พระถวิล จารุวัน เจ้าอาวาสวัดป่ามงคลสวนแก้วนิมิตดี อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ เทศนาให้ญาติโยมทำบุญสู่ความสุข

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม 2562 00:00:06 น.
สนธยา ทิพย์อุตร

วัดป่ามงคลสวนแก้วนิมิตดี ตั้งอยู่บ้านคำสร้างบ่อ ตำบลน้ำปลีก อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ ถือว่าเป็นวัดขนาดเล็ก เนื่องจากมีพระสงฆ์เพียง 3 รูปสามเณร 2 รูป สังกัดธรรมยุต โดยมี พระถวิล จารุวัน อายุ 45 ปี เป็นเจ้าอาวาสวัดป่ามงคลสวนแก้วนิมิตดี ซึ่งเป็นวัดป่าสายปฏิบัติ ธุดงค์ กรรมฐาน บนเนื้อที่ 15 ไร่ ปกคลุมไปด้วยป่าไม้หลายชนิด บรรยากาศสงบร่มรื่น เหมาะสำหรับ พุทธศาสนิกชนเข้าไปนั่งสมาธิปฏิบัติธรรมอย่างยิ่ง

พระถวิล จารุวัน อายุ 45 ปี เจ้าอาวาสวัดป่ามงคลสวนแก้วนิมิตดี กล่าวว่า เป็นเพราะว่าทุกวันนี้มีข่าวเสื่อมเสียต่อพระสงฆ์มาก ทำให้ญาติโยมขาดศรัทธา เสื่อมศรัทธา ไม่ค่อยมั่นใจว่าคนที่ห่มผ้าเหลืองอยู่ตรงหน้านั้น จะใช่พระจริงหรือพระปลอม หรือเป็นพวกมิจฉาชีพห่มผ้าเหลืองหากินหรือไม่ บางครั้งไปบิณฑบาตในตัวเมืองอำนาจเจริญ ญาติโยมบางคนออกมาใส่บาตรที่หน้าบ้าน ระหว่างนำอาหารใส่บาตรก็จะมองหน้าพระอย่างไม่มั่นใจ อาตมาถึงกับถามโยมว่า ทำไมหรือโยม ไม่มั่นใจว่าเป็นพระจริงหรือ โยมก็พยักหน้า อาตมาเลยบอกว่า พวกอาศัยผ้าเหลืองหากินมันเยอะ ก็ต้องอาศัยญาติโยมช่วยกันดูแล ปกป้องพุทธศาสนา แม้แต่พระจริงก็ยังทำตัวไม่ดี ไม่น่านับถือเลย ก็ขอให้โยมทำบุญตักบาตรต่อไป ซึ่งการทำบุญตักบาตรเป็นการสืบทอดศาสนาอีกทางหนึ่ง และดีแล้วที่สอนลูกหลานทำบุญตักบาตรพระสงฆ์

พระถวิล จารุวัน กล่าวว่า โดยเฉพาะวัดขนาดเล็ก ญาติโยมเข้ามาทำบุญลดลง บางวัดไม่มีเข้ามาเลย หลายวัดจึงคิดหาวิธีดึงดูดใจให้ผู้คนเข้ามาท่องเที่ยวในวัด ด้วยการจัดทำสิ่งปลูกสร้างหลากหลายอย่าง เช่น พระพุทธรูป อุโบสถการจำลองประวัติพระพุทธเจ้า ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ชม ได้ศึกษาหาความรู้ ให้เข้าวัดมากขึ้น ซึ่งก็ได้ผลดี บางวัดขุดเอาต้นตะเคียนจากใต้น้ำเอามาไว้ในวัด ให้ชาวบ้านกราบไหว้บูชาขอโชคลาภก็มี

พระถวิล จารุวัน เจ้าอาวาสวัดป่ามงคลสวนแก้วนิมิตดี เทศนาตอนหนึ่งว่า ณ โอกาสนี้พวกเราจะได้รับฟังพระธรรมเทศนา จงพากันสงบกาย วาจา ใจ ฟังด้วยความเคารพจึงจะเป็นบุญ เป็นกุศล เกิดความรู้ ความฉลาด นำไปประพฤติปฏิบัติ ก็จะไม่เสียประโยชน์ที่พวกเราทั้งหลาย รักษาศีล ฟังธรรม พวกเราทำอะไรก็หวังผลทั้งนั้น จะทำนา ทำไร่ ทำสวน ก็หวังผลคือกำไร พวกเราเสียสละเวลาจากบ้านเรือนเข้ามารักษาศีล ฟังธรรมอยู่ที่วัดก็หวังผล คือ ได้บุญ พระสัมมาสัม

พุทธเจ้าตรัสไว้ในบุญกิริยาวัตถุ คือ ทานมัย ศีลมัย ภาวนามัย ทั้ง 3 นี้คือสิ่งที่เป็นที่ตั้งแห่งการบำเพ็ญบุญ บุญเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ และเกิดความสุข บุญย่อมเกิดขึ้นจากการ กระทำหรือถ้อยคำที่พูดหรือที่คิดเป็นสุจริตนั้นๆ

1.ทานมัย บุญสำเร็จด้วยการทาน ประเภททานมี 2 อย่าง คือ อามิสทานและธรรมทาน แต่เมื่อกล่าวโดยอาการ มี 3 อย่าง คือ ให้เพื่อสงเคราะห์ อนุเคราะห์บุคคลทุพพลภาพ คนยากจน และบริจาคเพื่อสร้างสถาน มีโรงพยาบาล โบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ กุฏิ ที่พักสงฆ์ ศาลาพักร้อน ให้เพื่อบูชาคุณบุคคลผู้ทรงธรรม เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน อันเป็นการเฉลี่ยสุขให้กับบุคคลอื่น ผู้ให้ย่อมเป็นที่รักของหมู่คณะ อีกอย่างการทานในบุญกิริยาวัตถุ 10 หมายเอาทานเป็นวัตถุ สิ่งของเท่านั้น เช่น การให้ข้าว 1 น้ำ 1 ผ้านุ่งห่ม 1 ยานพาหนะ 1 ดอกไม้ 1 ของหอม 1 เครื่องลูบไล้ 1 ที่อยู่อาศัย 1 ประทีป 1 โคมไฟ 1 ทั้ง 10 อย่างเป็นอามิสทานที่มาในพระสูตร ส่วนทานที่มีในพระวินัยมี 4 อย่าง คือ ให้จีวร 1 ให้บิณฑบาต 1 ให้เสนาสนะ 1 ให้คิลานเภสัช 1 ให้เป็นทาน 1 ให้เสียงเป็นทาน 1 ให้กลิ่นเป็นทาน 1 ให้รสเป็นทาน 1 ให้โผฏฐัพพะเป็นทาน 1 ให้ธรรมารมณ์ 1 รวมเป็น 6 อย่าง คือ ทานในปรมัตถ์ ผู้บริจาคจะได้ผลมาก จะต้องอาศัยเจตนา 3 คือ ปุพพเจตนา คือ มีจิตเลื่อมใสก่อนที่จะให้ มุญจนเจตนา เลื่อมใสในขณะให้ทาน อปราปรเจตนา มีความเลื่อมใสเมื่อให้ทานแล้ว ทั้ง 3 อย่างนี้เรียกว่า เจตนาสัมปทา วัตถุสัมปทา ได้แก่ วัตถุข้าวของที่ได้มาโดยชอบ คือไม่ฆ่าสัตว์มาทำบุญ 1 ไม่ฉ้อฉลหลอกลวงมาทำบุญ 1 ผู้ให้ทานมีองค์ 2 คือ เจตนาสัมปทา 1 วัตถุสัมปทา 1 ปฏิคาหก คือ ผู้รับทาน มี 2 องค์ คือ ผลสัมปทานเป็นพระอรหันต์ 1 คุณาติเรกสัมปทา ออกจากสมาบัติ 1 ทานพร้อมไปด้วยองค์ 4 คือ ผู้ให้ 2 ผู้รับ 2 ย่อมมีผลในชาตินี้ ถ้าไม่พร้อมในองค์ 4 มีผลในชาติหน้า...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง