ข่าวอินโฟเควสท์
01:29 เครื่องบินแอร์อินเดียลงจอดฉุกเฉินที่กรุงนิวเดลี หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้   สื่อรายงานว่า เครื่องบินของสายการบินแอร์อินเดียได้ลงจอดฉุกเฉินที่ท่าอาก…
01:16 "หัวเว่ย"ออกแถลงการณ์ค้านสหรัฐนำบริษัทในเครือขึ้นแบล็กลิสต์   บริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยีของจีน ออกแถลงการณ์คัดค้านการที่สหรัฐจะนำบริษัทในเครืออีก …
00:47 จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รถบรรทุกน้ำมันระเบิดในแทนซาเนียพุ่งเกือบ 100 ราย   เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รถบรรทุกน้ำม…
00:33 "บักกิ้งแฮม"โต้ข่าว"เจ้าชายแอนดรูว์"พัวพันคดีทางเพศของ"เอปสไตน์"   สำนักพระราชวังบักกิ้งแฮมออกแถลงการณ์ปฏิเสธข่าวที่ว่า เจ้าชายแอนดรูว์ โอรสองค…
00:10 จีนเรียกร้องสหรัฐรักษาคำพูดในประเด็นเกี่ยวกับฮ่องกง   กระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงเรียกร้องให้สหรัฐรักษาคำพูดในประเด็นที่เกี่ยวกับฮ่องกง ทั้งนี้…

คอลัมน์: กระจกไร้เงา: กึ๋นรัฐแก้ปัญหา 'ปากท้อง'

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2562 00:00:32 น.
ครองขวัญ รอดหมวน

เรื่อง "ค่าครองชีพ" เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงเศรษฐกิจในปัจจุบัน ที่รัฐบาลยืนยันว่ายังคงเติบโตได้ในระดับที่ไม่น่าเกลียด แต่ในมุมของประชาชน หรือผู้บริโภครายสำคัญของประเทศ ส่วนใหญ่ยังรู้สึกแตกต่างออกไป โดยหลักๆ ยังมองว่า เรื่องค่าครองชีพในปัจจุบันเป็นปัญหา เพราะข้าวของส่วนใหญ่มีราคาปรับเพิ่มสูงขึ้น สวนทางกับรายรับที่ยังได้เข้ากระเป๋ามาเท่าเดิม แทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้ในช่วงที่ผ่านมา "เมอร์เซอร์" ได้ออกมาระบุว่า เอเชียยังเป็นกำลังสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลก แม้ว่าเมืองในเอเชียจะมีอัตราค่าครองชีพที่ค่อนข้างสูง แต่หลายองค์กรก็ยังคงเล็งเห็นความจำ เป็นทางธุรกิจในการโยกย้ายพนักงานไปประจำในภูมิภาคแห่งนี้ ดังนั้นองค์กรต่างๆ จึงให้ความสำคัญกับการควบคุมค่าใช้จ่าย รวมทั้งการระบุเหตุผลทางธุรกิจที่ชัดเจนในการมอบหมายงาน และการวัดผลค่าตอบแทนจากการลงทุน

ที่น่าสนใจคือ "เมอร์เซอร์" ชี้ว่า กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพสูงติดอันดับที่ 40 ของโลก ซึ่งอันดับดังกล่าวเป็นการปรับเพิ่มขึ้นมาถึง 12 อันดับ จากปีก่อนอยู่ที่อันดับ 52 นั่นเป็นการแสดงให้เห็นได้ชัดถึงการ ย้ายถิ่นฐานของผู้อยู่อาศัยจากเมืองอื่นๆ เข้ามาอยู่ในกรุง เทพมหานครมากขึ้น และเป็นผลจากการเติบโตด้านเศรษฐกิจ ที่ลดลง ขณะที่ความผันผวนของค่าเงินและภาวะเงินเฟ้อยังส่งผลกระทบ "เพียงเล็กน้อย" เท่านั้น

ส่วนเมืองที่ค่าครองชีพสูงที่สุด ต้องยกให้ "ฮ่องกง" ซึ่งคว้าตำแหน่งดังกล่าวเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน เนื่องจากราคาที่อยู่อาศัยที่ต่างก็รู้กันดีอยู่แล้วว่าสูงลิบขนาดไหน รองลงมา ได้แก่ โตเกียว, สิงคโปร์, โซล, ซูริก, เซียงไฮ้, อาชกาบัต, ปักกิ่ง, นิวยอร์ก และเซิ่นเจิ้น โดยการเก็บข้อมูลของเมอร์เซอร์นั้น มาจาก 20 เมืองใน 5 ทวีปทั่วโลก โดยวัดจากการเปรียบเทียบราคาของ 200 รายการในแต่ละเมือง ภายใต้หมวดที่อยู่อาศัย การเดินทาง อาหาร เครื่องนุ่งห่ม เครื่องใช้ไฟฟ้า และความบันเทิง

ขณะที่ข้อมูลจากนัมเบโอ เว็บไซต์ฐานข้อมูลด้านค่าครองชีพที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้เผยแพร่ดัชนีค่าครองชีพทั่วโลกในปี 2562 โดยคำนวณจากค่าสินค้าอุปโภคบริโภค ค่าอาหารในร้านอาหาร ค่าเช่าที่อยู่อาศัย และกำลังซื้อของประชาชนในเมือง พบว่า "กรุงเทพมหานคร" เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาคอาเซียน เป็นรองแค่เพียง "สิงคโปร์" เท่านั้น ที่ยังถูกจัดให้เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในอาเซียน ส่วนอันดับที่ 3 ยกให้ "ย่างกุ้ง" ของเมียนมา

ทั้งนี้ เมื่อดูในรายละเอียดของข้อมูลที่นำมาคำนวณค่าของดัชนีค่าครองชีพสำหรับกรุงเทพมหานคร พบว่า ส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่าอาหารในร้านอาหาร โดยคิดเป็นราคาเฉลี่ยต่อมื้ออยู่ที่ 80 บาท ขณะที่ค่าเช่าที่พักอาศัยก็ปรับเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน โดยอพาร์ตเมนต์ 1 ห้องนอน ใจกลางกรุงเทพมหานคร มีค่าเช่าเฉลี่ยสูงถึง 21,400 บาทต่อเดือน

ไม่เพียงเท่านี้ ภูเก็ต พัทยา และเชียงใหม่ ก็ยังติดท็อป 10 เมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในภูมิภาคอาเซียนด้วยเช่นกัน โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยรายบุคคล ไม่รวมค่าเช่าบ้าน อยู่ที่ 16,000-18,000 บาทต่อเดือน

ผลการสำรวจอาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว แต่หากลองมาพิจารณารายจ่ายจิปาถะต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันนั้น ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และบริการหลายอย่าง เช่น รถสาธารณะ มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น หรืออยู่ในระดับที่สูงอย่างมาก จนแทบจะเรียกว่า เงิน 100 บาท ใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค และบริการต่างๆ ได้อย่างจำกัด

ที่ผ่านมา ประชากรในระดับฐานราก ซึ่งถือเป็นส่วนใหญ่ของระบบเศรษฐกิจของไทย อาจยังไม่ได้รู้สึกได้รับผลประ โยชน์อย่างเต็มที่ จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่รัฐบาลยังเชื่อว่ายังขยายตัวได้ในระดับที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับหลายๆ ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใกล้เคียงกัน จึงไม่แปลกที่อาจจะยังได้ยินเสียงบ่นอยู่บ่อยๆ ว่า "ยุคนี้ข้าวของแพงไปหมด" ตรงนี้อาจเป็นอีกหนึ่ง "ภารกิจหลัก" ของรัฐใหม่ ที่จะเข้ามาแก้ปัญหาปากท้องของคนไทยให้อยู่กันได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น!.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง