ข่าวอินโฟเควสท์
08:36 ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT: สัญญาธัญพืชเทรดไร้ทิศทาง จากปัจจัยทางเทคนิค   ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT เมื่อคืนนี้ (23 ก.ค.) สัญญาสินค้าโภคภัณฑ…
08:34 World Economic Calendar รายสัปดาห์ ประจำวันที่ 24 กรกฎาคม 2562   วันพุธที่ 24 กรกฎาคม 2562 (ตามเวลาประเทศไทย) ฝรั่งเศส 14.15 น. ดัชนีผู้จัดการ…
08:23 NPPG จะตั้งบ.ย่อยทำธุรกิจรูปแบบ Network Marketing จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค หวังต่อยอดธุรกิจ-เพิ่มฐานลูกค้า   บมจ.เอ็นพีพีจี (ประเทศไทย) หรือ N…
08:14 BGRIM ตั้งบ.ย่อยในฟิลิปปินส์ขายอุปกรณ์สำหรับระบบผลิตพลังงานทดแทน ,ยันไม่ได้รับผลกระทบปัญหาสายส่งเวียดนาม   บมจ.บี. กริม เพาเวอร์ (BGRIM) แจ้งว่…
08:07 จนท.ตัวแทนเจรจาการค้าสหรัฐเตรียมเยือนเซี่ยงไฮ้วันจันทร์-พุธหน้า มุ่งเจรจาการค้ากับจนท.จีน   สื่อต่างประเทศรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่…

คอลัมน์: กระจกไร้เงา: ตั้งโจทย์ก่อนวิเคราะห์บิ๊กดาต้า

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อังคารที่ 25 มิถุนายน 2562 00:00:22 น.
รุ่งนภา สารพิน

ดูเหมือนว่าเอไอและความก้าวหน้าด้านเทคโนโนโลยีหลายด้านยังคงถูกกล่าวถึงอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัท เอบีม คอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดเผยจากข้อมูลรายงานเชิงลึกที่ศึกษาเกี่ยวกับบิ๊กดาต้าในธุรกิจบริการทางการเงินของไทย ที่สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจบริการทางการเงินกำลังศึกษาเกี่ยวกับบิ๊กดาต้าและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงทำนาย และเพิ่มความพร้อมในการรับมือกับความท้าทายใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ขณะที่เทคโนโลยีเอไอและอื่นๆ ถูกนำมาใช้ในธุรกิจเพื่อใช้ประโยชน์จากบิ๊กดาต้า แน่นอนว่าทำให้ธุรกิจฟินเทคเกิดขึ้นมากมาย รวมถึงรายละเอียดอย่างอื่นที่ได้ทำการศึกษามา

ในเรื่องนี้ อิชิโระ ฮาระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอบีม คอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ได้ขยายความว่า จากการศึกษาเกี่ยวกับบิ๊กดาต้าในธุรกิจบริการทางการเงินของประเทศไทยออกมาเป็นไวท์เปเปอร์ เพื่อเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับองค์กรธุรกิจ ซึ่งจากการศึกษาดังกล่าวพบว่า 73.2% ขององค์กรธุรกิจด้านบริการทางการเงินกำลังศึกษาเกี่ยวกับบิ๊กดาต้าและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงทำนาย และ 70% รายงานว่าบิ๊กดาต้าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งกับองค์กรสำหรับใช้รับมือกับความท้าทายสำคัญ ด้วยการยกระดับความต้องการของธุรกิจ

ขณะเดียวกัน ปัจจุบันความท้าทายของสถาบันการเงินและธุรกิจประกัน ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจบริการทางการเงิน มาจาก 4 ด้าน คือ จากคู่แข่งเดิมที่มีการแข่งขันที่สูงด้วยการสร้างความแตกต่างด้วยฟีเจอร์ทางดิจิทัล ส่งผลให้ส่วนแบ่งการตลาดผันผวน ในขณะที่คู่แข่งใหม่จากธุรกิจ FinTech และ InsurTech สามารถเข้าสู่ตลาดการแข่งขันได้ง่ายขึ้น จากการใช้ประโยชน์จากข้อมูลลูกค้าในการดิสรัปต์อุตสาหกรรม รวมถึงพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงทั้งเรื่องการหาข้อมูลและการเลือกใช้บริการอย่างฉลาด รวมทั้งกฎระเบียบข้อบังคับของภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ล้วนเป็นความท้าทายที่องค์กรในธุรกิจกลุ่มนี้ต้องเผชิญ

สำหรับตัวอย่างของการรับมือกับสภาพแวดล้อมที่ท้าทายด้วยการเริ่มต้นที่การตั้งความต้องการของธุรกิจ คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ที่ตั้งความต้องการของธุรกิจให้เป็นธนาคารที่คนชอบมากที่สุด โดยได้เป้าความท้าทายไปที่ดิจิทัลดิสรัปชั่น และการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค ก่อนที่จะตั้ง SCB Abacus เพื่อใช้บิ๊กดาต้า ทั้งการวิเคราะห์ข้อมูลและเอไอสนับสนุนดิจิทัลแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว

ธุรกิจบริการทางการเงินจำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากบิ๊ก ดาต้า ไปใช้ตอบโจทย์ความท้าทายทางธุรกิจ และเพิ่มความพร้อมในการรับมือกับความท้าทายใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่เนื่องจากลักษณะของบิ๊กดาต้าจะเป็นข้อมูลที่มีขนาดใหญ่และมีปริมาณมาก มีความหลากหลาย มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอย่างรวดเร็ว และไม่มีความชัดเจน ทำให้มีการนำเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อมาใช้ประโยชน์จากบิ๊กดาต้า เช่น Artificial Intelligence หรือ AI, Blockchain, Internet of Things หรือ IOT เป็นต้น ส่งผลให้ธุรกิจฟินเทคเกิดขึ้นมากมาย ทั้งในด้านการบริการทางการเงินก้าวหน้า การเพิ่มประสิทธิภาพในขั้นตอนการบริการ รวมไปถึงมาตรการความปลอดภัยและวิธีการปฏิบัติตามข้อกำหนด

ยกตัวอย่างของการนำเอไอมาใช้ในบริการทางการเงิน เช่น AI Trading อย่าง บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) ได้นำบริการ AI Trading ที่ชื่อว่า AIPRO ด้วยการสร้างกลยุทธ์การซื้อขายจากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและเรียนรู้ในการปรับกลยุทธ์การซื้อขายจากสถานการณ์การตลาดที่เปลี่ยนแปลงและประวัติรูปแบบการซื้อขาย บริการลูกค้าด้วย Chatbot ซึ่งเป็นโปรแกรมแช้ตโดยเอไอถูกนำมาใช้จากหลายธนาคาร ไม่ว่าจะเป็น SCB Connect, Krungsri Bella หรือ TMB Me โดยยังมีการใช้เอไอในอีกหลายบริการ ไม่ว่าจะเป็นการนำเอไอมาทำหน้าที่ให้คำปรึกษา แนะนำด้านการลงทุนตามเป้าหมาย และตรวจสอบโปรไฟล์ความเสี่ยงของลูกค้า รวมทั้งตามสถานการณ์ของตลาดปัจจุบัน ประกอบกับการนำข้อมูลจากแหล่งต่างๆ มาใช้ร่วมในการให้คำปรึกษา เป็นต้น

แม้ว่าบิ๊กดาต้าจะเป็นเทรนด์ที่ธุรกิจนำมาใช้กัน แต่มีหลาย องค์กรล้มเหลวในการทำบิ๊กดาต้าตั้งแต่เริ่มโครงการ เนื่องจากไม่ได้กำหนดความต้องการทางธุรกิจให้ชัดเจน ดังนั้นองค์กรธุรกิจ ที่ให้บริการทางการเงินควรเริ่มจาก 3 ปัจจัยหลัก ก่อนเริ่มทำ โครงการวิเคราะห์บิ๊กดาต้า คือ 1.การระบุความท้าทายและผล กระทบจากความท้าทายที่องค์กรกำลังเผชิญ 2.กำหนดปัจจัย ความสำเร็จในการทำโครงการบิ๊กดาต้า และ 3.ประโยชน์ที่จะได้ รับจากโครงการ

แต่ก็จำเป็นต้องเลือกทำงานกับพันธมิตรที่มีความรู้ด้านการวิเคราะห์เชิงลึก มีทีมงานที่เป็นมืออาชีพด้านการวิเคราะห์ข้อมูลในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง อย่างธุรกิจธนาคารหรือธุรกิจประกัน รวมทั้งมีทีมงานสนับสนุนในการขับเคลื่อนโครงการครบทุกขั้นตอนของการวิเคราะห์บิ๊กดาต้าเช่นเดียวกัน.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง