เรือเหล็ก 'ประยุทธ์' ผจญมรสุมยกแรกพิสูจน์นโยบายเร่งด่วน

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2562 00:00:30 น.
ทีมข่าวการเมือง

รัฐบาลประยุทธ์ 2/1 เข้าบริหารประเทศอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อเย็นวันที่ 16 กรกฎาคม 2562 ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีนำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ก็เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีเป็นครั้งแรกที่ทำเนียบรัฐบาลทันทีเพื่อซักซ้อม ทำความรู้จักและทำความเข้าใจในเรื่องที่จะต้องร่วมกันรับผิดชอบในการบริหารราชการแผ่นดิน

เป็นครั้งแรกที่ผู้นำรัฐบาลผู้เพิ่งพ้นตำแหน่งหัวหน้า คสช.หมาดๆ ได้พบปะกับรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองบางส่วน ซึ่งไม่เคยร่วมงาน ไม่ผ่านการร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาก่อน

แม้หลายฝ่ายจะพูดตรงกันว่า รัฐบาลเรือเหล็กที่มี พล.อ.ประยุทธ์เป็นกัปตันไม่มีเวลาดื่มด่ำกับความสุขที่เรียกว่า "ฮันนีมูน พีเรียด"
ประการที่หนึ่ง เพราะผู้นำรัฐบาลเป็นคนเดิมเคยนั่งเก้าอี้นายกฯ และหัวหน้า คสช.มาแล้วกว่า 5 ปี

ประการที่สอง ปัญหาบ้านเมืองรุมเร้าหลายด้านกำลังรอการแก้ไขอย่างเร่งด่วนจากรัฐบาล เช่น ปัญหาเศรษฐกิจระดับบนและปัญหาปากท้องที่เป็นเศรษฐกิจระดับล่าง ปัญหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม คนเป็นหนี้เป็นสิน ตกงาน และปราศจากซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดี

ประการที่สาม การจัดตั้งรัฐบาลใช้เวลานานผิดปกติ นับแต่เลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคมเป็นต้นมาถึงวันที่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก็ปาเข้าไป 4 เดือนเต็ม เป็น 4 เดือนที่คล้ายกับไม่มีรัฐบาลมาดูแลบ้านเมือง

ประชาชนจึงคาดหวังให้ ครม.ชุดใหม่เดินหน้าแก้ไขวิกฤติต่างๆ ในทันทีทันใด ไม่มีเวลาให้จดๆ จ้องๆ หรือมัวแต่โอ้เอ้วิหารรายอีกแล้ว
แม้คะแนนเสียงของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะเกินครึ่งมาเล็กน้อย มีจำนวนมากกว่า ส.ส.ฝ่ายค้านอยู่นิดหน่อย นั่นอย่างหนึ่ง

อีกอย่างหนึ่ง คือความสงบเงียบในมวลหมู่ มุ้ง    ก๊วนในพรรคพลังประชารัฐ เปรียบเหมือนคลื่นใต้น้ำที่อาจปะทุคุกรุ่นขึ้นมาอีกก็ได้ทุกเมื่อ

สภาวะเช่นนี้ก็หาได้ทำให้ ครม.ชุดใหม่มีทุกข์มีร้อนแต่อย่างใดไม่
ค่ำวันที่ 16 กรกฎาคม รัฐมนตรีหลายคนมิอาจปิดงำความปลื้มปีติไว้ในอกได้ ต่างสำแดงออกมาผ่านทั้งแววตา สีหน้า รอยยิ้มและด้วยคำพูด
กัปตันเรือเหล็ก "ประยุทธ์" กล่าวกับนักข่าวว่า "ผมยินดีที่ทุกคนมาช่วยงานแบบนี้ ผมยินดีจริงๆ จะได้ไม่มีปัญหากันต่อไปในอนาคต...."

ขณะให้สัมภาษณ์ นายกรัฐมนตรีมีสีหน้ายิ้มแย้ม ปลาบปลื้ม และตื้นตันระหว่างที่นายกฯ เดินขึ้นตึกที่ทำเนียบรัฐบาล เป็นประธานการประชุม ครม.นัดแรกได้ยกมือขวาตบไปที่อกข้างซ้ายเบาๆ พร้อมกล่าวว่า "มีความสุข"

กาลเวลาช่วงใกล้ๆ นี้ รัฐบาลผสม 19 พรรค จะเข้าสู่สมรภูมิทางการเมืองที่เปรียบเสมือนศึกยกแรกที่ต้องผจญคือ

การแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภา วันที่ 25-27 กรกฎาคมนี้ ธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมาคือ นายกฯ จะยืนขึ้นแถลง (อ่าน) นโยบายทีละด้าน ทีละเรื่องทุกตัวอักษร ตั้งแต่บรรทัดแรกจนถึงบรรทัดสุดท้าย

จากนั้นก็เปิดให้ ส.ส.ฝ่ายค้าน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล และ ส.ว.อภิปราย โดยนายกฯ รองนายกฯ และรัฐมนตรีจะอภิปรายชี้แจง ให้รายละเอียดในเรื่องที่ถูกพูดถึง

ความตื่นเต้นและความระทึกใจอยู่ที่ ส.ส.ฝ่ายค้านจะชำแหละนโยบายได้เข้มข้นถึงพริกถึงขิง ชนิดมันส์หยดจนทำให้รัฐบาลเหงื่อตกได้หรือไม่ โดยเฉพาะในรายของรัฐมนตรีที่แผลฉกรรจ์

จุดอ่อนของนโยบายรัฐบาลที่อาจจะถูกขึงสับแหลกในห้องประชุมทีโอที ถนนแจ้งวัฒนะ ยังมีเรื่องนโยบายเร่งด่วนที่จะดำเนินการภายใน 1 ปี เช่น
1.เรื่องค่าแรงขั้นต่ำวันละ 400-425 บาท
2.เงินเดือนปริญญาตรีเดือนละ 20,000 บาท อาชีวะเดือนละ 18,000 บาท
3.การแก้ปัญหาความยากจน การเป็นหนี้เป็นสิน การฆ่าตัวตายที่เพิ่มทวีขึ้น
4.การสืบทอดอำนาจเผด็จการ คสช.แบบซ่อนรูป
5.การแก้ไขรัฐธรรมนูญสะเดาะกุญแจไป เปิดประตูประชาธิปไตย
6.การละเมิดสิทธิเสรีภาพสื่อและประชาชน
7.การไร้ซึ่งคุณธรรม จริยธรรม ขาดหลักนิติธรรมในตัวบุคคลที่จะบริหารประเทศ ตั้งแต่นายกฯ รองนายกฯ เรื่อยลงมาถึงรัฐมนตรีช่วย เป็นต้น
นโยบายรัฐบาลที่นำเสนอนั้น จะถูกซักถาม คาดคั้น ปรามาสและถล่มโจมตีจากฝ่ายค้านในลักษณะ รัฐบาลจะทำอย่างไร หรือทำไม่ได้

ซึ่งหนีไม่พ้นกับการนำปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เกิดการรัฐประหารโดย คสช.ถึงปัจจุบันมาอภิปราย เนื่องจากมีความเกี่ยวเนื่องกัน เพราะผู้นำรัฐบาลที่ชื่อประยุทธ์ จันทร์โอชา คือคนเดียวกับนายกฯ และหัวหน้าคณะรัฐประหารที่ปกครองประเทศด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จมา 5 ปี เพิ่งสลัดเครื่องแบบหัวหน้า คสช.ออกวางไม่ถึง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่กลิ่นคราบไคลยังติดกายคละคลุ้งเตะจมูกผู้คนทั่วไป

น้ำหอมประชาธิปไตยยี่ห้อ พลังประชารัฐ - ประชาธิปัตย์ - ภูมิใจไทย - ชาติไทยพัฒนา - ชาติพัฒนาที่ฉีดพ่น ประพรม "ท่านผู้นำ" ให้หอมบริสุทธ์ได้หรือไม่ และพรรคร่วมรัฐบาล 19 พรรคจะอยู่ร่วมกับ "ท่านนายกฯ มาดทหาร" โดยเฉพาะคนที่ไม่มีตำแหน่งใดๆ ในพรรคพลังประชารัฐได้อย่างไร

การประชุมร่วมกันของ ส.ส.และ ส.ว.เพื่ออภิปรายนโยบายรัฐบาล เกมจะออกรสชาติดุเดือดมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นกับศักยภาพของ ส.ส. 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ จะเตรียมพร้อมทั้งประเด็นเนื้อหา การวางตัว ส.ส.ที่จะลุกขึ้นอภิปรายได้ดี มีน้ำหนักขนาดไหน

เมื่อขึ้นเวทีจริงแล้วอภิปรายสะเปะสะปะ พูดแต่เรื่องเล็กๆ ประเภทวิพากษ์วิจารณ์ติชมกันปกติธรรมดา ทั้ง ครม. ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลและ ส.ว.ก็คงจะนั่งยิ้ม ไม่ต้องออกแรงให้เหนื่อย

ถ้าแสดงได้สมบทบาทของการเป็นฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ได้เข้มแข็ง มีคุณภาพ อภิปรายด้วยข้อมูล ข้อเท็จจริง มีเหตุผลและนำเสนอได้อย่างน่าฟัง มีลำหักลำโค่นดาหน้าเรียงแถวกันมาแบบ "ของจริง" ก็คงสร้างความหนักใจให้ฝ่ายรัฐบาลไม่น้อยแต่ถ้าอภิปรายแบบเล่นจำอวด ลมเพลมพัด ไม่ต่างไปจากพวกมือใหม่หัดขับ ก็คงไม่ไม่เกิดผลสะเทือนอะไรกับรัฐบาล

ภาวะผู้นำและลีลาการอภิปรายตอบคำถามต่างๆ ของ พล.อ.ประยุทธ์มีมากน้อยแค่ไหน จะถูกฉายภาพออกมาให้ชาวบ้านได้เห็นกัน

ศึกยกแรกที่รัฐบาลต้องประสบในเกมแถลงนโยบายจะส่งผลสืบเนื่องต่อไปให้ต้องจับตา เช่น ส.ส.รัฐบาลที่มีเสียงปริ่มน้ำจะเอาชนะฝ่ายค้านได้อย่างราบรื่นทุกครั้งเวลาลงมติในการประชุมสภาฯ ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ หรือไม่

พล.อ.ประยุทธ์จะมาเข้าประชุมสภาฯ และตอบกระทู้หรือญัตติได้สม่ำเสมอหรือไม่
เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์มาเข้าประชุมสภาฯ จะลุกขึ้นอภิปรายได้อย่างฉะฉานสมกับการเป็นนักการเมืองหรือไม่ อารมณ์โกรธเกรี้ยวจะหวนกลับมาไหม
ส.ส.ฝ่ายค้าน กับ พล.อ.ประยุทธ์จะมีปฏิสัมพันธ์อย่างไร ปัญหาต่างๆ จะได้รับการแก้ไขโดยรัฐบาลตามระบบรัฐสภาได้มากน้อยแค่ไหน
ทะเลการเมืองนับจากนี้มีเค้าลางจะเกิดแรงกระเพื่อมจากมรสุมที่ถาโถมเข้าใส่รัฐนาวา "ประยุทธ์ 2/1" อาจเป็นศึกหนักที่กัปตันไม่เคยเผชิญมาก่อน
ความสุขวันวานอาจกลายเป็นความทุกข์ในวันนี้ที่โหดร้ายและตื่นเต้นที่สุดของชีวิตก็เป็นได้!?!.

"ศึกยกแรกที่รัฐบาลต้องประสบในเกมแถลงนโยบายจะส่งผลสืบเนื่องต่อไปให้ต้องจับตา เช่น ส.ส.รัฐบาลที่มีเสียงปริ่มน้ำจะเอาชนะฝ่าย ค้านได้อย่างราบรื่นทุกครั้งเวลาลงมติในการ ประชุมสภาฯ ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ หรือไม่"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง