คอลัมน์กลยุทธ์พิชิตหุ้น: ต่างชาติยังเชื่อมั่น

ข่าวเศรษฐกิจ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ธวัชชัย ฐิติวณิชภิวงศ์

หากดูจากข่าวที่เกิดขึ้นคงคิดว่านักลงทุนต่างชาติไม่มีความเชื่อมั่นและกล้าที่จะเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น เพราะไม่ว่าจะดูจาก ข่าวภายนอกที่ยังดูอึมครึมทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ เพราะสงคราม ทางการค้าก็ยังไม่ยุติ ยังคงเล่นเกมต่อรองกันไปเรื่อยๆ มีการวิเคราะห์ว่า เกิดจากปัญหาทางการเมืองมากกว่าด้านอื่นๆ จึงมีการ ใช้ปัจจัยอื่นๆ มาสนับสนุนทางการเมือง โดยเฉพาะประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐดูจะใช้กลยุทธ์นี้มากเป็นพิเศษ จนดูเหมือนเหตุการณ์ จะน่าวิตกมาก เพราะเป็นการกระจายความวุ่นวายไปสู่ประเทศ อื่นๆ ที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐ

การใช้วิธีเรียกคะแนนเสียงความนิยมด้วยการทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ผล โดยไม่คำนึงถึงผลความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจไม่คุ้มกับผลเสียหายที่เกิดกับประเทศและประชาชน จึงเชื่อว่าท้ายที่สุดสภาวการณ์จะคลี่คลายลง ทำให้นักลงทุนที่มองการณ์ไกลจึงไม่วิตกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากนัก แต่เมื่อสภาวการณ์ไม่เอื้อก็ใช้วิธีการทยอยเข้าลงทุนมากกว่าจะรีบโหมเข้าลงทุน จึงอาจทำให้คิดว่าเป็นการซื้อไม่จริง นักลงทุนไทยส่วนมากจึงเลือกที่จะชะลอการลงทุนไว้ก่อน

แต่หากมาพิจารณากันให้ดีๆ จะพบว่านักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทยดูจะมีความจริงจังกับการกลับมาลงทุนในตลาดมาก เพราะมีการเข้าซื้อหุ้นต่อเนื่องตลอดครึ่งเดือน มิ.ย.นี้ จนทำให้มียอดซื้อสุทธิสูงกว่า 1.66 หมื่นล้านบาทไปแล้ว เกือบจะพูดได้ว่าครึ่งเดือน มิ.ย.นี้ ตลาดหุ้นบวกสูงขึ้นได้จากการซื้อของนักลงทุนต่างชาติเท่านั้น เพราะนักลงทุนไทยส่วนมากเลือกที่จะขายหุ้นออกมากกว่า คงมีเพียงกองทุนที่ยังหมุนเวียนสลับซื้อและขายอยู่บ้าง แต่เป็นการซื้อมากกว่าขาย จึงมียอดซื้อสุทธิกว่า 1,800 ล้านบาท

สภาพตลาดในปัจจุบันจึงยืนได้จากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งดูแล้วคงจะต้องซื้อต่อไป เพราะยังพบว่ามีเงินไหลทะลักเข้าไทยอย่างต่อเนื่อง ต้องพูดว่านักลงทุนต่างชาติมีความเชื่อมั่นในการลงทุนสูงจึงกล้าซื้อหุ้นอย่างนี้ ในขณะนี้การเมืองไทยก็มีความชัดเจนมากขึ้น ทำให้ยิ่งมั่นใจได้ว่าตลาดจะยังก้าวเดินได้ต่อไป จึงยังคงแนะ นำให้ทยอยเลือกลุ้นและลงทุน

ส่วนกลุ่มหุ้นที่น่ามอง ในกลุ่มธนาคารอย่าไปกังวลกับการทำธุรกิจของธนาคาร เพราะโดยรวมแล้วธุรกิจนี้จะเติบโตตามการเติบโตของเศรษฐกิจ จึงควรมอง BBL, BAY และ KTB กลุ่มพาณิชย์ยังจะได้รับผลดีจากเศรษฐกิจโตและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงน่ามองที่ GLOBAL, MC และ SINGER กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ผู้บริหารธุรกิจยังเน้นทำโครงการเชิงรุก ทำให้ธุรกิจจะมีรายได้เพิ่ม ควรมองที่ AMATA, QH และ SPALI กลุ่มรับเหมาก่อสร้างอนาคตยังสดใสจากการลงทุนภาครัฐและเอกชน จึงน่ามองที่ STEC, SQ และ UNIQ หุ้นรายตัวน่ามองที่ AAV, EPG และ CBG เป็นต้น ตลาดยังคงมีแนวโน้มดี จึงยังสามารถขยับสูงขึ้นได้ แต่จะค่อยเป็นค่อยไป และความผันผวนคือการเก็งกำไร จึงเลือกลุ้นและลงทุนได้ต่อไป.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ