ข่าวอินโฟเควสท์
20:39 ที่ปรึกษาทำเนียบขาวคาดเศรษฐกิจสหรัฐไม่ถูกกระทบจากสงครามการค้า   นายปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษานโยบายการค้าประจำทำเนียบขาว ไม่เชื่อว่าการที่สหรัฐ…
20:26 ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย: ดัชนี Sensex พุ่งกว่า 200 จุด เก็งรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นศก.   ดัชนี Sensex ตลาดหุ้นอินเดียพุ่งขึ้นกว่า 200 จุด หลังจากปรั…
20:12 บอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวไร้ทิศทาง ก่อน"พาวเวล"กล่าวสุนทรพจน์คืนนี้   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวไร้ทิศทาง ก่อนที่นายเจอโรม พาวเวล ประ…
20:08 ราคาทองฟิวเจอร์ปรับตัวขึ้นจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจีนรีดภาษีสหรัฐ   ราคาทองฟิวเจอร์ปรับตัวขึ้นในวันนี้ โดยได้ปัจจัยบวกจากการคาดการณ์ที่ว…
19:58 ราคาน้ำมัน WTI ดิ่งกว่า 3% หลุด 54 ดอลลาร์ หลังจีนประกาศรีดภาษีตอบโต้สหรัฐ   สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI ดิ่งกว่า 3% หลุดระดับ 54 ดอลลาร์ในวันนี…

คอลัมน์: กลยุทธ์พิชิตหุ้น: กังวลสงครามการค้าโลก

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2562 00:00:05 น.
ธวัชชัย ฐิติวณิชภิวงศ์

ดูเหมือนกองทุนรวมจะเกิดความวิตกกังวลอย่างมาก ในประเด็นเรื่องสงครามการค้าโลก เพราะประธานาธิบดีทรัมป์ ของสหรัฐซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าสามารถพูดให้โลกตกใจได้เสมอ เหมือนกับคนที่ไม่อยู่ในร่องในรอย แต่ละช่วงเวลาสามารถพูดในเรื่องเดียวกันแต่มีความหมายต่างกันได้ ทำให้นักเก็งกำไรจะต้องออกอาการตื่นตูมได้เสมอ ในการประชุมที่ญี่ปุ่นเหมือนจะบอกว่าทุกอย่างดี จะเจรจาประนีประนอมกันได้มาก ถึงกับมีการยืดเวลาการจะขึ้นภาษีสินค้าจีนออกไปหลายเดือน

แต่มาปัจจุบันกลับออกมาแสดงอาการเอาจริงเอาจังว่าจะขึ้นภาษีสินค้าจีนอีก หากมองในด้านการเก็งกำไรในตลาดหุ้นก็เหมือนกับการเล่นรอบของการเก็งกำไร จบรอบนี้ก็เริ่มรอบใหม่ จึงเอาแน่เอานอนไม่ได้ กรณีอย่างนี้สำหรับนักลงทุนจริงๆ คงจะไม่สนใจมากนัก แต่นักเก็งกำไรหรือนักลงทุนระยะสั้นกลับให้ความสนใจมาก จึงต้องแสดงออกให้เห็นว่าเป็นสิ่งที่น่าตื่นตระหนก

จึงดูน่าแปลกที่วานนี้ตลาดหุ้นไทยตกต่ำลงจากการขายหุ้นอย่างมากของกองทุนรวมที่เป็นผู้ขายเพียงกลุ่มเดียวในตลาด และขายอย่างไม่เกี่ยงราคา ทำให้ดัชนีตลาดถูกกดให้ลดลงถึง 9.13 จุด โดยกองทุนรวมขายมากถึง 3,354.59 ล้านบาท กลายเป็นนักลงทุนกลุ่มอื่นๆ ในตลาดกลับมาเป็นผู้ซื้อทั้งหมด

ที่น่าแปลกก็คือ หากสงครามการค้ามีผลในทางลบจริง นักลงทุนต่างชาติก็คงต้องขายหุ้นออก แต่กลับพบว่านักลงทุนต่างชาติยังคงทยอยซื้อหุ้นต่อไปเหมือนเดิม แสดงว่าไม่ได้ให้ความ สนใจกับประเด็นสงครามการค้ามากนัก จึงดูเป็นเรื่องแปลกที่กองทุนออกอาการตื่นตูมมากเกินเหตุ จะมองว่าเป็นการขายทำกำไรก็คงไม่ใช่ เพราะการขายกดราคาย่อมได้กำไรน้อยหรือ ไม่มีกำไร จึงเป็นการขายด้วยความกังวลมากกว่า อย่างไรก็ตาม ดูแล้วตลาดยังมีความสมบูรณ์ มีสภาพคล่องสูง ยังสามารถลุ้นและลงทุนได้ดี ควงเลือกหุ้นพื้นฐานดีลงทุน

ส่วนกลุ่มหุ้นที่น่ามอง ในกลุ่มอาหารฯ เมื่อรัฐเข้ามาเร่งทำงาน จะทำให้มีมาตรการกระตุ้นมากขึ้น จึงน่ามองที่ ICHI, MINT และ OSP กลุ่มไอซีที ธุรกิจดูดีขึ้นเมื่อรัฐผ่อนปรนและแก้ปัญหาให้ ทำให้ผลประกอบการจะดีและธุรกิจจะโตได้ต่อเนื่อง น่ามองที่ ADVANC, DTAC และ HUMAN กลุ่มธนาคาร มองธุรกิจยังโตได้เมื่อรัฐเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจ น่ามองที่ BBL, SCB และ TCAP กลุ่มอสังหาฯ หลายธุรกิจจะรับผลดีจากการลงทุนของรัฐเช่นโครงการอีอีซี น่ามองที่ AMATA, MBK และ ANAN หุ้นรายตัวที่เตะตามี BEM, LOXLEY และ TOA เป็นต้น ตลาดยังคึกคักมาก จึงสามารถเลือกลุ้นและลงทุนได้ต่อไป.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง