ถ้าชายแดนนราธิวาสคือ 'จุดบอด' สร้างกำแพงกั้น ดีกว่าใช้งบแสนล้านดับไฟใต้

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 15 มิถุนายน 2562 00:00:32 น.
เมือง ไม้ขม รายงาน

หากติดตามสถานการณ์ความไม่สงบ ที่เกิดจากการก่อการร้ายของสมาชิกขบวนการแบ่งแยกดินแดนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง ก็จะพบว่า ในปี 2562 นี้ ทั้งฝ่ายบีอาร์เอ็นและฝ่ายความมั่นคงยังคงเดินหน้าปฏิบัติการในรูปแบบที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก

ยุทธศาสตร์ของบีอาร์เอ็น คือปรับเปลี่ยนที่โครงสร้างและตัวบุคคล คือการใช้โครงสร้างใหม่ในพื้นที่ และเปลี่ยนตัวบุคคลที่เป็น ผู้นำ ในพื้นที่ ซึ่งเป็นบุคคลที่เจ้าหน้าที่รู้ประวัติ ความเป็นมา และติดตามความเคลื่อนไหว จนทำให้เป็นอุปสรรคในการขับเคลื่อนงานของขบวนการ

กลุ่มของ คนหน้าขาว ซึ่งหมายถึง คนรุ่นใหม่ ที่ถูกนำเข้าสู่ขบวนการ และเจ้าหน้าที่ยังไม่มีประวัติ จึงกลายเป็น แนวร่วม ที่ถูกใช้ให้ปฏิบัติการในพื้นที่มากขึ้น โดยมีแนวร่วม กลุ่มเก่า ที่ยังคงเคลื่อนไหวในพื้นที่เป็น พี่เลี้ยง สนับสนุนการปฏิบัติการในพื้นที่ แต่..ที่ไม่เปลี่ยนแปลงก็คือ นโยบายจากแกนนำที่ตั้งฐานปฏิบัติการในประเทศมาเลเซีย ที่ยังคง ยุทธศาสตร์ การต่อสู้ยืดเยื้อ โดยยังคงเป้าหมายที่ เอกราช ไม่ได้มีเป้าหมายที่ เขตปกครองพิเศษ และยังคงยืนยันที่จะใช้วิธีการก่อเหตุในพื้นที่ เพื่อใช้ความ รุนแรง เป็น กับดัก เจ้าหน้าที่ให้ต้องใช้กำลังจำนวนมาก ในการรักษาความปลอดภัย ทั้งชีวิต ทรัพย์สิน ของประชาชน และรักษาสิ่งสาธารณูปโภคที่เป็นเป้าหมายในการก่อการร้ายของขบวนการแบ่งแยกดินแดน

และที่สำคัญที่เป็นนโยบายหลักของบีอาร์เอ็น คือการปฏิบัติการด้านมวลชนที่ลงลึกมากกว่าเดิมในทุกพื้นที่ ตาม ยุทธศาสตร์ ที่วางไว้ 15 ปีข้างหน้า จะใช้มวลชนเป็นตัวกำหนดการแพ้-ชนะ ด้วยการให้ประชาชนลงประชามติ เพื่อการแบ่งแยกดินแดนที่แท้จริง

วันนี้บีอาร์เอ็นเดินงานการ บ่มเพาะ เยาวชนคนรุ่นใหม่อย่างเข้มแข็ง นักเรียน นักศึกษา คือกำลังหลักที่แท้จริง มูลนิธิเด็กกำพร้าหลายแห่งคือแหล่ง บ่มเพาะ กองกำลัง ทหารเด็ก เช่นเดียวกับ ปอเนาะ และโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาบางแห่งคือแหล่ง บ่มเพาะ นักปฏิวัติ และกองกำลังเยาวชนที่สำคัญ

ส่วนเวทีการ พูดคุย มีความหมายเพียงเพื่อการขับเคลื่อนงาน การเมือง ระหว่างประเทศ ที่เป็นเพียงฉากหลังของการสร้างความรับรู้ และการสร้างความมี ตัวตน ของบีอาร์เอ็นในเวทีโลก เพื่อรอการยกระดับ และการให้เห็นถึงความมีอยู่จริงของขบวนการแบ่งแยกดินแดนเท่านั้น และเส้นทางการ พูดคุย สำหรับบีอาร์เอ็น จึงไม่ใช่เส้นทางของการที่จะก้าวไปสู่การสลายขบวนการเพื่อสร้าง สันติ แต่อย่างใดในส่วนของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งภายใต้การนำของ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 นั้น ตั้งแต่ก้าวขึ้นมารับตำแหน่ง แม่ทัพ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2561 เป็นต้นมา จะเห็นถึงการที่พยายามสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น

เช่น การประกาศนโยบายแก้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่อย่างจริงจัง ต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่าปัญหายาเสพติดถ้ายังดำรงอยู่ในพื้นที่และขยายตัวอย่างไม่หยุดยั้ง การที่จะดับ ไฟใต้ ท่ามกลางผลประโยชน์ของการค้ายาเสพติด และพื้นที่เต็มไปด้วย ขี้ยา คงไม่สามารถที่จะแก้ปัญหา ไฟใต้ ให้ลดน้อยลงตามด้วยการพยายามใช้ประโยชน์จากกองกำลังให้มากที่สุด ด้วยการปรับเปลี่ยนวิธีการ ปรับเปลี่ยนการปฏิบัติการของกองกำลังในพื้นที่ โดยเฉพาะกองกำลังของ ทหาร เช่น ให้กำลังที่ตั้งฐานปฏิบัติการในพื้นที่ นอนนอกฐาน นั้นหมายถึง การปฏิบัติการต่อกลุ่มเป้าหมายในยามวิกาล การจัดกำลัง 700 กว่าชุดปฏิบัติการ เพื่อทำหน้าที่ควบคุมพื้นที่ รักษาความสงบในพื้นที่ เพื่อจำกัด เสรีภาพ ของสมาชิกขบวนการแบ่งแยกดินแดน การจัดชุด ชป.จรยุทธ์ หรือหน่วยรบพิเศษ เข้าปฏิบัติการในพื้นที่เป้าหมายเพื่อ กดดัน ฝ่ายตรงข้ามให้ออกจากพื้นที่ และเพื่อให้เกิดการ ปะทะ เพื่อหวังผลในการสร้างความสงบให้เกิดขึ้น

จนเกิดการ จัดหนัก จากชุด ชป.จรยุทธ์ ที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา แต่เป้าหมายแทนที่จะเป็น แกนนำ บีอาร์เอ็น กลายเป็นชาวบ้านที่เจ้าหน้าที่อ้างว่าเป็นพ่อค้ายาเสพติด สุดท้ายต้อง เยียวยา เพื่อเป็นทางออกของการ จัดหนัก ที่ แม่ทัพ ต้องออกคำสั่งให้ ชป.จรยุทธ์ ต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง ชัดเจน ตามรูปแบบของการตั้งด่าน จุดตรวจที่ถูกต้อง

ล่าสุด คือการปฏิบัติการกับเส้นทางธรรมชาติ ในด้าน จ.นราธิวาส ตลอดแนวชายแดน 95 กิโลเมตร ที่มีท่าข้ามเถื่อน 73 ท่า เพื่อกำจัดเสรีภาพของ แนวร่วม ในการ เข้า-ออก ระหว่างพื้นที่นราธิวาส กับพื้นที่รัฐกลันตัน ของประเทศมาเลเซีย

วิธีการปิดท่าข้ามเถื่อน และลาดตระเวนแนวชายแดนเกือบ 100 กิโลเมตร ระหว่างไทย-มาเลเซียด้าน จ.นราธิวาสนั้น ถ้าทำจริง หรือทำได้จริง นอกจากจะเป็นการจำกัดเสรีภาพของสมาชิกขบวนการแบ่งแยกดินแดนแล้ว ยังเป็นการแก้ปัญหาอื่นๆ เช่น การค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ การค้าของหนีภาษีทุกอย่าง ซึ่งเป็นการ ยิงปืนนัดเดียว แต่อาจจะได้ นกทั้งฝูง ถ้าทำจริงและทำได้ จะเป็นเรื่องที่ดีมาก

ที่เน้นว่า ทำจริง และ ทำได้ นั้น เนื่องจากวิธีการปิดแนวชายแดน โดยเฉพาะท่าข้ามเถื่อน 73 แห่ง แม่ทัพ หลายท่านเคยทำมาแล้วทั้งนั้น เมื่อครั้งที่แม่ทัพ อาร์ท พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช เป็นแม่ทัพภาคที่ 4 ก่อนหน้า แม่ทัพภาค 4 คนปัจจุบันก็ทำเช่นนี้มาแล้ว

และสุดท้ายทำได้เพียง 5-6 วัน ก็ต้องยกเลิก ปล่อยให้ท่าเถื่อนทั้ง 73 ท่าน เปิดให้ คนทั้ง 2 สัญชาติ และสัญชาติเดียว ข้ามไป-มาอย่างเสรี เพราะมีการยกปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้อง การหาเลี้ยงชีพ ของคนที่ใช้เรื่องปากท้อง ผูกพันอยู่กับท่าข้ามเถื่อนทั้ง 73 ท่า

ครั้งนี้ก็เช่นกัน เชื่อว่าหลังจากที่มีการประกาศปิดท่าข้ามเถื่อนทั้ง 73 แห่ง ไม่กี่วันต่อจากนั้น ก็ต้องการการเคลื่อนไหวจากผู้ที่อ้างเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้อง ความยากจน เพื่อให้หน่วยงานที่เหนือกว่า แม่ทัพ ยกเลิกการปิดท่าข้ามเถื่อนเหมือนทุกครั้ง แต่ถ้าไม่มี และแม่ทัพเดฟสามารถที่จะปิดชายแดน 95 กิโลเมตรได้จริง ต้องยกความชอบและต้อง ชื่นชม ถึงความตั้งใจจริงกับการดับ ไฟใต้ ของท่านสำหรับในประเด็นการเคลื่อนไหวของประเทศมาเลเซีย ที่ส่ง พล.ต.อ.ตัน สรี อับดุลราฮิม บิน โมฮัมมัด นูร์ ผู้อำนวยความสะดวก โต๊ะ พูดคุยสันติสุข ระหว่างรัฐบาลไทยกับกลุ่ม มารา ปาตานี เข้ามา ยังมาเพื่อพบปะกับ แม่ทัพ ภาคที่ 4 นั้นก็อย่าเพิ่งคาดหวังอะไรให้มากนัก เพียงแต่ให้จับตามองบทบาทของมาเลเซียต่อการขับเคลื่อนในครั้งนี้ว่า มาเลเซียต้องการอะไรจากการเป็นผู้อำนวยความสะดวกของการ พูดคุย รวมทั้งการ พูดคุย ครั้งใหม่ ถ้ายังเดินหน้าต่อ ก็ไม่ใช่เรื่องของกองทัพเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ด้วย จริงอยู่ว่านายกรัฐมนตรียังเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ ส.ส.ในสภาฯ ก็หาใช่ ไม้ตีพริก ที่จะไม่มีปากเสียง ความคิดเห็น กับปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้

ประเด็นสำคัญ ถ้าหน่วยงานความมั่นคงเชื่อว่า แนวชายแดน 95 กิโลเมตร ด้าน จ.นราธิวาส คือ ประตู ใหญ่ที่ทำให้ โจรใต้ หรือ แนวร่วม ของสมาชิกขบวนการแบ่งแยกดินแดนเข้า-ออกอย่างเสรี ในการนำวัตถุระเบิด ยุทโธปกรณ์เข้ามาก่อการร้ายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และชายแดนด้านนี้คือจุดอ่อนที่เกิดขึ้น

ทำไมจึงไม่ปิด จุดอ่อน ตรงนี้ ด้วยการสร้างรั้ว กำแพง ตลอดแนวชายแดนด้านนี้ ถ้าปิดจุดอ่อนตรงนี้ได้ แล้วปัญหาการก่อการร้ายลดลง ใช้เงินสัก 5,000-10,000 ล้าน น่าจะคุ้มค่ากว่าการใช้งบ 200,000 ล้าน ใน 15 ปี ที่ใช้ดับไฟใต้ และยังไม่มีหน่วยงานความมั่นคงหน่วยไหนตอบได้ว่า จะต้องใช้เงินอีกกี่แสนล้านกว่า ไฟใต้ จะสงบ.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง