สศก.จับมือ สรท. ศึกษาระบบโซ่ความเย็น วางแนวทางพัฒนาระบบจัดเก็บ คงคุณภาพสินค้าเกษตรสู่ปลายทาง

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน 2562 00:00:55 น.

นางสาวทัศนีย์ เมืองแก้ว รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2562 สศก. ร่วมกับสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย  (สรท.) ศึกษารูปแบบการพัฒนาระบบการบริหารจัดการโซ่ความเย็น (Cold Chain) ในสินค้าพืชผักและผลไม้ อาทิ เงาะ, ทุเรียน, มังคุด, ขนุน, กะเพรา, แตงกวา, หน่อไม้ฝรั่ง และเห็ด ของสถาบันเกษตรกรในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และพื้นที่ใกล้เคียงรวม 5 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี, ฉะเชิงเทรา, ระยอง, จันทบุรี และตราด ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการด้านการเก็บเกี่ยว, การขนส่ง, การเก็บรักษา, การกระจายสินค้า, การขายสินค้า รวมถึงการใช้อุปกรณ์เครื่องมือ และการปฏิบัติเพื่อให้สินค้าคงความสด และมีคุณภาพยาวนานที่สุด โดยมีเงื่อนไขที่สภาพของอุณหภูมิที่ถูกต้องและความเหมาะสมต่อการเก็บรักษาในแต่ละกระบวนการผลิต

จากการศึกษาพบว่า การบริหารจัดการโซ่ความเย็นที่มีประสิทธิภาพเริ่มจากการจัดการผลผลิตของเกษตรกร และจัดส่งมายังสถาบันเกษตรกรเพื่อจัดการส่งต่อไปยังตลาดปลายทาง สามารถรักษาคุณภาพและเพิ่มมูลค่าผลผลิตได้เป็นอย่างดี เช่น การจัดการโซ่ความเย็นในสินค้าทุเรียน ของสหกรณ์การเกษตรเขาคิชฌกูฏ จำกัด จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นสหกรณ์ที่ดำเนินธุรกิจรวบรวมผลไม้เพื่อกระจายสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งปีที่ผ่านมาสหกรณ์ได้รับสนับสนุนงบประมาณโครงการไทยนิยมยั่งยืนจำนวนกว่า 29 ล้านบาท และสหกรณ์สบทบเพิ่มอีก 12 ล้านบาท เพื่อสร้างอาคารห้องเย็น พร้อมอุปกรณ์แปรรูปผลไม้ มีกระบวนการคัดแยกผลผลิตเกรด A และ B จะจำหน่ายเป็นผลสด ซึ่ง90% ส่งไปจำหน่ายที่ประเทศจีน ที่เหลือ 10%  จำหน่ายตลาดในประเทศ ได้แก่ แมคโครและเดอะมอลล์ ในขณะที่ทุเรียนตกเกรด มีกระบวนการจัดเก็บก่อนเข้าสู่กระบวนการแกะเปลือกในห้องเย็นแบ่งเป็น 4 เกรด ได้แก่ A-B เนื้อดิบ และเนื้อเละ โดยเนื้อเกรด A B  จะถูกนำไปแช่แข็งที่อุณหภูมิ -35 ถึง -70 องศาเซลเซียส เก็บได้ประมาณ 1 ปี ปัจจุบันมี 250 ตันเนื้อ ซึ่งห้องเย็นสามารถรองรับได้สูงสุด 300 ตันเนื้อ หลังจากนั้นจะถูกส่งไปยังห้องเย็นของบริษัทในกรุงเทพฯ ต่อไป สำหรับเนื้อเละ จะนำไปกวนด้วยเครื่องกวน แล้วนำไปบบรจุจำหน่ายให้บริษัทสเวนเซ่นส์(ไทย) จำกัด

นางสาวทัศนีย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สหกดรณ์ที่ได้รับงบประมาณจัดสร้างห้องเย็น ทำให้เกษตรกรมีทางเลือกนำผลผลิตมาขายให้กับสหกรณ์ ส่งผลให้ราคาทุเรียนปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยมา จากปีที่แล้วกิโลกรัมละ 45 - 60 บาท เพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 60 - 70 บาท แสดงให้เห็นว่าการที่สหกรณ์เป็นตัวกลางรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรนั้น ส่งผลต่อการรักษาเสถียรภาพราคาผลไม้ของจังหวัดจันทบุรี และยังช่วยรัฐบาลประหยัดงบประมาณที่ต้องนำไปใช้แทรกแซงราคาผลไม้ให้กับเกษตรกรปีละไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม สศก.จะใช้ข้อมูลการศึกษาที่ได้ในครั้งนี้มาวิเคราะห์เชิงลึกในภาพรวมของระบบการจัดการโซ่ความเย็นของสถาบันเกษตรกร เพื่อนำไปสู่การกำหนดแนวทางการพัฒนาเพื่อการบริหารจัดการโซ่ความเย็นในสินค้าพืชผักและผลไม่ของสถาบันเกษตรกรให้มีประสิทธิภาพต่อไป สำหรับท่านที่สนใจข้อมูลผลการศึกษา สามารถสอบถามได้ที่ ส่วนนโยบายปละแผนพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ด้านการเกษตร กองนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร โทร...2579 3757

ในวันและเวลาราชการ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง