สมคิดสั่งล้างบางคดีปั่นหุ้น

ข่าวเศรษฐกิจ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

กลต.จัดทีมร่วมDSI-ปปง.ตรวจสอบคนผิด

บางเขน * "สมคิด" จี้ ก.ล.ต.ปราบปรามคดีปั่นหุ้นอย่างเด็ดขาด พร้อมตั้งคณะทำงานร่วมดีเอสไอ-ปปง. เอาผิดบริษัทและบุคคลที่ทำผิด ก.ล.ต.ขอแก้กฎหมายควบคุมสำนักงานสอบบัญชีและผู้สอบบัญชี

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ปัจจุบันพบว่ามีนักลงทุนและบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย (ตลท.) มีการกระทำผิดโดยการปั่นหุ้นอยู่จำนวนมาก จึงขอให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ช่วยดำเนินการปราบปราม การปั่นหุ้นอย่างจริงจังมาก ขึ้น

น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า นโย บายของนายสมคิดเป็นเรื่องที่ ก.ล.ต.ต้องรีบดำเนินการ โดยตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 พ.ค.2562 ก็ได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่กระทำความผิดปั่นหุ้นไปจำนวนหนึ่งแล้ว

โดยขณะนี้ ก.ล.ต.ได้ปรับการทำงานครั้งใหญ่ ให้ฝ่ายตรวจ สอบของ ก.ล.ต.ร่วมมือกับกรม สอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตั้งเป็นคณะทำงานพิเศษขึ้นมาตรวจสอบเอาผิดกับผู้ที่กระทำผิดปั่นหุ้นตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อให้ การทำงานมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น จากเดิมที่ต่างฝ่ายต่างทำงาน

"คดีปั่นหุ้นตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.2562 ที่ทาง ตลท.ส่งมาให้ ก.ล.ต.ดำเนินการในรูปของคณะทำงานร่วมกับตัวแทนของดีเอสไอและ ปปง.จะทำการสอบ สวนคดีดังกล่าวไปพร้อมกันเลย ส่วนคดีก่อนที่เข้ามารับตำ แหน่ง หากพบว่าเป็นคดีสำคัญไม่มีการดำเนินการให้คืบหน้าก็จะดึงเข้ามาให้คณะทำงานนี้ทำการสืบสวนเอาผิดเช่นกัน" นางสาวรื่นวดีกล่าว

น.ส.รื่นวดีกล่าวอีกว่า ก.ล.ต. จะมีการลงบันทึกข้อตกลง กับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคณะทำงานสอบสวนคดีปั่นหุ้น เพราะมีเรื่องการตรวจสอบพิสูจน์หลักฐาน เอกสาร ลายนิ้วมือ ลายเซ็น ว่าเป็นของจริงหรือของปลอม

"การดำเนินคดีผู้เกี่ยว ข้องกับการกระทำผิดปั่นหุ้นต่อไปนี้จะรวดเร็ว และเป็นระบบมากขึ้น เป็นเรื่องที่ ก.ล.ต.ให้ความสำคัญ เพราะเป็นการหาผลประโยชน์ที่ผิดกฎหมาย ส่วนจะมีการดำเนินคดีกี่ราย ขึ้นอยู่กับการตรวจสอบของ ตลท. ที่จะส่งเรื่องมาให้ ก.ล.ต.ดำเนินการเอาผิดต่อไป" น.ส.รื่นวดีกล่าว

นอกจากนี้ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ ก.ล.ต.ศึกษาความเป็นไปได้และเปิดรับฟังความคิดเห็นการแก้ไข พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเติม เพื่อเสนอให้ รมว.คลังพิจารณา โดยเฉพาะการกำกับสำนักงานสอบบัญชีและผู้สอบบัญชีที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนให้อยู่ภายใต้อำนาจของ ก.ล.ต. รวมทั้งเพิ่มจำนวนผู้สอบบัญชีให้มากขึ้น เพื่อรองรับการเติบ โตของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) จากปัจจุบันมีเพียง 240 รายเท่านั้น ขณะเดียวกัน ก.ล.ต.จะเสนอให้แก้ไขกฎหมายด้วยการจัดตั้งกองทุนคุ้มครองผู้ลงทุน และการคุ้มครองพยานที่แจ้งเบาะแสการกระทำผิดให้ได้รับความคุ้มครอง.

บรรยายใต้ภาพ

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ