คอลัมน์อาทิตย์เอกเขนก: 'เวียนนา' เมืองแห่งสถาปัตย์และดนตรีที่โรแมนติก

ข่าวเศรษฐกิจ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

"อาทิตย์เอกเขนก" ครั้งนี้จะพาไปประเทศที่ไกลออกไปจากไทยค่อนข้างมาก ดูได้จากไทม์โซนที่แตกต่างจากบ้านเรากว่า 5-6 ชั่วโมง และถือว่าเป็นประเทศในโซนยุโรปที่หลายคนวาดหวังว่าครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้องเดินทางไปเที่ยวให้ได้ นั่นก็คือประเทศออสเตรีย หรือที่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐออสเตรีย ซึ่งเป็นประเทศที่อยู่ตอนกลางของทวีปยุโรป ทำให้ไม่มีชายแดนด้านไหนติดกับทะเลเลย โดยภูมิศาสตร์ของประเทศทางตอนเหนือจะติดกับเยอรมนีและเช็ก ทางตะวันตกติดกับสวิตเซอร์แลนด์และลิกเตนสไตน์ ทางใต้ติดกับสโลวีเนียและอิตาลี ขณะที่ทางตะวันออกติดกับสโลวาเกียและฮังการี

ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ได้ร่วมทริปไปกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่ข้ามทวีปไปศึกษาดูงานด้านสมาร์ทซิตี้ที่ยิ่งใหญ่ใน 2 ประเทศ และบางแห่งเป็นต้นแบบของการสร้างสมาร์ทซิตี้ในประเทศ อื่นๆ ของโซนยุโรป แต่ความเข้มข้นของการดูงานครั้งนี้อาจจะพูดได้ว่าไม่ได้อยู่ในออสเตรีย แต่อยู่ในฝรั่งเศสซะมากกว่า อาทิตย์เอกเขนกฉบับนี้หยิบยกที่จะนำเสนอเสน่ห์ของเมืองเวียนนาที่ได้ซึมซับมาให้ผู้อ่านได้เปิดประสบการณ์ไปเหมือนกับเรา ซึ่งการเดินทางไปครั้งนี้เปิดทริปด้วยการบินตรงลงเครื่องที่เมืองหลวงของออสเตรีย นั่นก็คือกรุงเวียนนา พร้อมกับสายฝนโปรยปรายต้อนรับการมาของคณะสื่อมวลชนไทย

กรุงเวียนนา ที่เป็นเมืองหลวงของประเทศนี้ยังได้รับสมญานามว่าเป็นนครแห่งเสียงดนตรีอีกด้วย เพราะมีนักแต่งเพลงคลาสสิกหลายคนที่ล้วนแล้วแต่ถือกำเนิดจากเมืองนี้ ไม่ว่าจะเป็นบีโธเฟน, โมสาร์ต, โยฮัน สเตราส และเวียนนายังถือว่าเป็นเมืองที่สุดแสนจะโรแมนติกอีกเมืองหนึ่งของโลก รวมถึงยังมีศิลปะทางยุโรปที่งดงามถึงขนาดได้รับเลือกเป็นเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกประจำปี 2009 จากผลการสำรวจของ Mercer สถาบันที่ปรึกษาการบริการที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในสหรัฐอเมริกา

ซึ่งจุดขายของเมืองนี้ก็มีหลายๆ ที่ให้เดินทางไปเยี่ยมชมความสวยงาม แต่จุดที่มีชื่อเสียงที่สุดและเป็นที่ที่หลายคนตั้งตารอชมมากที่สุดคงหนีไม่พ้น พระราชวังฤดูร้อนของราชวงศ์ฮับส์บูร์ก ที่สร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ของพระนางมาเรียเทเรซา จักรพรรดินีแห่งจักรวรรดิโรมัน ซึ่งความอลังการของพระราชวังแห่งนี้คือมีขนาดที่ใหญ่โต รวมถึงพื้นที่รอบๆ ที่กว้างขวางถึงขนาดมีสวนสาธารณะ ป่า และสวนสัตว์อยู่ในพื้นที่ด้วย

โดยการสร้างอาคารเป็นรูปแบบโรโคโคที่มีความงดงามอย่างมาก แถมมีห้องภายในตัวอาคารรวมแล้วกว่า 1,441 ห้อง แต่ปัจจุบันเปิดให้นักเที่ยวเข้าชมประมาณ 40 ห้อง ซึ่งทุกห้องจะถูกประดับตกแต่งและมีการออกแบบอย่างประณีตและวิจิตรงดงาม ตั้งแต่พื้นไปจนถึงเพดาน ข้าวของเครื่องใช้เกือบทั้งหมดจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีในพื้นที่เดิม ซึ่งเป็นเวลายาวนานมากว่า 600 ปีแล้ว แต่แอบเสียดายที่ภายในอาคารไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ จึงทำได้เพียงเก็บเป็นความทรงจำเท่านั้น

และสถานที่ที่สองที่ได้เดินทางไปเยี่ยมชม ได้แก่ สวนสาธารณะสตัดต์ปาร์ก ที่มีมาตั้งแต่ ค.ศ.1862 ตามการออกแบบของผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตย์ เพื่อใช้สำหรับพักผ่อน โดยที่นี่ประดับประดาไปด้วยรูปปั้นนักดนตรีเอกของโลกมากมาย อาทิ รูปปั้นสีทองเหลืองอร่ามของนักประพันธ์เพลงที่มีชื่อเสียงมากสุดคนหนึ่ง หรือที่เรียกกันว่าราชาเพลงวอลซ์ "โยฮันน์ ชเตราสส์ จูเนียร์"

โดยสวนแห่งนี้มีพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 65,000 ตารางเมตร เป็นสถานที่ที่ชาวเวียนนานิยมมาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ และใช้เป็นที่ออกกำลังกายท่ามกลางสวนอันร่มรื่น ด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ และในอดีตยังเคยถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานบอลที่หรูหราอลังการอีกด้วย

สถานที่ต่อมาที่มีชื่อเสียงและสวยงามไม่แพ้กัน ได้แก่ พระราช วังเบลเวอเดียร์ (Belvedere) ซึ่งเป็นสถานที่ที่น่าสนใจ เนื่องจากเป็นที่ตั้งของคอลเลคชั่นศิลปะที่สำคัญที่สุดของออสเตรีย รวมถึงงานศิลปะยุคกลาง ยุคบาโรกของชาวออสเตรีย และงานศิลปะออสเตรียจากศตวรรษที่ 19-20 โดยพระราชวังดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ อัปเปอร์ พาเลซ ที่เป็นที่ตั้งของอาคารที่งดงามและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง และอีกส่วนคือโลวเวอร์ พาเลซ ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

โดยทั้งสองส่วนนี้ออกแบบให้มีห้องโถงหินอ่อน พร้อมด้วยประติมากรรมและภาพเขียนที่วิจิตร รวมทั้งยังเป็นพื้นที่จัดแสดงรูปปั้นจากสมัยโบราณจำนวนมากด้วย รวมทั้งยังมีการเชื่อมโยงพระราชวังทั้งสองแห่งด้วยสวนที่ยอดเยี่ยม ประกอบไปด้วยประติมากรรมมากมายที่ประดับประดาสระน้ำหลายแห่ง รวมทั้งน้ำตกและบันไดของสวนที่ล้อมรอบไปด้วยพุ่มดอกไม้ที่สวยงาม

จุดสุดท้ายที่ได้มาเยี่ยมชมก่อนจะเดินทางต่อไปยังประเทศฝรั่งเศส ก็คือ มหาวิหารเซนต์สตีเฟน ที่ตั้งอยู่ใจกลางจัตุรัสสเตฟาน โดยมหาวิหารดังกล่าวนั้นเป็นโบสถ์โรมันคาทอลิกที่มีฐานะเป็นโบสถ์แม่ในสังฆมณฑลเวียนนา และเป็นที่ตั้งของอาร์ชบิชอปแห่งกรุงเวียนนา รวมทั้งยังเป็นสิ่งก่อสร้างที่สำคัญที่สุด เนื่องจากมหาวิหารดังกล่าวเป็นคริสต์ศาสนสถานที่สร้างเพื่ออุทิศให้แก่นักบุญสตีเฟน ซึ่งวันสมโภชวิหารตรงกับวันที่ 26 ธ.ค.

ขณะที่ตัวโบสถ์เห็นได้เด่นชัดจากหลังคากระเบื้องหลากสี และมีขนาดใหญ่ ทรงสูง มียอดปลายแหลมหลายยอด มีส่วนที่โดดเด่นที่สุดคือหอคอยทางทิศใต้ที่มีความสูงถึง 136.7 เมตร ใช้เวลาก่อสร้างกว่า 75 ปี ซึ่งหากขึ้นมายืนบนหอคอยนี้จะสามารถชมวิวเมืองเวียนนาได้โดยรอบ ด้านจัตุรัสสเตฟานถือว่าเป็นศูนย์กลางของกรุงเวียนนา ผู้คนมากมายนิยมเดินทางมาเที่ยวที่จัตุรัสแห่งนี้ เพราะเป็นที่ตั้งของมหาวิหารดังกล่าวและยังเป็นจุดช็อปปิ้งที่ดีที่สุดอีกแห่งหนึ่งของนักท่องเที่ยว

ถือว่าการเดินทางไปเวียนนา ประเทศออสเตรีย ครั้งนี้ ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น แถมยังได้ซึมซับกับบรรยากาศที่สวยงาม เมืองที่สวยงามและผู้คนที่น่ารักอีกด้วย จนต้องยอมรับว่าเมืองนี้เป็นเมืองแห่งดนตรีคลาสสิกของโลกอย่างแท้จริง เห็นได้จากการซื้อตั๋วเข้าชมละครเวทีที่เป็นเพลงโอเปราคลาสสิกอย่างล้นหลาม หรือไม่ว่าจะเดินทางไปจุดไหนก็จะแว่วเสียงมาไกลๆ จากความชื่นชอบของคนในเมืองนี้ จึงทำให้เกิดการอนุรักษ์และสานต่อดนตรีคลาสสิกให้อยู่ต่อไป

ครั้งนี้เป็นการเล่าความประทับใจที่ได้รับมาจากเมืองที่มีมนต์เสน่ห์สุดๆ อย่างเวียนนาให้รับชมกันแล้ว และอยากให้ติดตามกันต่อไปว่าเราจะมาเรียบเรียงเรื่องเล่าถึงการเดินทางไปตะลุยประเทศฝรั่งเศส ที่ทั้งสนุก สวยงาม และได้ความรู้ไปพร้อมๆ กัน.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ