังมีบ่อเลี้ยงปลาขนาดกลางจำนาน 1 บ่อ ด้วยการเลี้ยงปลานิล ปลาไน ปลาตะเพียน และรอบๆ ปากบ่อก็มีการปลูกพืชผักสวนครัว ปลูกไม้ผลหลากหลายชนิด และใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ปลอดสารพิษ เพื่อให้ญาติโยมทำเป็นอาหารถวายพระสงฆ์โดยไม่ต้องไปพึ่งพาตลาดมากนัก

สำหรับสวนสมุนไพร มีการปลูกพืชสมุนไพรหลากหลายชนิด เพื่อให้พุทธศาสนิกชนญาติโยมนำไปรักษาโรคที่แตกต่างกันไป สมุนไพรที่ชาวบ้านนิยมขอไปทำยามากที่สุดก็คือ เสลดพังพอน ซึ่งสามารถรักษาโรคงูสวัดได้ดี วิธีการก็คือ นำใบเสลดพังพอนตัวผู้ มาบดหรือตำในครก แล้วใส่เหล้าขาวลงไปพอให้ชุ่มน้ำ จากนั้นนำไปปิดปากแผลที่เป็นงูสวัด ไม่เกิน 3 วันก็จะหายเป็นปกติ

พระครูอุดม โพธิกิจ เทศนาสั่งสอนญาติโยมตอนหนึ่งว่า การสวดมนต์ภาวนาถือว่าเป็นคาถา

หัวใจชาวพุทธ คือ การหมั่นสวดมนต์ภาวนาและแผ่เมตตาแก่ผู้ตกทุกข์ได้ยาก ทั้งนี้การสวดมนต์ภาวนาเป็นกรรมฐาน เป็นเครื่องอบรมจิตอบรมใจ ทำใจให้สงบ ถ้าอยากให้ใจสงบต้องหมั่นสวดมนต์ภาวนา ไม่ว่าจะระหว่างเดินทาง นั่งในรถก็สามารถสวดมนต์ได้ หรือแม่ค้าพ่อค้าขณะนั่งขายของก็สามารถสวดมนต์ได้ โดยสวดมนต์ไม่ต้องออกเสียง คือ สวดมนต์ในใจ ไม่ว่าจะสวดคาถาชินบัญชร, คาถาแก้วสารพัดนึก หรือคาถาอะไรก็ได้ ซึ่งบ้านเราเมืองเราแก้วสารพัดนึกไม่เอามาภาวนา แต่กลับไปเห็นชอบสิ่งนอกพุทธศาสนา ซึ่งแก้วสารพัดนึกถือว่าเป็นแก้วอันประเสริฐ ต้องปฏิบัติตาม โดยมีคาถาสวดมนต์

สำหรับอานิสงส์จากการสวดมนต์ภาวนา ถ้าใครไหว้พระสวดมนต์เป็นประจำทุกวันจะได้รับอานิสงส์ 6 ประการ ได้แก่ 1.ร่างกายเป็นมงคล 2.ได้ผลพัฒนาความจำ 3.ได้ทำให้เจริญ 4.ได้จิตนิ่ง 5.ได้ผลิตปัญญารู้เห็น และ 6.ได้บำเพ็ญกุศลถูกต้อง

ดังนั้น พุทธศาสนิกชนญาติโยมทั้งหลายควรหมั่นสวดมนต์ภาวนาเป็นประจำ ก็จะทำให้จิตใจสงบ เมื่อจิตใจสงบก็จะทำให้ชีวิตเป็นสุขนั่นเอง...


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ