คอลัมน์เกษมราษฎร์: ตร.เต้น'ล้อมคอก'ทางม้าลายบังคับใช้กม.ปรับ'โทษสูงสุด'

ข่าวทั่วไป 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตปี 2561 ปรากฏว่าประเทศไทยครองอันดับ 2 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งการเสียชีวิตมาจากรถจักรยานยนต์มากที่สุด สาเหตุหลักๆ คือ มึนเมาสุราขณะขับรถ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดหลายวันอย่างสงกรานต์ ปีใหม่

และจากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน ที่รวบรวมสถิติการเกิดอุบัติเหตุในแต่ละวัน พบว่าปี 2562 ข้อมูล ณ วันที่ 17 ก.ค.มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุแล้ว 9,121 คน และมีผู้บาดเจ็บ 526,061 คน

เช่นเดียวกันกับการสูญเสียของคนในครอบครัว "พุ่มมาลา"น.ส.วิลาวัลย์ พุ่มมาลา หรือน้องลิ้นจี่ ว่าที่บัณฑิตสาวที่ต้องสังเวยชีวิตไว้บนถนนขณะข้ามทางม้าลาย เพื่อไปทำงานเป็นวันแรกหลังจากจบการศึกษา ที่บริเวณแยกผังเมือง ถนนพระราม 9 ถูกคนขับรถ จักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ฝ่าสัญญาณไฟพุ่งชนร่างกระเด็นได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนสิ้นลมในเวลาต่อมา สร้างความโศกเศร้าให้คนในครอบครัว ญาติพี่น้องและคนใกล้ชิด

การเสียชีวิตของว่าที่บัณฑิตสาวในครั้งนี้ ไม่ได้สูญเปล่า "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงคมนาคม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และเครือข่ายภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ อาสาสมัครจราจร และประชาชนจิตอาสา ในการเพิ่มความเข้มข้นมาตรการความปลอดภัยบนท้องถนน โดยเฉพาะต้องร่วมกันทำทางข้ามทั่วประเทศให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยกับประชาชน

"บิ๊กแป๊ะ" พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวเรือใหญ่ในการแก้ปัญหาเพิ่มมาตรการความปลอดภัยบนท้องถนนโดยเฉพาะทางคนข้ามหรือทางม้าลาย ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้อง พบว่าปัญหาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนทางม้าลาย สาเหตุเกิดจากการไม่เคารพเครื่องหมายจราจรและขาดจิตสำนึกในการใช้ทางของผู้ขับขี่ที่ไม่หยุดรถ และคนข้ามทางไม่ระมัดระวังในการข้ามทางม้าลาย จึงเสนอทางแก้ปัญหา คือ 1.การใช้เทคโนโลยีและสื่อสังคมออน ไลน์ Socail media เพื่อกระตุ้นและปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนตระหนักปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ขับขี่ให้ปฏิบัติตามเครื่องหมายและป้ายจราจร

2.ศึกษาความเป็นไปได้โครงการที่จะทำทางม้าลายแบบ 3 มิติ หรือ 3D Zebra Crossing ซึ่งมีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษา ข้อกฎหมาย ข้อดีข้อเสีย ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ วัตถุประสงค์ที่จะลดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนทางม้าลายและทางข้าม อื่นๆ หรือเพิ่มจุดให้มีทางม้าลายเพิ่มขึ้นตามความเหมาะสม 3.สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกอย่างจริงจังและปรับในอัตราสูงสุด 4.ทุกหน่วยงานจะร่วมมือบูรณาการและเพิ่มมาตรการความปลอดภัยบนท้องถนน โดยเฉพาะทางม้าลาย 5.จะมีการประชุมเพื่อเพิ่ม ความเข้มข้นในมาตรการความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างยั่งยืนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นประจำทุกเดือนต่อไป

การเอาจริงเอาจังของผู้บังคับใช้กฎหมายและเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องนั้นถือว่าดี แต่การทำงานเหมือน "ไฟไหม้ฟาง" พอเกิดเหตุเป็นกระแสสังคมที เจ้าหน้าที่ก็ออกมาแอคชั่นที มองย้อนเหตุการณ์เกิดอุบัติเหตุบนทางเท้า วิน จักรยานยนต์รับจ้าง ขับรถบนฟุตปาธชนนักเรียนหญิงโรงเรียนแห่งหนึ่ง หน้าปากซอยลาดพร้าว 69 ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เทศกิจ กระทรวงศึกษาต่างออกมาเรียกร้องหาทางแก้ไข กระทั่งมีการตั้งรางวัลส่วนแบ่งค่าปรับให้กับผู้แจ้งที่พบการกระทำความผิดขับรถ จักรยานยนต์บนทางเท้า

อุบัติเหตุบนทางเท้ายังคงเกิดขึ้นอยู่เรื่อยมา เป็นกระแสโซเชียลอยู่บ่อยครั้ง เมื่อต้นปีที่ถนนหลานหลวง ย่านนางเลิ้ง คนขับจักรยานยนต์ไม่พอใจชายสูงอายุไม่หลบให้ทาง ขับย้อนกลับมาพุ่งชนได้รับบาดเจ็บ กระทั่งมาเกิดเหตุอีกครั้งเมื่อวันที่ 29 พ.ค.พนักงานส่งของไลน์แมน อยู่ระหว่างยืนรอสินค้าบนฟุตปาธถนนเอกชัย 55 ถูกวัยรุ่นขับรถย้อนศรพุ่งชนอย่างแรงได้รับบาดเจ็บต้องหามส่งโรงพยาบาล คนเจ็บต้องออกมาขอให้เจ้าหน้าที่จัดการกับปัญหานี้อย่างจริงจัง

"ฝากให้ผู้ใช้รถใช้ถนนให้รักษาวินัยการจราจร ส่วนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจและกรุงเทพมหานคร ก็อยากให้บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เนื่องจากทุกวันนี้ก็ยังเห็นคนขี่ รถจักรยานยนต์วิ่งบนบาทวิถีอยู่ทุกวัน หลายๆ พื้นที่ ขอเตือนเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ใช้รถ จยย.อย่ามักง่าย ถ้าหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นอย่างกรณีผมแล้วมันไม่คุ้มค่า กับการเสียเวลาไปกลับรถเพื่อมุ่งหน้าสู่จุดหมายเพียงเล็กน้อย"

และเหตุการครั้งนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ก็ได้สนองนโยบาย พล.อ.ประวิตร จัดระเบียบทางสาธารณะการจราจร การจัดระเบียบทางเท้า การจัดระเบียบวินมอเตอร์ไซค์และรถตู้สาธารณะ โดยให้หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง กวดขันเจ้าหน้าที่รัฐในทุกหน่วยงาน บังคับใช้กฎหมายในความรับผิดชอบโดยให้ถือเป็นหน้าที่ รักษาประโยชน์ และสิทธิของประชาชนส่วนใหญ่ในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์พื้นที่สาธารณะอย่างเป็นธรรม

โดยสั่งการไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) กองบัญชาการภูธรภาค 1-9 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ผบช.ตชด.) เพิ่มความเข้มในการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดตามอำนาจหน้าที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบโดยเคร่งครัด และให้ดำเนินการอย่างจริงจังต่อเนื่อง ให้หน่วยงานในสังกัด ตร.ที่เกี่ยวข้องประสานความร่วมมือเพื่อบูรณาการการทำงานให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันอย่างมีประสิทธิภาพพร้อมให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ กำชับมิให้ข้าราชการตำรวจในสังกัด เรียกร้องหรือเรียกรับทรัพย์สินและผลประโยชน์อื่นใดอันมิชอบ หากพบว่ามีข้าราชการตำรวจผู้ใดฝ่าฝืนให้ดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญาโดยเด็ดขาด

ปัญหาที่เกิดจากขาดจิตสำนึกของคนไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ จะเกิดขึ้นอีกกี่ครั้ง หรือใครจะตกเป็นเหยื่อรายต่อไป แต่การแก้ปัญหาเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการอย่างจริงจังกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ใช่เป็นกระแสโซเชียลที แล้วคอยสนองนโยบายของผู้ใหญ่ในรัฐบาลสั่งการที ความปลอดภัยของประชาชนต้องได้รับการดูแลกว่าที่เป็นอยู่.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ