คอลัมน์แวดวงฅนการเมือง

ข่าวทั่วไป 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

พีแอล

หลังจากเลือกตั้งผ่านมากว่า 100 วัน ที่ยังตั้งคณะรัฐมนตรีใหม่ไม่เรียบร้อย ก็คาดว่าจะเรียบร้อยในเร็ววันนี้ได้เสียที เมื่อ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้นำรายชื่อคณะรัฐมนตรีใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแล้ว รอระยะเวลาลงมาและเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณต่อไป ขณะที่ "วิษณุ เครืองาม" รองนายกรัฐมนตรี คาดว่าจะเสร็จภายในเดือนนี้ พร้อมปฏิเสธไม่ได้ตั้งคณะรัฐมนตรีล่าช้า เนื่องจากมีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา และติดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน...*

ในส่วนบรรดาว่าที่รัฐมนตรีใหม่ตามโผ รายหนึ่งที่ "พรรคเพื่อไทย" จองกฐินซักฟอกแต่ไก่โห่อย่าง "อุตตม สาวนายน" หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ว่าที่ รมว.คลัง ถูกโจมตีโดยยกคดีปล่อยสินเชื่อธนาคารกรุงไทยให้กับกลุ่มกฤษดามหานคร ซึ่งขณะนั้น "อุตตม" ร่วมเป็นกรรมการอยู่ด้วย และเซ็นลงนามบันทึกการประชุม โดยที่กรรมการรายอื่นถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุกไปแล้ว แต่ "อุตตม" กลับรอดไม่ถูกดำเนินคดี เป็นเหตุให้พรรคเพื่อไทยหยิบยกมาโจมตี...*

"อุตตม" ชี้แจงยืนยันว่าทั้งโดยข้อเท็จจริง การตรวจสอบ ไต่สวนทุกกระบวนการ ตนไม่ได้เป็นผู้กระทำผิดหรือมีส่วนร่วมในการกระทำผิด ตนได้ท้วงติงในบอร์ดบริหารว่าสินเชื่อนี้ไม่สามารถอนุมัติให้ได้ หลังจากนั้นธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยฝ่ายตรวจสอบ เข้าตรวจสอบรายงานการประชุม การพิจารณาอนุมัติ ไม่พบว่าตนมีส่วนร่วมปล่อยสินเชื่อนี้ จึงไม่กล่าวโทษ ต่อมา คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ไม่ชี้มูลว่าตนมีความผิด ทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และอัยการเห็นพ้องกับ คตส. ไม่ยื่นฟ้องตนในคดี...*

ด้าน "นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว" ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ผู้เตรียมซักฟอกเรื่องนี้ตอบโต้ว่า การจะปล่อยเงินกู้จำนวนกว่า 2,000 ล้านบาทนั้น ต้องทำเป็นมติเอกฉันท์ของคณะกรรมการ ผู้ใดผู้หนึ่งจะไม่เห็นชอบไม่ได้ ถ้าบอกว่าไม่เห็นด้วย ในรายงานการประชุมต้องมีข้อทักท้วง แต่ในรายงานที่ประชุมก็ไม่เห็นมีข้อทักท้วงอะไร ส่วน"ชัยเกษม นิติสิริ" แกนนำพรรคเพื่อไทย ก็โต้ว่า "ต้องเอาพยานหลักฐานออกมาเปิดเผยต่อประชาชนและสังคมให้หายเคลือบแคลงสงสัย ว่าเหตุใดจึงเป็นผู้ลงนามเข้าร่วมประชุมอนุมัติสินเชื่อที่ผิดกฎหมาย" ตามนั้นครับท่าน ต้องสู้กันด้วยหลักฐานจึงจะได้ความจริง...*

ไปเรื่องดีๆ ถ้ามีรัฐบาลใหม่ นโยบายโดดเด่นเป็นที่สุดของพรรคร่วมรัฐบาลต้องนโยบายของ "พรรคภูมิใจไทย" ที่มี "เสี่ยหนู-อนุทิน ชาญวีรกูล" หัวหน้าพรรคและว่าที่ รมว.สาธารณสุข ในการเดินหน้าปฏิบัตินโยบายกัญชาเสรี เริ่มต้นที่พัฒนาการใช้กัญชาทางการแพทย์ ที่เจ้าตัวฟิตเดินทางไปโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี เพื่อศึกษาต่อยอดการผลักดันการใช้ทางการแพทย์ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน กับอีกนโยบาย "แกร็บคาร์" ถูกกฎหมายที่คนไทยเฝ้ารอ ขอให้ทำได้ เพื่อยกระดับธุรกิจรถแท็กซี่ไทย ไม่ขัดแย้งเรื่องแย่งผู้โดยสารกับรถแท็กซี่-วินมอเตอร์ไซค์ทั่วไปได้เสียที...*

เรื่องหุ้นสื่อของ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา ดูท่าจะยิ่งพูดยิ่งแย่เหมือนเช่นเคย โดยเฉพาะที่อ้างว่า "ถ้าทุกคนรอดหมด ผมผิดคนเดียวก็จะทำให้ประชาชนตาสว่าง" ทำให้"สำนักข่าวอิศรา" นำมาขยี้ซ้ำเรื่องหุ้น บ.วี-ลัค ว่าประกอบธุรกิจทำสื่อจริง และจดทะเบียนเลิกกิจการเมื่อวันที่ 14 มิ.ย.2562 ซึ่งเป็นเวลาหลังจาก "ธนาธร" เป็น ส.ส.แล้ว ข้อมูลนี้ "ธนาธร" แตกต่างกับคนอื่นที่แค่มีวัตถุประสงค์เรื่องสื่อในบริคณห์สนธิเท่านั้น แต่ไม่ได้ทำสื่อจริง การพูดจาแบบนี้ดูเหมือนท่าทีของนักปลุกระดม มากกว่าจะยึดถือข้อเท็จจริงหรือไม่?...*

บรรยายใต้ภาพ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

อุตตม สาวนายน

อนุทิน ชาญวีรกูล

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ