คอลัมน์เกษมราษฎร์: เขย่าความมั่นคงรัฐบาล 'ลุงตู่' ปืน-ระเบิดโผล่โยงชุมนุมการเมือง

ข่าวทั่วไป 11 มิถุนายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

"ลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั่งเก้าอี้นายกรัฐ มนตรีต่ออีกสมัย และเป็นนายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งอย่างเต็มตัว หลังสภาเปิดโหวตนายกรัฐมนตรีช่วงชิงเก้าอี้ผู้นำประเทศ ระหว่าง 7 พรรคฝ่ายประชาธิปไตยที่ส่ง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนนตรี ผลการโหวตนายธนาธร รวมเสียงได้ 244 เสียง ส่วนนายกฯ ลุงตู่ได้ 500 เสียง แยกเป็น ส.ส. 251 เสียง ส.ว.อีก 249 เสียง เป็นนายกฯ คนที่ 30 ของประเทศไทย

ทุกอย่างเป็นไปตามคาด เหล่าบรรดา ส.ว.ตบเท้ายกมือสนับสนุนลุงตู่ รวมถึงผู้นำเหล่าต่างๆ ที่ได้เป็น ส.ว.โดยตำแหน่ง ทั้ง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร. พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผบ.ทอ. พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.สส. และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ยกมือโหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ คนที่ 30 ถึงแม้การโหวตนายกฯ สถานการณ์จะเคร่งเครียด แต่ยังพอมีรอยยิ้มมุมปาก เมื่อ "บิ๊กแป๊ะ" พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ขานชื่อ "ลุงตู่" เป็น "พล.ต.อ." ประยุทธ์ จันทร์โอชา

แต่การลากตั้งนายกฯ ครั้งนี้ ฝั่ง 7 พรรคฝ่ายประชาธิปไตยค่อนขอดเป็นการปล้นเสียงประชาชน เมื่อพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.มาอันดับ 1 แต่ไม่ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล และการแก้รัฐธรรมนูญให้ ส.ว.มีสิทธิ์ในการโหวตนายกฯ เป็นการปูทางให้ พล.อ.ประยุทธ์สืบทอดอำนาจ แต่การจัดตั้งรัฐบาลยังก็ไม่ใช่เรื่องง่าย กลุ่มพรรคจัดตั้งรัฐบาลมีหลายก๊กหลายก๊วน ต่างหวังฮุบหม้อข้าวกระทรวงเกรดเอ การเจรจาต่อรองพลิกไปมาฝุ่นตลบ ส่วนในมุ้งพรรคภูมิใจไทย ตั้งคณะกรรมการสอบ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ แหกมติพรรคงดออกเสียงโหวต ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ลาออกจากการเป็น ส.ส.ตามเจตนารมณ์ค้านการสืบทอดอำนาจรัฐบาลทหาร

การเมืองควบคู่กับความมั่นคงมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตั้ง แต่มีการแบ่งขั้วแบ่งสีสารพัดม็อบ เครื่องกระสุน อาวุธสงคราม ถูกลักลอบนำเข้ามาเข่นฆ่าฝ่ายตรงข้ามซึ่งเป็นคนไทยด้วยกัน ยิ่งการชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2553 และปี 2557 แกนนำหัวรุนแรงระดมสรรพกำลังหน่วยรบที่ได้รับการฝึกฝนอาวุธครบมือทั้งปืน ระเบิด เครื่องยิงระเบิดทั้งเอ็ม 79 อาร์พีจีเกลื่อนเมือง มีผู้ได้รับบาดเจ็บและล้มตายเป็นจำนวนมาก ถึงแม้การชุมนุมจะจบไปนาน แต่เมื่อสถานการณ์ทางการเมืองอ่อนไหว กลุ่มฮาร์ดคอยังพยายามลักลอบนำอาวุธสงครามเข้ามาก่อเหตุ ถูกทางการจับก็หลายครั้ง เล็ดลอดไปก็เยอะ ส่วนใหญ่อาวุธสงครามที่ถูกจับจะเป็นล็อตที่เชื่อมโยงกับที่เคยใช้ในช่วงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง

ยิ่งเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นวันโหวตนายกฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ เข้าตรวจสอบอาวุธสงคราม ที่พบในลำห้วยกมด บ้านขุนเหนือ ต.โสน อ.ขุขันธ์ ถนนโชคชัย-เดชอุดม พบอาวุธสงครามบรรจุในกระสอบปุ๋ยทิ้งอยู่ในลำคลอง และจากการตรวจสอบพบหัวกระสุนปืนอาร์พีจี 21 นัด กระสุนเครื่องยิงระเบิดเอ็ม 79 จำนวน 70 นัด แท่งดินขับส่งอาร์พีจี 2 จำนวน 1 กล่อง และกระสุนอาวุธปืนสงครามอีกจำนวนมาก ทั้งหมดอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน "บิ๊กปู" พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ฝ่ายความมั่นคง พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รีบลงพื้นที่ตรวจสอบถึงแหล่งที่มา พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ขยายผลตรวจสอบพื้นที่ใกล้เคียง ต่อเนื่องวันที่ 8 มิ.ย. ห่างจากที่เดิมประมาณ 4 กม. เจ้าหน้าที่ดินส่ง PG2 จำนวน 31 แท่ง ซองกระสุนอาก้าอีก 30 ซอง และวันที่ 10 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ตรวจพบอาวุธปืนสงคราม AK47 อีกกว่า 16 กระบอก ซุกในกระสอบปุ๋ยทิ้งคลอง หมู่ที่ 3 ต.สะเดา อ.บัวเชด จ.สุรินทร์

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รอง ผบ.ตร.ฝ่ายความมั่นคง ยืนยันว่าอาวุธปืนที่พบที่ จ.ศรีสะเกษ เป็นอาวุธที่ผลิตในประเทศรัสเซีย และหมายเลขล็อตนัมเบอร์ของกระสุนเครื่องยิงระเบิด เอ็ม 79 มีความเชื่อมโยงกับอาวุธสงครามที่ใช้ในการก่อเหตุความไม่สงบในช่วงการชุมนุมทางการเมือง ส่วนอาวุธปืนอาก้าและอาร์พีจีเคยถูกใช้ก่อเหตุในช่วงเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองเมื่อประมาณปี 53 ถึงปี 57 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เช่น บริเวณถนนอู่ทอง ทำเนียบรัฐบาล และโรงแรมดุสิตธานี กว่า 50 ครั้ง โดยอาวุธสงครามที่ยึดได้เชื่อมโยงกลุ่มแดงฮาร์ดคอของนายวุฒิพงษ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำเสื้อแดงปทุมธานี ผู้ต้องหาที่หลบหนีอาญาแผ่นดินไปซุกอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน

การชุมนุมทางการเมือง ปี 53-57 การข่าวของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงพบว่ามีอาวุธสงครามจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ตามสถานที่ต่างๆ ในพื้นที่ของกลุ่มแกนนำฮาร์ดคอ ทั้งตามแนวชายแดนที่เตรียมจะส่งเข้ามาในประเทศเพื่อเตรียมก่อเหตุร้าย ไล่ไทม์ไลน์หลังจากทหารเข้ายึดอำนาจปฏิบัติการตรวจค้นแหล่งสะสมอาวุธสงคราม เดือนมีนาคม ปี 60 เข้าตรวจค้น บ.ไทยแม็กกรุ๊ป จำกัด ย่านลำลูกกา ซึ่งเป็นบ้านของนายโกตี๋ และเครือข่ายอีก 9 จุด พบอาวุธสงครามเอ็ม 16 หลายกระบอก รวมทั้งเครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ปืนคาร์บิน และปืนพกสั้น 13 กระบอก พร้อมกระสุนจำนวนมาก

เดือนพฤษภาคม ปี 61 ตรวจยึดปืนยาว 5 กระบอก ปืนพกสั้น 18 กระบอก ระเบิดขว้าง 7 ลูก เครื่องกระสุนกว่า 30,000 นัด ที่พบว่าเตรียมนำมาก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เดือนพฤศจิกายน 61 พบระเบิดแบบสังหาร อาร์จีดี 5 จำนวน 30 ลูก ไปป์บอมบ์ 7 ลูก แท่งดินระเบิดทีเอ็นที ชุดต่อวงจรระเบิดและกระสุนปืนสงครามทิ้งในป่าที่จังหวัดฉะเชิงเทรา และเดือนธันวาคม 61 ที่ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา เจ้าหน้าที่ตรวจยึดปืนเอ็ม 16 จำนวน 5 กระบอก ดินระเบิดซีโฟร์ กระสุนเครื่องยิงระเบิดเอ็ม 79 กว่า 2 ลัง สภาพใหม่เอี่ยมทิ้งไว้ในคลองน้ำ

อาวุธสงครามที่พบส่วนใหญ่จะถูกนำไปพักหรือซุกซ่อนแถวจังหวัดปริมณฑลที่เชื่อมต่อกับกรุงเทพมหานคร เพื่อลักลอบนำเข้ามาก่อเหตุสร้างสถานการณ์ก่อความรุนแรงในช่วงการชุมนุมทางการเมืองต่างๆ ซึ่งอาวุธสงครามทั้งหมดที่ถูกตรวจยึดได้ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุระเบิด หรืออีโอดี จะทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ในการตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ เป็นฐานข้อมูล และพบว่าอาวุธสงครามที่ตรวจยึดได้แต่ละครั้งจะมีความเชื่อมโยง เพราะเลขนัมเบอร์ของอาวุธสงคราม วงจรการต่ออุปกรณ์ระเบิด เกลียวปืน ปลอกกระสุนปืนที่ตรวจพบทางเทคนิค แหล่งที่มาจะเป็นที่เดียวกันคือ กลุ่มแดงฮาร์ดคอของนายวุฒิพงษ์ หรือโกตี๋

ถึงแม้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจะยืนยันมาตลอดว่าไม่พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มหัวรุนแรงเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ชั้นใน ยิ่งสถานการณ์ทางการเมืองยังเป็นไม้ปักเลน กลุ่มที่เสียผลประโยชน์ทางการเมืองอาจจะอาศัยจังหวะเข้ามาก่อเหตุเพื่อสร้างความปั่นป่วน ลดทอนสเถียรภาพความเชื่อมั่นทางการเมืองของฟากฝั่งรัฐ บาล อดีตมีให้เห็นแล้วหลายครั้ง คนร้ายยังลอยนวล กลุ่มหัวรุนแรงยังอาศัยพื้นที่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้านเป็นฐานบัญชาการ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาลต้องเอาให้อยู่.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ