พระครูสิริศีลวัตร รองเจ้าคณะจังหวัดอำนาจเจริญ จัดธรรมะสัญจร แสดงธรรมผู้สูงอายุ

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2562 00:00:43 น.
สนธยา ทิพย์อุตร

ผู้สูงอายุหลายคนที่นับถือศาสนาพุทธ ต้องการไปวัดทำบุญ ทำทาน สร้างกุศล หรือฟังธรรมเทศนาจากพระภิกษุสงฆ์ใกล้บ้าน เพื่อเป็นที่พึ่งทางใจ ทว่า ไม่สามารถเดินทางไปวัดได้ เนื่องจากสุขภาพไม่เอื้ออำนวย และอีกหลายปัจจัยที่เป็นอุปสรรคในการเข้าวัดฟังธรรม

ด้วยเหตุนี้ วัดอำนาจ อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ จึงได้จัดโครงการธรรมะสัญจร เพื่อให้พุทธศาสนิกชน ญาติโยมทั้งหลาย ซึ่งไม่สามารถเดินทางไปวัดได้ เพราะปัญหาสุขภาพ ได้รับฟังธรรมเทศนาจากพระภิกษุสงฆ์ถึงบ้าน โดยมีการจัดเทศนาไปทั่วทุกพื้นที่ จ.อำนาจเจริญ สร้างความประทับใจแก่ผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ญาติโยมเดินทางเข้าไปทำบุญสร้างกุศลจำนวนมาก เพื่อกราบนมัสการพระเจ้าใหญ่ลือชัย พระพุทธรูปปางมารวิชัย ก่อด้วยอิฐถือปูน ลงรักปิดทองศิลปะล้านช้าง ประดิษฐานอยู่ภายในอุโบสถ วัดอำนาจ อ.ลืออำนาจ เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่อายุ 700 ปี และเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองลืออำนาจ ที่สำคัญ ด้านขวาองค์พระประดิษฐาน มณฑป บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธเจ้า ทุกวันจึงมีพุทธศาสนิกชนเดินทางไปกราบนมัสการขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวอย่างต่อเนื่อง

สำหรับวัดอำนาจ อยู่ห่างจากจังหวัดอำนาจเจริญ ประมาณ 21 กิโลเมตร ทางทิศใต้ ถนนสายหลักชยางกรูอำนาจ-อุบลราชธานี เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยมีหลวงพ่อพระครูบัณฑิตกับจหมื่นชาโนชิต เป็นผู้นำในการก่อสร้างครั้งแรก มีเจ้าอาวาสผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปแล้ว 16 รูป เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันคือ พระครูสิริศีลวัตร อายุ 57 ปี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะจังหวัดอำนาจเจริญ ฝ่ายมหานิกาย ดูแลพระสงฆ์ 15 รูป สามเณร 10 รูป ไม่มีแม่ชี มรรคนายก 2 คน

บนเนื้อที่ 50 ไร่ ของวัดอำนาจ จัดเป็นที่ตั้งแหล่งเรียนรู้ สถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนา วัฒนธรรม หลากหลายอย่าง อาทิ ลานปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ เดินจงกลม ก็มีให้พุทธศาสนิกชนเข้าไปทำกิจกรรมทางศาสนาอย่างเต็มที่ ไม่เฉพาะเจาะจงในวันสำคัญทางศาสนาเท่านั้น ในวันธรรมดาก็มีพุทธศาสนิกชนผู้สนใจเข้าไปปฏิบัติธรรม ฟังธรรมเทศนากับพระครูสิริศีลวัตรเป็นประจำทุกวัน

นอกจากนี้ ภายในวัดอำนาจ ใกล้กับอุโบสถ ยังเป็นที่ตั้งศูนย์พิพิธภัณฑ์โบราณ มีวัตถุโบราณเก่าแก่จำนวนมาก จัดเป็นหมวดหมู่ไว้ให้พุทธศาสนิกชนได้ชม ได้ศึกษา เรียนรู้ด้านศาสนา ซึ่งวัตถุโบราณบางสิ่งบางอย่างหาดูไม่ได้อีกแล้ว โดยเฉพาะใบลานสำหรับพระสงฆ์เทศนา มีทั้งแบบภาษาไทยและภาษาลาว ก็เก็บไว้อย่างดี เพื่อรอรับการมาเที่ยวชมจากพุทธศาสนิกชน ตั้งแต่เวลา รับการมาเที่ยวชมจากพุทธศาสนิกชน ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. ทุกวัน แบบฟรีๆ

สำหรับพุทธศาสนิกชน นักช็อปปิ้งทั้งหลาย ใกล้กันก็จัดให้เป็นศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน มีสินค้าดีเด่นประจำตำบลหลากหลายชนิดคอยบริการให้เลือกซื้อเป็นของฝากของที่ระลึกอย่างถูกใจ แบ่งเป็น ประเภทสมุนไพร เสื้อผ้า อาหาร เครื่องประดับ และอื่นๆ ในราคาเริ่มตั้งแต่ 20 บาท ไปถึง 2,000 บาท สำหรับผู้นิยมสินค้าจากภูมิปัญญาท้องถิ่น รับรองได้เลือกซื้อจุใจแน่นอน

จากนั้นไม่ไกลนัก ควรเข้าไปกราบขอพรศาลพ่อปู่ลือชัย เป็นลักษณะหลักเมือง ครอบด้วยอาคาร คสล.อย่างดี ว่ากันว่า ชาวบ้านที่ศรัทธามักจะมาบนบานขอให้ท่านช่วยเหลือในด้านต่างๆ ทั้งการงาน การศึกษา ซึ่งก็สมหวังไปทุกราย และเชื่อว่าพ่อปู่ลือชัยชอบดูการแสดงหมอลำ หากบนสำเร็จ

ได้ดั่งใจก็จะจ้างคณะหมอลำไปให้พ่อปู่ลือชัยดู เฉลี่ยเดือนละ 10 คณะ

สำหรับหลวงพ่อทันจิต พระพุทธรูปปางมารวิชัย สีขาวทั้งองค์ ประดิษฐานอยู่ริมสระน้ำ เขตอภัยทาน ส่วนพระพุทธรูปทันใจก็ประดิษฐานอยู่บนแท่นบัวหงายบัวคว่ำ บริเวณลานกว้างทางเข้าวัดด้านทิศตะวันตก

เมื่อพุทธศาสนิกชนเดินชมเดินช็อปเสร็จแล้ว ก่อนจะเดินทางกลับ ควรแวะกราบขอพรและฟังธรรมเทศนากับพระครูสิริศีลวัตร รองเจ้าคณะจังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อเป็นสิริมงคลและนำไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดความสุขแก่ตนเองและครอบครัว

พระครูสิริศีลวัตร รองเจ้าคณะจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า ที่ผ่านมาอาตมามีพันธกิจดังนี้ สร้างจิตสำนึกในความเป็นภิกษุสามเณรและศาสนบุคคลที่ดีมีคุณภาพ, ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศาสนศึกษาทุกระดับ, จัดระบบและรูปแบบการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้มีประสิทธิภาพ, จัดและส่งเสริมการศึกษาสงเคราะห์อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ, บูรณะ พัฒนาและสร้างศาสนวัตถุอย่างเหมาะสมตามหลักมัชฌิมาปฏิปทา, บำเพ็ญกิจกรรมส่วนรวมและประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน โดยใช้หลักพุทธวิถีนำวิถีชีวิต

หลักเกณฑ์ยุทธศาสน์ กล่าวคือ เน้นฝึกอบรมพระกรรมฐาน ทั้งกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐาน, สร้างโอกาสทางการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิต, ยกระดับการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน, พัฒนาการศึกษาสงเคราะห์ตามแนวพุทธวิถีและวิถีพุทธ, พัฒนาวัดให้เป็นศูนย์รวมทางจิตใจและแหล่งปัญญาธรรม คารวธรรมและสามัคคีธรรม, เสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์แก่สังคม ชุมชน ปัจเจกชนและสถาบันทางสังคมทุกภาคส่วน

ที่ผ่านมาพระภิกษุสามเณรและศาสนบุคคลได้รับการฝึกอบรมที่ดีมีคุณภาพอย่างทั่วถึง, พระภิกษุสามเณรได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและมาตรฐานตามฐานานุรูป, ศาสนบุคคลได้รับการศึกษาหลักธรรมตามสมควรแก่อัตภาพ, สถานศึกษาของวัดจัดการศึกษาได้มาตรฐาน, การเผยแผ่พระพุทธศาสนามีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

สำหรับกิจกรรมดีเด่น มีดังนี้ ศูนย์พระพุทธศาสนาวัดอาทิตย์ ปี 2542, สำนักปฏิบัติธรรมดีเด่น ปี 2553, วัดวิถีพุทธเฉลิมพระเกียรติฯ ปี 2553, วัดส่งเสริมสุขภาพดีเด่น ปี 2553, หน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลดีเด่น ปี 2553, สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดอำนาจเจริญแห่งที่ 11 ปี 53, โครงการลานธรรม ลานวิถีไทย ปี 57 และเครือข่ายแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชน ปี 57

พระครูสิริศีลวัตรเทศนาตอนหนึ่งว่า การบวชหน้าไฟ หรือชาวอีสานเรียกว่า บวชจูงศพ หมายถึง ให้ลูกหลานบวชในเวลาสั้นๆ ระหว่างที่พ่อแม่ หรือญาติพี่น้องเสียชีวิต เพราะเชื่อว่า ผู้บวชจะจูง (พา) ผู้เสียชีวิตขึ้นสวรรค์ ก็เป็นสิ่งที่ดี ถ้าผู้บวชมีความพร้อม จิตใจบริสุทธิ์ ต้องการบวชอย่างจริงใจ ผู้ตายจะได้กุศลบุญเต็มที่ แต่ว่าที่ผ่านมามักจะนำลูกหลานที่กำลังดื่มสุรา บางคนยังไม่สร่างเมา ตายังแดงอยู่เลย ก็นำมาบวชหน้าไฟหรือบวชจูง ซึ่งไม่เหมาะสม แทนที่จะพาขึ้นสวรรค์ กลับพาไปลงนรกเสีย เพราะผู้จะบวชไม่มีความพร้อม ยังทำผิดศีลอยู่ คือ ดื่มเมาสุราบวช อย่างนี้ไม่ควรเลย ไม่เกรงใจพระสงฆ์เลย คงเข้าใจว่า เผาศพเสร็จก็สึกแล้ว ซึ่งนี่ก็ไม่ถูก เพราะศีลยังไม่จับตัวเลยก็สึกแล้ว ควรจะอยู่วัดสัก 7 วัน ศีลพอจะจับตัวบ้าง จะได้มีบุญบ้าง แต่ไม่ใช่เผาศพเสร็จก็รีบสึกเลย ญาติโยมควรคิดใหม่ ก่อนจะนำลูกหลานบวชหน้าไฟ หรือบวชจูงศพ ผู้บวชต้องมีความพร้อมทั้งกายและใจ ไม่ใช่ว่าบังคับให้บวชแบบไม่สมัครใจ แบบนี้ไม่ดีเลย

และขอให้ญาติโยมช่วยกันสอดส่องดูแลปกป้องพุทธศาสนา เพราะทุกวันนี้คนอาศัยผ้าเหลืองหากินมาก พวกนี้คือพวกเปรตเข้ามาทำลายศาสนา พุทธศาสนิกชน ญาติโยม จึงต้องช่วยกันกำจัดพวกนี้ออกไป ถ้าพระไม่ดี ปฏิบัติไม่ถูกตามคำสอนพระพุทธเจ้า จะต้องเอาออกไป อย่าให้ทำลายวงการสงฆ์ไปมากกว่านี้ ซึ่งปัจจุบันนี้มีหลายวัด ไม่ค่อยมีญาติโยมเข้าไปทำบุญ เพราะเสื่อมศรัทธา อาตมาจึงได้มีการไปเทศนาถึงบ้านญาติโยมในวันพระ เพราะบางคนแก่ชรา อายุมาก เดินทางไปวัดยากลำบาก จึงต้องจัดทำเป็นธรรมะสัญจร เทศนาให้ฟังถึงบ้านเลย ในวันไปเทศนาจะมีสมาชิกธรรมะสัญจรร่วมเดินทางไปด้วย ครั้งละ 10-20 คน ทำแบบนี้มา 15 ปีแล้ว ก็ได้ผลดีมาก จึงต้องจัดกิจกรรมธรรมะสัญจรต่อไป

พระครูสิริศีลวัตร รองเจ้าคณะจังหวัดอำนาจเจริญ เทศนาท้ายสุดว่า ขอให้ญาติโยมทั้งหลายทำบุญ สร้างกุศลให้มากๆ ซึ่งผลของการทำบุญจะทำให้อยู่เย็นเป็นสุข ร่มเย็นเป็นสุข อุปสรรคปัญหาต่างๆ ก็จะลดลงหรือไม่มีเลย พวกเราชาวพุทธแต่ละคนล้วนเคยทำบุญให้ทานมาแล้วทั้งสิ้น ทั้งในชาตินี้และในชาติก่อน บางคนทำบุญไว้มากในชาติก่อน มาชาตินี้ความเป็นอยู่ก็จะดี การงานดี เพราะบุญชาติก่อนเกื้อหนุน ส่วนคนที่ความเป็นอยู่ไม่ค่อยดี อยู่อย่างยากลำบาก แม้ชาติก่อนทำบุญไว้มาก เป็นเพราะมีเจ้ากรรมนายเวรคอยขัดขวาง จะต้องสะสมบุญให้มากๆ ในชาตินี้ ความเป็นอยู่ การงาน ก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ และที่สำคัญต้องมีจิตใจดีงามอีกด้วย.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง