ตร.ยังเสียท่า-ตุ๋นลงทุน100ล.

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อังคารที่ 16 กรกฎาคม 2562 00:00:47 น.

หลักสี่ * จ่าตรีอาศัยคราบวิทยากรต้มทหารอากาศ ตำรวจและช่างการบินไทย ชวนร่วมลงทุนเป็นเอเยนต์ขายเหล้า-เบียร์ในภาคอีสาน หอบกว่า 100 ล้านเข้ากลีบเมฆ ผู้เสียหายบ่ายหน้าร้องดีเอสไอ

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กลุ่มนายช่างทหารอากาศเข้าร้องเรียนกรณีถูกหลอกให้ร่วมลงทุนเป็นเอเยนต์จัดจำหน่ายสุราและเบียร์ในพื้นที่ภาคอีสาน เสียหายกว่า 100 ล้านบาท โดยผู้เสียหายซึ่งปัจจุบันเป็นนายช่างทหารอากาศ ตำรวจ ทหารบก และนายช่างการบินไทย เปิดเผยว่า ขณะที่เข้ามาอบรมหลักสูตรทหารช่างในช่วงใกล้จบหลักสูตร มีการเชิญ จ.ต.กานต์ ฤกษ์ใหญ่ ซึ่งเคยเป็นศิษย์ของโรงเรียนที่พวกตนเรียนอยู่ มาเป็นวิทยากร บรรยายในหัวข้อ "ทำธุรกิจอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ" ซึ่งวิทยากรได้ชักชวนให้นักเรียนร่วมลงทุนในธุรกิจจัดจำหน่ายเหล้าและเบียร์ใน จ.อุบลราชธานี พร้อมนำภาพการไปท่องเที่ยวต่างประเทศ อีกทั้งมีการโชว์รถหรูสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ร่วมลงทุน

นอกจากนี้ยังแสดงภาพการก่อสร้างโกดังเก็บสินค้า ทำให้กลุ่มนักเรียนช่างหลงเชื่อนำเงินมาร่วมลงทุนตั้งแต่ 2 แสนบาท จนถึง 10 ล้านบาท สร้างความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท โดยจูงใจว่าจะจ่ายเงินปันผล 4 เปอร์เซ็นต์ของเงินลงทุนซึ่งจะจ่ายทุกวันที่ 10 ของเดือน ในตอนแรกก็ให้เงินปันผลตรงเวลา จนกระทั่งเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาได้เริ่มผัดผ่อนขอค้างจ่ายเงินปันผล โดนอ้างว่าต้องนำเงินไปสต๊อกสินค้า ผู้เสียหายพยายามติดต่อทวงถามจนในเดือน เม.ย.ไม่มีใครสามารถติดต่อได้อีก

กลุ่มผู้ร้องกล่าวว่า ก่อนหน้านี้พวกตนได้ไปแจ้งความตำรวจในท้องที่เกิดเหตุ แต่พบว่าผู้เสียหายถูกหลอกลวงในหลายจังหวัด ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการทหาร ตำรวจ และพนักงานการบิน ไทย จึงรวมตัวกันมาร้องทุกข์ที่กองปราบปราม และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แต่คดียังไม่คืบหน้า จึงมายื่นเรื่องที่ดีเอสไออีกครั้ง

อีกราย น.ส.อิสรีย์ เหมศิริรัตน์ เจ้าของธุรกิจส่วนตัว พร้อมกลุ่มผู้เสียหาย เข้ายื่นหนังสือต่อพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ร้องเรียนถูกหลอกให้ลงทุนซื้อทัวร์ท่องเที่ยวไม่จำกัดเงินลงทุนขั้นต่ำ โดยผู้ลงทุนจะได้รับปันผลเป็นทริปท่องเที่ยวต่างประเทศปีละ 2 ครั้ง และได้เงินปันผลอีกร้อยละ 1.25 ต่อวัน ทำให้มีผู้หลงเชื่อนำเงินมาร่วมลงทุนเป็นจำนวนมาก

กลุ่มผู้เสียหายระบุว่า น.ส.เอ (นามสมมุติ) อ้างว่าประกอบธุรกิจลงทุนเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนเงินระหว่างประเทศ หรือเทรดเงิน ได้ชักชวนให้ผู้ร่วมลงทุน ซึ่งผู้เสียหายหลงเชื่อนำเงินไปร่วมลงทุน เพราะจากการติดตามเฟซบุ๊กของ น.ส.เอ พบว่าขับรถหรู ใช้ชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือย และโพสต์ภาพขณะนำผู้ลงทุนไปท่องเที่ยวต่างประเทศจริง หลังหลงเชื่อรวมลงทุนไปแล้วจึงรู้ว่า น.ส.เอมีประวัติหลอกลวงและฉ้อโกง ถูกดำเนินคดี ขณะนี้ถูกฝากขังอยู่ในเรือนจำ กลุ่มผู้เสียหายมีความกังวลว่าหาก น.ส.เอ ออกจากเรือนจำ ก็จะมีพฤติการณ์หลอกลวงผู้อื่นอีกจนต้องรวมตัวกันไปร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อให้ดีเอสไอรับสอบสวนเป็นคดีพิเศษ ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และยึดทรัพย์ที่ได้จากการกระทำความผิด.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง