สู้ปัญหา'สิว'เรื่องที่สาวต้องรู้

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2562 00:00:14 น.

ตามผลการวิจัยเรื่องผิว พบว่าความเครียดและสิวมีความเกี่ยวข้องกันแบบแยกไม่ออก โดยมีผลวิจัยจากภาควิชาโรคผิวหนังและกามโรค มหาวิทยาลัยซาเกร็บประเทศโครเอเชีย ในปี ค.ศ.2017 พบว่าสภาพจิตใจและความเครียดเป็นปัจจัยสำคัญในการเกิดโรคสิว เนื่องจากความเครียดทางอารมณ์ส่งผลต่อการผลิตของฮอร์โมนบกพร่อง ซึ่งส่งผลต่อการเกิดสิว โดยในบทสรุปให้คำแนะนำว่าการรักษาสิวนั้น แพทย์ผิวหนังควรตระหนักถึงปัจจัยทางจิตวิทยาที่นำไปสู่การเกิดสิว รวมถึงการรับรู้ภาวะความเครียดของผู้ป่วยที่เป็นสิวเองด้วย ผสมผสานการรักษาแบบสหวิทยาการกับผู้เป็นสิวที่ไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องแพทย์ผิวหนังเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนักจิตวิทยาและจิตแพทย์ด้วย

นอกจากนั้นยังมีการวิจัยจาก King Abdulaziz University, Jeddah, Saudi Arabia 2017 ซึ่งศึกษาในนักศึกษาแพทย์หญิง อายุ 22-24 ปี พบว่า ความรุนแรงของความเครียดมีความสัมพันธ์กับความรุนแรงของสิวอีกด้วย อย่างไรก็ตาม นักวิจัยบางท่านมีความเห็นว่าจะต้องมีการวิจัยต่อไปเกี่ยวกับระดับความสัมพันธ์ของความเครียดกับการเกิดสิวเพื่อที่จะได้วางแผนป้องกันและรักษาสิวจากความเครียดได้ดียิ่งขึ้น

"สิว" ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อผิวพรรณเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อจิตใจและความมั่นใจ เพราะสิวทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ จึงทำให้ไม่อยากเข้าสังคม โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาสิวรุนแรงอาจกระทบกับอารมณ์และความรู้สึกจนเกิดความหดหู่สะสมกลายเป็นโรคเครียดและโรคซึมเศร้าได้ ดังนั้นผู้ที่เป็นสิวที่เผชิญกับปัญหาเหล่านี้อยู่ต้องปรับทัศนคติและจัดการกับอารมณ์ความรู้สึกของตนเองให้ได้ และ "ให้กำลังใจตนเอง" ว่า "สิวรักษา" ได้

ดร.จิรวรรณ โอพรสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.เอ.เดอร์มาเทค จำกัด ผู้นำด้านการผลิต-วิจัยและพัฒนา เครื่องสำอางและเวชสำอางสเปรย์สิว "โอลด์ร๊อค แอคเน่ สเปรย์" ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าวิธีรักษาสิวและความเครียดมีความสัมพันธ์กัน จึงแนะนำวิธีการบรรเทาปัญหาสิวโดยแบ่งเป็น 2 ส่วนด้วยกันคือ

1.การรักษาสิวจากภายใน ที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และจิตใจ โดยหาวิธีผ่อนคลายความตึงเครียดและทำจิตใจให้แจ่มใส ด้วยการทำงานอดิเรกที่ชอบ เช่น ท่องเที่ยว ดูหนัง ทำบุญ ใช้เวลาอยู่กับเพื่อนและคนรัก รวมถึงออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอซึ่งจะช่วยลดภาวะเครียดได้ เช่น เล่นโยคะ ฝึกสมาธิ และจัดตารางพักผ่อนให้เพียงพอ เนื่องจากการพักผ่อนที่เพียงพอจะช่วยให้ฮอร์โมนในร่างกายทำงานได้อย่างปกติและไม่ผลิตน้ำมันส่วนเกินมากเกินไปเมื่อร่างกายขาดการพักผ่อน ซึ่งเป็นสาเหตุของสิวอุดตัน และการพักผ่อนที่เพียงพอยังช่วยทำให้โกรทฮอร์โมน (Growth hormone) ทำงานได้เต็มที่ ช่วยให้ผิวสดใส เปล่งปลั่งและเพิ่มความชุ่มชื่น นอกจากนั้นควรทานอาหารที่มีประโยชน์ งดอาหารมัน หรือของทอด ก็จะช่วยบรรเทาความรุนแรงของสิวได้

2.การรักษาสิวภายนอก โดยการดูแลผิวเป็นสิวอย่างถูกวิธี โดยเริ่มจากการล้างหน้าให้สะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยน เลือกใช้สกินแคร์สำหรับผู้เป็นสิว และมีสารสกัดจากธรรมชาติเพื่อช่วยเสริมสร้างเซลล์ผิวให้แข็งแรง ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน (oil free) และใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวภายใต้คำสั่งแพทย์ หรือเภสัชกร หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าหากไม่จำเป็น แต่หากจำเป็นต้องแต่งหน้าเพื่อความมั่นใจสามารถใช้สเปรย์สิว "โอลด์ร๊อค แอคเน่ สเปรย์" ที่มีส่วนผสมจากสารสกัดหินน้ำมันธรรมชาติบริสุทธิ์จากฝรั่งเศส       สเปรย์ให้ทั่วใบหน้าก่อนลงสกินแคร์หรือก่อนแต่งหน้าเพื่อช่วยลดการสิวอุดตัน และช่วยให้ผิวเย็นสดชื่น และช่วยลดความมันบนใบหน้าระหว่างวัน อีกทั้งยังช่วยให้เครื่องสำอางติดทนนานเรียบเนียนด้วย

ดังนั้น แนวทางการแก้ปัญหาต้องปรับสภาพจิตใจ และความคิดให้เกิดทัศนคติเชิงบวก ให้กำลังใจตนเอง และทำงานอดิเรกที่ชอบเพื่อลดความเครียดที่จะไปกระตุ้นให้เกิดปัญหาสิวลุกลาม และหลีกเลี่ยงปัจจัยภายนอกที่ทำให้เกิดสิว รวมถึงดูแลผิวหน้าอย่างถูกวิธี ร่วมกับการใช้เวชสำอางดูแลปัญหาสิวที่มีสารสกัดจากธรรมชาติเพื่อช่วยเสริมสร้างให้โครงสร้างผิวกลับมาแข็งแรง เพื่อช่วยลดการสะสมของสารเคมีอันตรายบนใบหน้า เมื่อจัดการกับความเครียดได้แล้ว ผนวกกับการรักษาที่ถูกวิธี ปัญหาสิวก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง