สนธิชี้ไทยยังเสี่ยงรัฐประหาร

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2562 00:00:23 น.

กรุงเทพฯ * หนังสือพิมพ์ "เอเชียน นิกเคอิ รีวิว" ของญี่ปุ่นสัมภาษณ์บิ๊กบัง-อดีตผู้นำรัฐประหาร 2549 เผยเหตุลงมือ รปห.49 ยุติความขัดแย้ง พร้อมวิเคราะห์สถานการณ์ยุค "ประยุทธ์" ล้มเหลวกวาดล้างทุจริต เชื่อรัฐประหารยังมีโอกาสเกิดขึ้นอีก

เมื่อวันที่ 17 ก.ค. เว็บ ไซต์หนังสือพิมพ์ Asian Nikkei Review ของญี่ปุ่นเสนอข่าว "Ex- army chief who ousted Thaksin backs use of coups in Thailand" โดยได้อ้างคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.สนธิ  บุญยรัตกลิน อดีตผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะผู้ทำรัฐประหารรัฐ บาลนายทักษิณ ชินวัตร  เมื่อปี 2549 ที่ระบุว่าตราบใดที่ชนชั้นกลาง (Middle Class) ยังไม่กลายเป็นประชากรส่วนใหญ่ในประเทศไทย ประชาธิปไตยของไทยก็ยังอาจมีปัญหา และการรัฐประหารโดยกองทัพก็อาจเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ยังมีความจำเป็นในการแก้ไขสถานการณ์

พล.อ.สนธิได้อธิบายประ เด็นนี้ว่า ประเทศไทยยังมีคนยาก จนจำนวนมาก ซึ่งถูกคนร่ำรวยใช้เป็นเครื่องมือในการเข้าสู่อำนาจทางการเมืองผ่านการใช้เงิน ก่อนจะไปถอนทุนคืนเมื่อมีอำนาจแล้ว ขณะเดียวกันยังมีปัญหาการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งสำคัญ มักเลือกคนที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดมากกว่าคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุด สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดปัญหาการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพรวมไปถึงการทุจริต

"ในเวลานั้นบรรยากาศของ ประเทศไทยเต็มไปด้วยผู้คนที่ กำลังใช้อารมณ์ มีการแบ่งเป็น ฝ่ายที่สนับสนุนและต่อต้านนายกฯ ทักษิณ จึงมีเสียงเรียกร้องให้ทหาร เข้ามาดูแลสถานการณ์ ซึ่งกอง ทัพมีหน้าที่ 4 อย่าง 1.ป้อง กันประเทศ 2.รักษาความสงบ เรียบร้อย 3.ช่วยเหลือประชา ชนเมื่อเกิดภัยธรรมชาติ และ 4.ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งนี้ต้องยอมรับว่ามีคนกลุ่มที่เรียกกันว่าฝ่ายซ้าย (Left-Wing) ซึ่งไม่เอาสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่คนอีกมากรวมถึงกองทัพต้องการให้ประชาธิปไตยไทยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของรัฐ" พล.อ.สนธิกล่าว

เมื่อถามถึงรัฐบาลชุดใหม่ ที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ก่อนหน้านี้เป็นผู้ทำรัฐ ประหารในปี 2557 และปก ครองแบบรัฐบาลทหารมา 5 ปี รวมถึงรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ยังถูกตั้งข้อสังเกตว่าเอื้อให้ พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯ อีกสมัย พล.อ.สนธิให้ความเห็นว่า อย่างไรเสียรัฐธรรมนูญฉบับ 2560  ก็ผ่านประชามติของประ ชาชน และคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ควรได้รับการยอมรับในฐานะรัฐบาลพลเรือน

อย่างไรก็ตาม อดีตหัวหน้าคณะรัฐประหารเมื่อปี 2549 ยังมองอีกว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ซึ่งเป็นผู้นำรัฐ บาลทหารล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาทุจริตและความเหลื่อมล้ำ สวนทางกับกลุ่มคนที่มีความคิดแบบฝ่ายซ้าย ซึ่งได้ลงพื้นที่ทำงานด้านมวลชนกับผู้มีการศึกษาน้อยและมีฐานะยากจน ที่บรรดารัฐบาลในอดีตให้ความใส่ใจกับประชากรเหล่านี้น้อย ดังนั้นรัฐบาลชุดใหม่ต้องยกนโยบายดูแลคนยากจนเป็นวาระสำคัญลำดับแรก นั่นคือการศึกษาและเศรษฐกิจ เพราะหากผู้คนมีรายได้สูงขึ้น ก็จะลดแรงจูงใจในการเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตน้อยลงได้

"หากสิ่งต่างๆ เป็นไปด้วยดี เราก็กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปสู่อนาคตที่ดีกว่า แต่หากรัฐบาลในอนาคตไม่สามารถแก้ไขปัญหา ทุจริตและความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยได้ ผู้คนยังรู้สึกทุกข์ทรมานและต้องการการเปลี่ยนแปลง เมื่อนั้นรัฐประหารครั้งต่อไปก็อาจเกิดขึ้นได้อีก" พล.อ.สนธิกล่าว.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง