คอลัมน์: สาระสุขภาพ แพทย์แผนไทย: ว่านหางจระเข้เวชสำอางกลางบ้าน ยาดำถ่ายลมถ่ายพยาธิ

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2562 00:00:49 น.
วัชรีพร คงวิลาด
panthaibook@hotmail.com

ว่านหางจระเข้เป็นพืชที่ปลูกง่าย พบว่า   เป็นพืชเศรษฐกิจที่ปลูกทั่วโลก มีสายพันธุ์ต่างๆ มากกว่า 300 สายพันธุ์ แต่มีสรรพคุณคล้ายคลึงกัน เป็นพืชในวงศ์ Liliaceae  มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ Aloe vera Linn. เป็นพืชดั้งเดิมที่พบในทวีปแอฟริกา เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นที่กาบใบที่นำมาใช้ประโยชน์มีลักษณะอวบน้ำ สำหรับประเทศไทยมีการใช้เป็นยา มีปลูกไว้แทบทุกบ้าน จัดเป็นยากลางบ้านที่ใช้ประโยชน์แพร่หลายมากมาย

คนส่วนใหญ่จะนำวุ้นจากว่านหางจระเข้มาใช้รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ลดผื่นคัน รักษาเริม หรือกลุ่มโรคผิวหนังที่มีอาการแสบร้อน วุ้นว่านหางจระเข้มีรสจืดเย็น จึงช่วยลดอาการแสบร้อนลงได้ หมอแผนไทยใช้วุ้นทาปูนแดงปิดขมับแก้ปวดศีรษะ

วุ้นหางจระเข้ได้จากส่วนของใบ ก่อนนำไปใช้ต้องปลอกเอาเปลือกออก ระหว่างเปลือกกับวุ้นจะมียางสีเหลือง ซึ่งจะมีฤทธิ์ในทางขับถ่าย และอาจทำให้แพ้ได้ ฉะนั้นการนำเอาเนื้อวุ้นมาใช้จึงต้องปอกเปลือกให้ลึกขึ้นสักนิดแล้วเอาไปล้างน้ำสะอาดหลายน้ำจนแน่ใจว่าหมดยางจึงนำไปใช้เป็นยา เช่น ปิดแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก หรือใช้บำรุงผิว

ในปัจจุบันวุ้นว่านหางจระเข้ได้นำมาพัฒนาเป็นเวชสำอางเพื่อใช้ในการรักษาสิว (ยกเว้นสิวที่เป็นหนอง) ฝ้า กระ บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ลดการแสบร้อนจากแสงแดด หรือพิษผื่นคันแสบร้อนต่างๆ แผลไหม้ที่เกิดจากความร้อน x-ray และรังสีจากสารกัมมันตภาพรังสีอื่นๆ ลดการอักเสบของผิวหนังได้ดี

หรือนำไปใช้ในการบำรุงเส้นผม โดยเอาน้ำวุ้นชโลมให้ทั่วศีรษะแล้วหมักทิ้งไว้สัก 30 นาที จึงล้างออก จะช่วยลดความมัน ทำให้ผมดำเป็นเงางาม ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในเวชสำอางหลากหลาย ตั้งแต่สบู่ แชมพู ครีมนวดผม โลชั่น ครีมบำรุงผิว รักษาฝ้า จุดด่างดำ

นอกจากนี้วุ้นยังช่วยรักษาอาการโรคกระเพาะอาหาร ลำไส้อักเสบ ปวดตามข้อ โดยนำมาทำเป็นเครื่องดื่มหรือของหวานรับประทานเป็นประจำ โดยจะเลือกสายพันธุ์ที่มีลำต้นใหญ่จะได้กาบใบใหญ่ๆ แล้วก็นำมาปอกเปลือก ล้างทำความสะอาด เอาเนื้อวุ้นมาหั่นเป็นชิ้นขนาดลูกเต๋ารับประทาน และถ้าใช้ทำเป็นวุ้นลอยแก้วในน้ำมะพร้าวอ่อน ใช้เป็นเครื่องดื่มหรือของว่างของวัยทอง เหมาะทั้งหญิงและชาย

การใช้วุ้นว่านหางจระเข้ที่ได้ผล ควรใช้แบบสด ไม่ควรทำทิ้งไว้นานเป็นอาทิตย์ ควรให้หมดใน 1-2 วัน แล้วทำใหม่ จะได้สรรพคุณของยาดีกว่า และใช้ไม่หมดควรเก็บในตู้เย็น การใช้ประโยชน์จากส่วนอื่น น้ำยางจากใบ ผสมกับสารส้ม รับประทานรักษาโรคหนองใน รากและเหง้า นำไปต้มรับประทานรักษาโรคหนองใน

ในวุ้นว่านหางจระเข้มีสารเคมีหลายชนิด เช่น Aloe-emodin, Aloesin, Aloin, สารประเภท glycoprotein และอื่นๆ ยางที่อยู่ในใบว่านหางจระเข้มีสาร antraquinone ที่มีฤทธิ์ขับถ่าย ยางของว่านหางจระเข้จะมีสีเหลือง ซึ่งจะนำส่วนของยางนี้มาทำยาดำเพื่อใช้เป็นยาถ่าย

การทำยาดำจะเลือกเอาสายพันธุ์ที่มีลำต้นใหญ่ มีอายุตั้งแต่ 9 เดือนขึ้นไป โดยว่านหางจระเข้ตรงโคนใบจะมีน้ำยางเหลืองไหลออกมา หาภาชนะมารองเอานำยาง ปล่อยทิ้งไว้จนน้ำยางไหลออกหมด จึงนำเอาน้ำยางนั้นไปเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ จนข้นเหนียวแล้วเทใส่บล็อก หรือปล่อยเป็นก้อนอย่างนั้นก็ได้ นำผึ่งแดดให้แห้ง ก็จะได้ยาดำก้อนสีดำ ยาดำเป็นของแข็ง สีแดงน้ำตาล จนถึงดำ เปราะ ผิวมัน ทึบแสง กลิ่นและรสขม ชวนคลื่นไส้ อาเจียน รสขมเหม็นเบื่อ ใช้เป็นยาถ่าย

ในตำรายาไทยก่อนจะนำยาดำไปใช้จะต้องนำไปสะตุก่อน เพื่อลดฤทธิ์ให้อ่อนลง และช่วยให้ยาสะอาดขึ้นด้วย วิธีการสะตุยาดำ คือ นำยาดำไป ตำให้ละเอียดเป็นผง จากนั้น นำกระทะตั้งเตาจนร้อน ค่อยๆ โรยยาดำลงในกระทะ แล้วใส่น้ำเล็กน้อย เมื่อกระทะร้อนจะสังเกตได้ว่ายาดำจะเดือด และกลายเป็นยางเหนียวๆ รอดูจนน้ำค่อยๆ แห้ง จึงขูดเอายาดำออกจากกระทะ เก็บไว้ทำยา

ยาดำมีสรรพคุณถ่ายลมเบื้องสูงลงสู่เบื้องต่ำ กัดฟอกเสมหะและโลหิต ถ่ายพิษไข้ ถ่ายพยาธิตัวตืด ไส้เดือน ขับน้ำดี มีฤทธิ์ไซร้ท้อง ฝนกับเหล้าขาวทาหัวฝี ทาแก้ฟกบวม ห้ามใช้กับคนที่ตั้งครรภ์ กำลังมีประจำเดือน และคนที่เป็นริดสีดวงทวาร

ปลูกว่านหางจระเข้ไว้สักกระถาง เป็นยาสมุนไพรสามัญประจำรั้วบ้านรับรองใช้ได้ประโยชน์มากมาย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง