ฟื้น"สักขาลาย" มรดกล้านนา ก่อนสูญหาย

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2562 00:00:09 น.

ปัจจุบันรอยสักกลายเป็นแฟชั่นยอดฮิตของคนรุ่นใหม่ หนุ่มๆ หลายคนหันมาให้ความสนใจสักลายเท่ๆ ฮิปๆ เอาไว้โชว์ ส่วนกลุ่มสาวๆ ก็ไม่น้อยหน้า บางคนนิยมสัก แต่เลือกลายเล็กๆ น่ารัก สวยเก๋ เสริมเสน่ห์ สไตล์ ความเป็นตัวเองให้โฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น จึงไม่แปลกที่จะมีร้านสักในกรุงเทพฯ และตามเมืองใหญ่ๆ เกิดขึ้นมากมาย จะงานสี งานขาว-ดำ ลายญี่ปุ่น ลายเส้นต่างๆ ช่างสักที่เชี่ยวชาญสามารถรังสรรค์บนพื้นผิวได้ตามความต้องการลูกค้า ส่วนที่ชอบรอยสักแต่ไม่อยากเจ็บตัวก็มีสติกเกอร์แทททูเป็นทางเลือก ติดแล้วดูสวยถูกใจ แถมแบบเรืองแสงก็เอาใจสายท่องราตรี

ขณะที่ "สักแฟชั่น" เป็นที่นิยม แต่การสักลวดลายโบราณที่มีแบบแผนทางวัฒนธรรมกลับค่อยๆ เลือนหาย โดยเฉพาะ "การสักขาลายของชาวล้านนา" ทุกวันนี้เหลือแต่คนเฒ่าคนแก่รุ่น 80 หรือ 90 ปีเท่านั้นที่ยังมีรอยสักบนขาติดตัว เพราะสักมาตั้งแต่สมัยยังหนุ่มๆ ส่วนหมอสัก ครูสักก็เหลือแทบนับนิ้วได้ ด้วยเหตุไม่มีผู้สืบทอดต่อ อีกทั้งคนรุ่นใหม่ก็ไม่ชื่นชอบการสักขาลาย แต่สนใจสักแฟชั่นตามสมัยนิยมมากกว่า

อย่างไรก็ตาม ได้มีความพยายามสืบทอดของคนรุ่นใหม่ เพื่อให้การสักขาลายหรือสับหมึกยังเป็นเอกลักษณ์ของล้านนาต่อไป

การสืบทอดและต่อยอดสักขาลายได้หยิบยกเป็นเนื้อหาหนึ่งของนิทรรศการ "สักสี สักศรี : ก่อนรอยแห่งเกียรติจะลบเลือน" (Tattoo COLOR, Tattoo HONOR) นิทรรศการที่ถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ ผ่านศิลปะการสักลายบนเรือนร่างของกลุ่มชาติพันธุ์ 3 กลุ่ม คือ ชาวล้านนา ประเทศไทย ชาวไท่หย่าและชาว    ไผวันจากไต้หวัน หากได้ชมนิทรรศการ ณ อาคารนิทรรศการ ชั้น 1 สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชติ (มิวเซียมสยาม) รวบรวมภาพและอุปกรณ์การสักแบบดั้งเดิมจัดแสดง รวมถึงหนังสั้นเล่าประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ผ่านศิลปะสักลาย คนรุ่นใหม่จะเข้าใจวัฒนธรรมการสักลายมากยิ่งขึ้น เพราะทุกสัญลักษณ์ที่ถูกสื่ออยู่บนรอยสักแฝงเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และความรับผิดชอบต่อสังคม จัดโดยมิวเซียมสยาม ร่วมกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไต้หวัน และสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย

งานเปิดนิทรรศการ "สักสี สักศรี" ราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการมิวเซียมสยาม, หง ซื่อ โย่ว ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไต้หวัน และ รศ.บุญสนอง รัตนสุทรากุล รักษาการประธานกรรมการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ฯ ร่วมในงาน พร้อมยืนยันนิทรรศการร่วมไทย-ไต้หวันนี้ส่งเสริมการเรียนรู้มรดกวัฒนธรรมสองชนชาติ ที่น่าสนใจมีการสาธิตการสักแบบดั้งเดิมโดยซ่งไห่หัว ช่างสักชาวไผวัน

นอกจากนี้ มีกลุ่มคนที่สืบทอดสักขาลายล้านนาเดินทางมาร่วมงาน ทั้งพระอาจารย์ศุภชัย     ชยสุโภ จากวัดสวนดอก จ.เชียงใหม่ ผู้ศึกษาค้นคว้าและบันทึกลวดลายในการสักขาลายของล้านนาเขียนออกมาเป็นเล่ม เกิดการเรียนรู้ต่อยอด และช่างอ๊อด-ศราวุธ แววงาม ช่างสักแฟชั่นชาวไทใหญ่ และกลุ่มเพื่อนที่เล็งเห็นคุณค่าวัฒนธรรมการสักขาลาย ช่วยรักษามรดกวัฒนธรรมไม่ให้สูญหาย

วรกานต์ วงษ์สุวรรณ นักจัดการความรู้อาวุโส มิวเซียมสยาม ในฐานะภัณฑารักษ์ กล่าวว่า การสักเป็นวัฒนธรรมสากล นิทรรศการนี้ไต้หวันเสนอวัฒนธรรมการสักหน้าของชาวไทหย่าทางตอนเหนือของไต้หวัน ชายสื่อชาตินักรบสุดกล้าหาญ หญิงมีความสามารถถักทอ และวัฒนธรรมการสักมือและตัวของชาวไผวัน ทางตอนใต้ของไต้หวัน ผู้สักลายพิเศษนี้ได้ต้องเป็นหัวหน้าเผ่า และคนในครอบครัวเท่านั้น แสดงชนชั้นทางสังคม ซึ่งวัฒนธรรมการสักกำลังจะสูญหายไป ไต้หวันพยายามรื้อฟื้น ส่วนประเทศไทยสถานการณ์ไม่ต่างกัน โดยหยิบประเด็นการสักขาลายของล้านนาขึ้นมานำเสนอ การสักขาลายไม่เป็นที่นิยมมา 60 ปีแล้ว จากงานวิจัยภาคสนามกลุ่มผู้ชายล้านนาที่สัก อายุเกิน 80 ปีทั้งสิ้น ยกเว้นชาวปกากะญอที่ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ยังมีคนสักขาลายอายุ 30 กว่าปี เด็กสุดอายุ 16 ปี พบเพียงคนเดียว

"วัฒนธรรมสักขาลายไม่มีการส่งต่อเพราะความนิยมน้อยลง รวมถึงการสักขาลายต้องใช้เวลา ต้องอดทนต่อความเจ็บปวด ปัจจุบันยังมีการสักแทททูที่สอดแทรกเข้าไปในกลุ่มคนรุ่นใหม่ เป็นเรื่องแฟชั่น ความสวยงามทางศิลปะ การสักสีแบบปัจจุบันเจ็บปวดน้อยกว่าสักแบบโบราณ ถ้าไม่ศึกษาวิจัยและบันทึกภูมิปัญญาการสักขาลาย ลูกหลานอาจจะได้เห็นลายสักขาลายจากจิตรกรรมฝาผนังหรือภาพเก่า การสักขาลายเป็นบันทึกประวัติศาสตร์สังคมและซ่อนความเชื่อผู้ชายได้ทดแทนบุญคุณพ่อแม่ และเป็นการเปลี่ยนผ่านจากวัยเด็กสู่วัยหนุ่ม" วรกานต์เผยคุณค่าสักขาลาย พร้อมชวนมาชมนิทรรศการเพื่อเรียนรู้ขนบธรรมเนียมกลุ่มชาติพันธุ์สองชนชาติ จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค.-27 ต.ค.2562

ช่างอ๊อด-ศราวุธ แววงาม ช่างสักแฟชั่นสมัยใหม่ ผู้สนใจการสักแบบล้านนาโบราณ บอกเล่าความชอบของตนเองว่าสนใจสักขาลาย เพราะเป็นลายโบราณ มีความงามเฉพาะตัว สักสีเดียว เรียบง่าย ไม่เบื่อง่ายๆ เมื่อชอบแล้ว นอกจากสักลายที่ขาและรอบเอวแล้ว อยากสักขาลายเป็นด้วย ก็ไปศึกษา แสวงหาและเรียนรู้การสักโบราณจากอาจารย์ละดา ศรีอุเบท ท่านเป็นครูสักขาลายชาวปกากะญอที่ท่าสองยางที่เหลืออยู่คนสุดท้าย เพราะในตัวเมืองเชียงใหม่หาครูสักและคนสักไม่ได้แล้ว ก็เรียนรู้แบบครูพักลักจำ ก็อนุรักษ์ลายโบราณและนำมาต่อยอดสู่งานออกแบบ ไม่ต้องสักลายตาม แล้วก็ตามหาเข็มครูสักโบราณอายุกว่า 250 ปี แล้วนำมาศึกษาเพื่อพัฒนาเข็มสักกลับมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

"ผมสืบสานการสักขาลายมา 7 ปีแล้ว เมื่อก่อนกลัวจะสูญหาย ไม่รู้จะหาครูสักที่ไหน แต่เมื่อตามหาครูสักซึ่งอยู่ตามภูเขาจนเจอ สักดีด้วย สักสวยด้วย เข็มสักของจริง วิธีการสักก็ตามแบบแผนโบราณ ผมจะสืบทอดและอนุรักษ์ไว้ ไม่เฉพาะสักขาลาย เพราะทุกลวดลายมีความหมายและรอยสักจะอยู่กับตัวไปตลอด สำหรับผมรอยสักให้ชีวิตใหม่ มีความภาคภูมิใจในตัวเอง เป็นการพิสูจน์จิตใจความเป็นลูกผู้ชาย อดทนต่อความเจ็บปวด" ช่างอ๊อด ชาวไทใหญ่จากเมืองเชียงใหม่เผยความตั้งใจ

ช่างสักแฟชั่นผู้รื้อฟื้นสักขาลายบอกด้วยว่า ช่างสักหรือศิลปินที่สนใจเรียนรู้ยังมีโอกาส เพราะอาจารย์ละดา ศรีอุเบท ครูสักขาลายยังมีชีวิตอยู่ จะได้มีส่วนร่วมรักษาลอยสักแห่งเกียรติยศเอาไว้ ที่ผ่านมามีช่างสักแฟชั่นจากต่างประเทศสนใจ ตนพาไปดู ไปให้เห็นกับตา ศึกษาวิธีการสักโบราณของครูสักขาลาย ไม่ห่วงจะมีการทำตาม อยากให้ช่างสักกลับมา สร้างสรรค์ลวดลายโบราณอีกครั้งเพื่อส่งต่อรอยสักสู่คนรุ่นใหม่ ส่วนการสักบนเรือนร่างที่คนบางกลุ่มมองว่าไร้อารยธรรมนั้น ตนเห็นว่าคนสักไม่ดีก็มี คนไม่สักไม่ดีก็มี

การสักมากกว่าแค่เอาเหล็กแหลมจุ่มหมึกแทงลงที่ผิวหนังให้เป็นลวดลาย แต่มีวัฒนธรรมและตำนานซ่อนอยู่ อยากตามรอยรอยสัก 3 ชาติพันธุ์ ไปชมนิทรรศการ "สักสี สักศรี : ก่อนรอยแห่งเกียรติจะลบเลือน" นอกจากนี้ยังมีงานเสวนาศิลปะการสักลาย การบอกเล่าจากหมอสักรุ่นใหม่ถึงศิลปะแขนงนี้ ตลอดจนเวิร์กช็อปเรียนรู้การสักลายผ่านการสร้างสรรค์ด้วยตรายางสู่ลายออกแบบร่วมกับงานดีไซน์เป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าได้.

บรรยายใต้ภาพ
เข็มสักแบบดั้งเดิม ทำใช้งานในปัจจุบันของไต้หวัน
ลวดลายจากเข็มและหมึกฝีมือช่างสักชาวไผวัน
ลายสักขาลายล้านนา รูปสัตว์หิมพานต์ จากความเชื่อพุทธศาสนา
การสักขาลายตามขนบธรรมเนียมผู้ชายชาวล้านนา
ซ่งไห่หัว ศิลปินช่างสักชาวไผวันจากไต้หวัน กำลังทำการสักแบบดั้งเดิม
ช่างอ๊อด-ศราวุธ แววงาม ช่างสักแฟชั่นผู้รื้อฟื้นการสักขาลาย
หุ่นไม้และมือไม้แกะสลักที่มีลวดลายรอยสักแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์จากไต้หวัน