ข่าวอินโฟเควสท์
01:33 รัฐบาลสหรัฐ-คองเกรสเร่งเจรจาข้อตกลงเพิ่มเพดานหนี้ เลี่ยงวิกฤตชัตดาวน์   นางแนนซี เพโรซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ กล่าวว่า ตนหวังว่าจะมีการยื่น…
01:11 ต่างชาติเมินซื้ออสังหาฯสหรัฐ ส่งผลวอลุ่มวูบ ขณะจีนเผ่นหนีมากที่สุด   สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ต่างชาติได้ลด…
00:46 "โบอิ้ง"เตรียมควัก 50 ล้านดอลล์เยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ 737 MAX ตก   บริษัทโบอิ้งแถลงในวันนี้ว่า ทางบริษัทจะนำเงิน 50 ล้านดอลลาร…
00:23 ตำรวจบัลกาเรียรวบตัวแฮกเกอร์ลักลอบเจาะระบบเครือข่ายกรมสรรพากร   สำนักงานอัยการเปิดเผยว่า ตำรวจบัลกาเรียได้จับกุมตัวชายชาวบัลกาเรียอายุ 20 ปีราย…
00:10 อียิปต์เผยเศรษฐกิจโต 5.6% ในปี 2018/2019 ขณะตั้งเป้า 6% ในปี 2019/2020   กระทรวงการคลังอียิปต์เปิดเผยว่า เศรษฐกิจอียิปต์มีการขยายตัว 5.6% ในปีง…

คอลัมน์: รายงานพิเศษ: กัมพูชา มั่นใจซีพีเอฟยึดมั่นในการบริหาร ด้านสิทธิมนุษยชนด้วยมาตรฐานสากล

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พุธที่ 12 มิถุนายน 2562 00:00:01 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ แรงงานชาวกัมพูชาที่ทำงานในโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ครบวงจร จังหวัดนครราชสีมา ของ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ รวม 2,900 คน ได้มีโอกาสพบปะพูดคุย กับ ฯพณฯ นายอูก ซอร์พวน เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย และคณะทำงาน ที่เดินทางเข้ามาเยี่ยมและสร้างความมั่นใจกับชาวกัมพูชาว่า พี่น้องชาวกัมพูชาที่มาทำงานกับซีพีเอฟมีความสุขและอบอุ่น ได้รับการปฏิบัติตามมาตรฐานแรงงานสากล

ฯพณฯ ซอร์พวน กล่าวว่า รัฐบาลกัมพูชาให้ความสำคัญกับประชาชนกัมพูชาที่ทำงานในต่างประเทศ ทุกคนมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของกัมพูชาและไทย การมาเยี่ยมชมสถานที่ทำงานของพี่น้องชาวกัมพูชาเพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนทำงานในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย มีการจัดการและบริหารแรงงานตามมาตรฐานแรงงานสากล ทุกคนได้รับการดูแลปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ไม่มีการเลือกปฏิบัติ

"วันนี้ ได้พบปะพี่น้องแรงงานกัมพูชาที่โรงงานของซีพีเอฟ แล้ว รู้สึกดีใจและมั่นใจที่ได้เห็นพวกเราทุกคนได้รับการปฏิบัติและดูแลอย่างดี เป็นธรรมและเท่าเทียมกันตามกฎหมายแรงงานไทยและมาตรฐานสากล ซึ่งสถานทูตฯจะส่งต่อสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีและความสุขในการทำงานระหว่างที่พักพิงในประเทศไทยไปยังครอบครัวของแรงงานได้รับทราบ ขอขอบคุณที่ซีพีเอฟดูแลชาวกัมพูชาอย่างอบอุ่น เปรียบเหมือนเป็นบ้านที่สองของพี่น้องชาวกัมพูชา" เอกอัครราชทูตฯ ซอร์พวน กล่าว

เอกอัครราชทูตฯ ซอร์พวน กล่าวย้ำว่า ชาวกัมพูชาที่ทำงานในต่างประเทศ มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนความก้าวหน้าของกัมพูชาและอาเซียน รวมถึงการยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตของครอบครัวชาวกัมพูชาให้ดีขึ้น สถานทูตอยากเห็นความร่วมมือของทุกฝ่ายและภาคเอกชนไทยที่เป็นนายจ้างช่วยกันดูแลชาวกัมพูชาที่ทำงานและอาศัยอยู่ในเมืองไทยได้อย่างมีความสุข

ด้าน ว่าที่ร้อยตรี นิรันดร์ ดุจจานุทัศน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า แรงงานต่างชาติมีความสำคัญต่อการสร้างความเข้มแข็งทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมของไทยสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน และขอชื่นชมซีพีเอฟ ที่ให้ความสำคัญและเอาใจใส่ดูแลแรงงานตามมาตรฐานแรงงานไทยและสากล

นายปริโสทัต ปุณณภุม รองกรรมการผู้จัดการบริหาร สายงานทรัพยากรบุคคล ซีพีเอฟ กล่าวว่า กิจกรรมในวันนี้ ช่วยสร้างกำลังใจที่ดีต่อชาวกัมพูชาที่อาศัยและทำงานอยู่ในประเทศไทย รวมทั้งช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับครอบครัวของแรงงานทุกคนว่าได้รับการปฏิบัติอย่างเสมอภาคและไม่เลือกปฏิบัติตามมาตรฐานสากลด้านแรงงานและหลักสิทธิมนุษยชน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals : SDGs) และนโยบายด้านการจ้างแรงงานของบริษัทฯ ที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานทุกคนในห่วงโซ่การผลิตของซีพีเอฟ ปราศจากการใช้แรงงานบังคับและแรงงานผิดกฎหมายทุกรูปแบบ ทั้งยังได้รับการพัฒนาทักษะเพิ่มขีดความสามารถและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

ปัจจุบัน ซีพีเอฟ ยังได้ร่วมมือกับมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (Labour Rights Promotion Network: LPN) ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนด้านแรงงานต่างชาติในประเทศไทย จัดตั้งศูนย์รับฟังเสียงพนักงาน "ศูนย์ Labour Voices Hotline by LPN" ให้เป็นองค์กรกลางในการให้คำปรึกษา รับข้อร้องเรียนและความช่วยเหลือแรงงานที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการจ้างงาน รวมทั้งให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน กฎหมายแรงงานไทย สุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่แรงงาน

ซีพีเอฟ ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และให้ความสำคัญอย่างยิ่งการบริหารด้านสิทธิมนุษยชนที่ปฏิบัติตามหลักสากลทั้งในสถานประกอบการของบริษัทและห่วงโซ่อุปทาน  ไม่เพียงสร้างความมั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงาน หากยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในภาคการผลิตอาหารของไทยและการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยและกัมพูชาควบคู่กัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง