หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว จ.สมุทรสงคราม พระที่มีแต่ให้ ทั้งทางโลกและทางธรรม

ข่าวทั่วไป 16 มิถุนายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

สราวุฒิ ศรีธนานันท์ หลวงพ่อเพิ่ม หรือพระครูสมุทรวุฒิคุณ เจ้าคณะตำบลบางจะเกร็ง เขต 2 วัดป้อมแก้ว อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม เป็นพระผู้ใหญ่ที่มีผู้เคารพนับถือมาก ในความเป็นพระใจดี มีเมตตาต่อสัตว์โลกทั้งคนและสัตว์ เป็นบรรทัดฐานในการเป็นอยู่ของพระ และของคนที่ปะปนกันไปจนแยกไม่ออก ดังคำกลอนบรรทัดหนึ่งที่กล่าวว่า วัดมีสงฆ์ ธงมีเสา 2 สิ่งต้องคู่กัน ยังมีอีกสำนวนหนึ่งที่กล่าวไว้ว่า คนกับพระขัดกันก็บรรลัย สงฆ์ไม่มีคนใส่บาตรแล้วจะฉันอะไร คนไม่มีพระ ก็เหมือนกับว่าจะสอนธรรมะให้ใครฟังถ้าคนไม่ฟัง

ส่วนใหญ่คนทั่วไปจะเรียกหลวงพ่อเพิ่มว่า พระอาจารย์เพิ่ม วัดป้อมแก้ว เพราะท่านมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย มีความเมตตาสูง เป็นพระที่ตรงต่อเวลา และคิดอย่างไร กล่าวอย่างนั้น โดยเฉพาะการรักษาเวลาและการเคารพหน้าที่ของตนเอง ถ้าขาด 2 อย่างนี้ก็เป็นคนอยู่ในโลกนี้ไม่ได้ เพราะขาดระเบียบและวินัยในการปกครองตน ยิ่งเฉพาะคนที่เป็นผู้นำ เป็นผู้นำทางศาสนา ผู้นำทางการเมือง ผู้นำการปกครอง และผู้นำครอบครัว

มีอยู่ครั้งหนึ่ง มีเจ้าภาพจัดงานฌาปนกิจบิดาที่วัดป้อมแก้ว และได้เชิญท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ท่านผู้ว่าฯ เดินทางมาถึงวัดตั้งแต่ 15.00 น. เจ้าภาพกำหนดเวลาฌาปนกิจบิดา เวลา 15.30 น. พอประกอบพิธีต่างๆ เช่น การทอดผ้าบังสุกุล ที่ต้องเหลือผืนสุดท้ายให้ผู้ที่มาเป็นประธานในงาน สำหรับงานนี้คือผู้ว่าราชการจังหวัดที่มานั่งรอพิธีตั้งแต่ 15.00 น. ปรากฏว่าเจ้าภาพยังไม่ได้ทอดผ้าบังสุกุลสักผืนเดียว ที่สำคัญยังไม่ได้จดรายชื่อผู้ที่จะมาทอดผ้าบังสุกุล เจ้าภาพเพิ่งจะมานั่งจดรายชื่อผู้ที่จะเชิญมาทอดผ้า

พระอาจารย์เพิ่มกล่าวตำหนิเจ้าภาพว่า คนที่ไม่รู้จักรักษาเวลา ไม่รู้จักระเบียบวินัยในงานพิธี เป็นคนใช้ไม่ได้ จะให้แขกผู้ใหญ่ที่มาเป็นประธาน คือท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมานั่งรอพิธีที่เจ้าภาพกำหนดไว้ในใจไม่ได้ ข้าราชการและพระมีระเบียบวินัยที่ต้องปฏิบัติ จัดงานใหญ่หากไม่เตรียมการให้พร้อมถือว่าล้มเหลว จะให้ท่าน

ผู้ใหญ่ เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด มานั่งรอพิธีรีตองต่างๆ ของเจ้าภาพมิได้ ท่านมีภารกิจของท่าน ปรากฏว่างานนั้นต้องยกเลิกการทอดผ้าบังสุกุล เหลือผืนใหญ่ที่ให้ท่านผู้ว่าฯ เป็นประธานทอดเพียงผืนเดียว บายศรีที่ต้องให้ผู้เป็นลูกสะใภ้ เป็นผู้ทอดผ้าดังกล่าวก็ยกเลิกไป นื่คือหลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว ที่มีระเบียบวินัยในการปกครองวัด ปกครองสงฆ์ และดูแลชาวพุทธทุกคน

หลวงพ่อเพิ่มเป็นพระที่มีแต่ให้ ให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่มีอคติกับทุกคนที่เป็นคนดี คำว่าเป็นคนดีของพระอาจารย์เพิ่มคือ คนที่ถือศีล 5 เป็นเกราะป้องกันการประกอบกรรมชั่ว ท่านจะเมตตาต่อคนที่ตกทุกข์ได้ยาก เช่น คนที่มีเงินไม่มาก อยากบวชลูกชาย ท่านก็จัดให้ ขาดเหลือท่านจัดให้ จนเป็นพระเต็มองค์ แต่ข้อแม้ของท่านคือ หากให้ท่านเป็นเจ้าภาพหรือเป็นประธานในการจัดงาน ห้ามมีมหรสพเด็ดขาด ทั้งปี่พาทย์ ลาดตะโพน ไม่ต้องหามา บวชแบบเรียบๆ ง่ายๆ ตามแนวของในหลวงรัชกาลที่ 9 คือความพอเพียง

ศพไร้ญาติที่ตายตามถนนหนทาง ไม่มีใครดำเนินการให้ หลวงพ่อเพิ่มก็นำศพมาประกอบพิธีเผาศพให้ จัดพิธีสวดพระอภิธรรมให้อย่างน้อย 3 คืน จากนั้นก็เป็นเจ้าภาพฌาปนกิจให้เป็นทานไป ที่สำคัญท่านกล่าวกับพระในวัดทุกรูปในวัดป้อมแก้ว

ว่า งานนี้เป็นงานเผาผีไม่ญาติ ทางวัดป้อมแก้วเป็นเจ้าภาพ พระสงฆ์รูปไหนในวัดหรือนอกวัดมีจิตศรัทธาจะร่วมบุญเผาผีสวดผีไม่มีญาติก็ลงมาร่วมกัน สวดพระอภิธรรมและพิธีเผาศพของศพยากไร้ พระองค์ไหนไม่มีความสมัครใจไม่เป็นไร ใครสมัครใจก็มาช่วยกันสร้างบุญ

สำหรับศพที่มีญาติแต่ขาดเงินจัดพิธี ท่านก็ให้การช่วยเหลือร่วมเป็นเจ้าภาพจัดพิธีให้ แต่มีข้อแม้ว่าเจ้าภาพต้องไม่เวอร์ คือ สภาพคนจนก็ต้องเป็นคนจน อย่าเป็นคนจนแต่ทำเป็นคนรวย จะไปไม่รอด มีญาติโยมหลายคนที่มาให้อาจารย์เพิ่มจัดงานบวชให้เพราะขาดทุนทรัพย์ แต่กลับจัดงานแบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เหมือนคนที่จมไม่ลง หาแตรวง หามหรสพมาเล่น มาแสดง อาจารย์เพิ่มจะถอนตัว ไม่ร่วมเป็นเจ้าภาพ บางรายท่านไล่ตะเพิดให้ไปบวชที่อื่น ไม่ใช่ที่วัดป้อมแก้ว มีญาติโยมหลายคนโดนเดชหลวงพ่อเพิ่มมาแล้ว

วัดป้อมแก้วเป็นวัดแรกในจังหวัดสมุทรสงคราม ที่จัดพิธีอุปสมบทหมู่กว่า 30 ปี ทุกปีมีผู้เข้ามาบวชหมู่ไม่ต่ำกว่า 100 รูปในอดีต แต่ต่อมามีการจัดพิธีบวชหมู่หลายวัด หลายจังหวัดก็จัดกัน จำนวนผู้ขอเข้าอุปสมบทของวัดป้อมแก้วมีจำนวนน้อยลง แต่กรรมพิธียังเหมือนเดิม คือ ผู้บวชต้องมาสมัครบวช ด้วยตนเอง พร้อมด้วยครอบครัว มีคนประกันว่าไม่ใช่โจรหนีมาบวช หรือพวกขี้ยาหนีมาบวช นักการเมืองที่ล้มละลายหนีมาบวช คนที่ไม่บริสุทธิ์ใจไม่ให้เข้ามาบวช ผู้สมัครเข้ามาบวชต้องเป็นคนดี สังคมยอมรับ

ส่วนเรื่องการใช้จ่ายในการประกอบพิธี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เพราะผู้ที่เข้ามาบวชในพิธีบวชหมู่ของวัดป้อมแก้วส่วนใหญ่จะมีเจ้าภาพทุกองค์จากคนภายนอกที่ต้องการบุญ มาเป็นเจ้าภาพบวชพระ และยังมีองค์กรต่างๆ ที่เป็นจิตอาสา

เข้ามาเป็นเจ้าภาพ โดยที่ทางวัดไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรมาก นอกจากค่าน้ำค่าไฟเท่านั้นที่ทางวัดนำเงินที่เหลือจากการจัดงานมาจ่าย บางปีเหลือเงินจากการจัดงานอุปสมบทหมู่ นำมาใช้จ่ายในการกุศลอื่นๆ เช่น การเป็นเจ้าภาพเผาศพไร้ญาติตามที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อเป็นกุศลของส่วนรวม

ตอนที่หลวงพ่อเพิ่มยังแข็งแรง เดินเหินไปไหนมาไหนได้ตามปกติ ท่านมีเมตตากับเจ้าภาพที่มาประกอบพิธีสวดพระอภิธรรม ท่านจะลงมาฟังพระสวดพระอภิธรรมเกือบทุกคืนจนถึงวันฌาปนกิจตามที่เจ้าภาพกำหนด เป็นที่ปลาบปลื้มกับเจ้าภาพเป็นอย่างมาก จนมีผู้กล่าวเรียกหลวงเพิ่มว่าเป็นพระผู้ที่มีแต่ให้ ให้จริงๆ และมีคำที่ชาวบ้านชอบกล่าวประชดประชันว่า "เผาผีเหม็นไปวัดป้อมแก้ว แต่งานหอมๆ ไปวัดเพชร (วัดเพชรสมุทรวรวิหาร หรือวัดหลวงพ่อบ้านแหลม ที่ทางผู้บริหารวัดชอบจัดงานกับคนมีเงิน) เท่านั้น

นอกจากพระอาจารย์เพิ่มจะเข้มงวดเรื่องระเบียบปฏิบัติแล้ว ท่านยังมีคติธรรมที่ให้ไว้ในงานต่างๆ เช่น งานศพ หลวงพ่อเพิ่มก็จะกล่าวว่า งานฌาปนกิจอย่าประกอบพิธีแบบคนตายขายคนเป็น คนเป็นเจ้าภาพหน้าใหญ่ใจโต จัดงานใหญ่โตให้คนตาย ที่ไม่รู้เรื่องว่างานใหญ่หรืองานเล็ก แต่คนตายกลับขายคนเป็น ที่ถูกแล้วต้องคนเป็นขายคนตาย เอาชื่อคนตายมาเอ่ยอ้างว่าคนตายสั่งให้จัดงานใหญ่ มีการเล่นต่างๆ เพื่ออวดความมั่งมี แต่พอเลิกจัดงานแล้ว เจ้าภาพเป็นหนี้มากมาย อย่างนี้คนเป็นขายคนตาย ไม่ใช่คนตายขายคนเป็น ทั้งสองสำนวนนี้เป็นอุทาหรณ์ได้อย่างดี

นอกจากนี้ หลวงพ่อเพิ่มยังยืนยันมั่นคงในการจัดพิธีอุปสมบทหมู่ที่วัดป้อมแก้วในวันที่ 6-7-8 กรกฎาคม 2562 และในขณะนี้กำลังเปิดรับผู้ที่สมัครใจจะมาบวชในงานอุปสมบทหมู่ หรือผู้ที่จะมาเป็นเจ้าภาพในผู้ที่มาอุปสมบท ที่ไร้ญาติขาดมิตร ติดต่อได้ที่วัดป้อมแก้ว มีแผนกรับเป็นเจ้าภาพงานบวชหมู่ตามจิตและศรัทธาของทุกท่านที่มาร่วมงานและร่วมบุญ.


แท็ก สงคราม   ตำบล  

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ