คอลัมน์คันปากอยากเล่า: 'ปั๊มนมวนไป'

ข่าวทั่วไป 11 มิถุนายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ช่างสงสัย ในสภาวะที่เสียงในสภาฯ ปริ่มน้ำ จำนวน ส.ส. ห่างกันไม่กี่คน จึงทำให้ ส.ส.ของ 19 พรรคร่วมฝ่ายรัฐบาลฝั่งพลังประชารัฐ (พปชร.) ไม่สามารถออกไปไหนมาไหนได้ เพราะหากขาดไปเพียงไม่กี่คนก็มีสิทธิ์ทำให้องค์ประชุมล่ม กระทบต่อการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ และภาพลักษณ์ของนักการเมืองที่อาจพังได้ ดังนั้นแต่ละพรรคจึงมีการควบคุมจำนวน ส.ส.ให้มาประชุมอย่างเคร่งครัด จะไปไหนมาไหนก็ต้องแจ้งให้หัวหน้าพรรคหรือคนที่ดูแลองค์ประชุมทราบ เพราะหากจู่ๆ ไปไหนมาไหนตามตัวไม่ทัน เดี๋ยวจะถูกอีกฝ่ายหาเรื่องนับองค์ประชุม..ยุ่งตาย ย้อนกลับไปเหตุการณ์โหวตนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตจากพรรคพลังประชารัฐ กับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แห่งพรรคอนาคตใหม่ บรรยายใต้ภาพ ศุภมาส อิศรภักดี

หลังทราบว่า อภิสิทธิ์ เวชชา ชีวะ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิ ปัตย์ ลาออกเพราะไม่เห็นด้วยกับการไปร่วมงานกับ พปชร. รวมทั้ง ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนฯ จะงดออกเสียง

ยิ่งทำให้ฝ่าย พปชร.และพรรคร่วมรัฐบาลต้องคุมเข้มคะแนนเสียง และจำเป็นต้องให้เสียงหนุน ลุงตู่ เกิน 250 เสียงให้ได้ เพื่อสะท้อนให้สังคมเห็นภาพการทำงานข้างหน้าว่ามีเสถียรภาพ รวมทั้งสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของ พล.อ.ประยุทธ์ที่ไม่ต้องหวังพึ่งเสียง ส.ว.สรรหา

ด้วยการคุมเข้มเช่นนี้ แม้แต่แม่ลูกอ่อนอย่าง ส.ส.ผึ้งศุภมาส อิศรภักดี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ก็ยังไม่สามารถออกไปให้นมลูกได้ จึงใช้โอกาสระหว่าง ส.ส.และ ส.ว.อภิปรายเรื่องคุณสมบัติของนายกฯ กันยาวเหยียด ออกไปหาห้องในอาคารทีโอทีหลบมุมปั๊มนมให้ลูก

"ปั๊มนมวนไป รอโหวตนายกฯ จ้า" ส.ส.แม่ลูกอ่อนบอกอย่างนั้น

อย่างนี้เรียกว่า งานหลวงไม่ขาด งานราษฎร์ไม่พร่อง 555.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ