คอลัมน์ไทยโพสต์: คลอด 'โผ ครม.' กลางเดือนหน้า นายกฯ ขอรับผิดชอบเพียงผู้เดียว

ข่าวทั่วไป 27 มิถุนายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

นับเป็นประวัติการณ์ทางการเมืองไทยที่หลังประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการผ่านมายาวนาน มากแล้ว ยังไม่มีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้ามาแทน คณะรัฐมนตรีที่มาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ แต่ถ้าพูดถึงแกนหลักของคณะบุคคลตามโผคณะรัฐมนตรี ที่จะเข้ามาในฝ่ายบริหาร ก็ยังเป็นคนชุดเดิมที่ทำหน้าที่ใน ปัจจุบัน ดังนั้น จึงไม่ได้มีผลให้เกิดการปรับรูปโฉมการบริหาร งานเท่าใดนัก แต่การปล่อยให้สถานการณ์ลากยาว ก็ย่อม เกิดแรงกระเพื่อมเป็นธรรมดา เพราะหวังผลการเปลี่ยนแปลงระหว่างก่อนนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ด้วยการใช้วิธีคำ นวณตัวเลขสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละพรรคการ เมืองร่วมรัฐบาล มาเทียบบัญญัติไตรยางศ์เป็นผลลัพธ์ของเก้าอี้รัฐมนตรี

แน่นอนว่า ประเด็นสำคัญคือการตรวจสอบคุณสมบัติของบุคคลที่พรรคการเมืองเสนอรายชื่อเข้ามาเป็นรัฐมนตรีให้ละเอียดรอบคอบ เลยไปถึงเรื่องคดีความ ภาพลักษณ์ต่างๆ ก่อนที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย โดยเมื่อกระบวนการ ขั้นตอนแล้วเสร็จ ก็จะเชิญบุคคลที่อยู่ในรายชื่อนั้นมากรอกประวัติอย่างเป็นทางการ และเซ็นรับรองข้อมูลของตัวเอง ซึ่งหากข้อมูลไม่เป็นไปตามที่แจ้งมาก็ถือว่ามีความผิด ขณะที่พลเอกประยุทธ์ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนว่า การดำเนินการทุกอย่างจะเสร็จตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ในกฎหมาย เป็นหน้าที่ของตนเองที่ต้องรับผิดชอบในการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ดังนั้น จะต้องไม่ทำสิ่งใดที่เป็นพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

แม้ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจะดูปั่นป่วน ฝุ่นตลบไปทั่ว แต่พลเอกประยุทธ์ รวมถึงพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สองพี่น้องที่ร่วมมือกันบริหารจัดการการเมืองในช่วงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ก็ยังประคับประคองสถานการณ์ไปได้ เพราะนอกจากปัญหาเรื่องคุณสมบัติ และกลไกกฎหมายที่มีค่ายกลวางไว้มากมาย จนบุคคลที่อยู่ในฝ่ายผู้กุมอำนาจก็อยู่ในข่ายที่อาจจะติดร่างแหไปด้วยแล้ว พฤติกรรมเดิมของนักการเมืองหน้าเก่ายังต่อรอง ยังใช้สูตรเดิมในการเจรจา ก็กลายเป็นโจทย์ยากที่ทหารแก่ต้องพลิกตำราในแบบฉบับของเปรมโมเดล หรือสฤษดิ์โมเดล มาแก้สมการ เพื่อดักคอนักการเมืองสายพันธุ์เก่าให้อยู่ในเกม

ด้วยเงื่อนไขที่นักการเมืองปฏิเสธไม่ได้ และความไม่พร้อมหากต้องมีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ในเวลาอันใกล้ มีความเสี่ยง สูงที่นักการเมืองในคอกคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะสูญพันธุ์ จึงไม่มีสิ่งใดที่ดีไปกว่าการมาจับมือลงเรือรัฐบาลประยุทธ์ชุดใหม่ ภายใต้สัญญาใจจากปากลูกผู้ชายในการเฉลี่ยเค้กให้เกิดความเท่าเทียมกัน ตามลำดับความสำคัญของคุณค่าทางการเมือง สำทับด้วยความเป็นชายชาติทหารที่นักการเมืองต้องเชื่อมั่นว่าจะได้รับอานิสงส์จากคณะรัฐมนตรี ในการได้ตำแหน่งหน้าที่ลดหลั่นกันไปตามสมควร และรอโอกาสที่จะได้เข้ามาอยู่ในเค้กคณะรัฐมนตรี ในจังหวะที่เหมาะสมต่อไป

ความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลทั้งพรรค ใหญ่ พรรคกลาง พรรคเล็ก พรรคจิ๋ว ในช่วงนี้ให้ถือได้ว่าเป็น น้ำจิ้มทางการเมือง เช่นเดียวกับพรรคฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่อภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร ที่สร้างสีสันบรรยากาศให้คึกคักมากขึ้นหลังจากที่ประเทศไทยไม่ได้มีสภาผู้แทนราษฎรที่ประชาชนเลือกตั้งเข้ามานานกว่า 5 ปี อีกทั้งเป็นการให้นักการเมืองหน้าใหม่ได้รู้จักการทำหน้าที่ของตนเองภายใต้กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ อย่างเต็มที่ เพื่อให้รู้คุณค่าของการเป็น ส.ส.ที่ไม่ใช่นักเคลื่อนไหว ทำกิจกรรม ที่พูดบนพื้นฐานของหลักการและทฤษฎี มากกว่าการถกแถลงเรื่องข้อมูล ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างการรับรู้ให้สังคมที่มีผลต่อการถ่วงดุลกับอำนาจฝ่ายบริหารอย่างแท้จริง มากกว่าการส่งผ่านทางโซเชียลมีเดียซึ่งข้อมูลบางประการไร้ที่มาที่ไป

ในช่วงต่อจากนี้ไป นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทาง ไปประชุมที่ประเทศญี่ปุ่น ในขณะที่พลเอกประวิตรมีกำหนด การเป็นประธานการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 10-11 กรกฎาคมนี้ ห้วงเวลาดังกล่าวก็เป็นอีกประเด็นที่น่าเชื่อมโยงกับการยืนระยะในการทูลเกล้าฯ ถวายออกไป เพราะผู้ที่จะมาทำหน้าที่ประธานการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน ควรเป็นรัฐมนตรีว่าการ ไม่ ใช่นายกรัฐมนตรีที่มาควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หรือมอบให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมไปทำการแทน ซึ่งจะดูไม่เหมาะสมสอดคล้องกันเท่าไหร่นักในฐานะที่ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมใหญ่ครั้งนี้ด้วย จึงอาจเป็นเหตุผลที่ต้องลาก ครม.ชุดเก่าที่มีพลเอกประวิตรเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไปจนจบการประชุมก่อน ในกรณีที่ ในโผคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ไม่มีชื่อพลเอกประวิตรนั่งเป็นเจ้ากระ ทรวงกลาโหมอีกรอบ

การบริหารบุคคล เงื่อนไขปัจจัยเวลา ให้อยู่ในจังหวะที่พอดี จึงเป็นหน้าที่ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งได้รับเลือกจากรัฐสภาให้มาทำหน้าที่ดำเนินการด้วยอำนาจเต็ม และก็ต้องพร้อมรับคำถาม คำวิจารณ์ ต่อผลลัพธ์ที่ออกมาสู่สาธารณชนด้วย เพราะเมื่อต้องสวมเสื้อนักการเมืองเกือบเต็มตัว พร้อมสัมผัสความจริงเกี่ยวกับการเมืองที่ต่างจากช่วง 5 ปีที่มีความคล่องตัวในการตัดสินใจมากกว่านี้ ความยืดหยุ่นและความระมัดระวังในการเดินเกมทางการเมืองก็ต้องมากขึ้น เพราะเมื่อออกปากว่าตนเองเป็นผู้รับผิดชอบคนเดียวมาตลอด ก็ต้องพร้อมรับคำวิจารณ์ต่อการยืดเวลาการคลอด ครม.ชุดใหม่ รวมไปถึงรูปร่างหน้าตาของสมาชิกในรัฐบาลที่กำลังจะออกมาด้วย.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ