เงินกองทุนหมู่บ้านล่องหน

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- จันทร์ที่ 22 กรกฎาคม 2562 00:00:37 น.
ชาวบ้านร้องโครงการเอสเอ็มแอลไม่โปร่งใส/ผู้รับผิดชอบปัดชี้แจง
นครพนม * สุดทน! ชาวบ้านร้องสื่อ เงินโครงการ "เอสเอ็มแอล" ล่องหน ผู้รับผิดชอบโบ้ยชี้แจง อ้างเป็นสิทธิส่วนบุคคล

ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครพนมได้รับการร้องทุกข์จากชาวบ้านปากบัง หมู่ 2 ต.พิมาน อ.นาแก ว่าโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML) ตามนโยบายของรัฐบาล มีความไม่ชอบมาพากลของผู้บริหารเงินในหมู่บ้าน เพราะเป็นเวลา 3 ปีแล้วที่ชาวบ้านไม่สามารถขอกู้ยืมเงินจากโครง การดังกล่าวไปเป็นทุนในการเกษตรได้

โดยชาวบ้านจำนวนหนึ่งนัดรวมตัวเพื่อให้รายละเอียดอยู่บ้านเลขที่ 50 หมู่ 2 ของนางจันทร์ ธนโสม อายุ 59 ปี ในจำนวนนั้นมีนายต้อม ศรีบุญเรือง อายุ 52 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน และนายทน บุสดี อายุ 57 ปี อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ร่วมเปิดเผยรายละเอียด

นายต้อมเล่าว่า โครงการเอสเอ็มแอลของบ้านปากบังหมู่ 2 เกิดขึ้นสมัยที่ตนดำรงตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้านประมาณปี 2551-52 ขณะนั้นมี 190 หลังคาเรือน จึงได้รับจัดสรรเงินในขนาดกลาง หรือเอ็ม (ประชากรตั้งแต่ 500 คน ไม่เกิน 1,000 คน) จำนวน 230,000 บาท ก่อนที่จะไปรับเงินจำนวนดังกล่าวที่ที่ว่าการอำเภอนาแก ก็ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง ปรากฏว่าได้นายไกรสร วงวิวงค์ เป็น ประธาน มีนายประเวศน์ วงษ์ตาโสม เป็นเหรัญ ญิก และกรรมการอีก 4 คน หนึ่งในนั้นก็มีนายทนผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านรวมอยู่ด้วย

หลังจากได้คณะผู้บริหารเงินในโครงการเอสเอ็มแอลเรียบร้อย ก็ได้ประชาคมกันว่าจะนำเงินจำนวนดังกล่าวมาทำประโยชน์อะไร ตนจึงตั้งไว้ 3 โครงการคือ 1.สร้างถนน 2.สร้างศาลา และ 3.ซื้อปุ๋ยเพื่อการเกษตร ปรากฏว่าในที่ประชุมเห็นพ้องว่าให้นำเงินมาซื้อปุ๋ย โดยจ่ายให้คนละ 2,000 บาท คิดดอกเบี้ยร้อยละ 3 บาทต่อปี ครบหนึ่งปีนำเงินต้นและดอกมาคืน ซึ่งมีชาวบ้านขอกู้เงินไปซื้อปุ๋ยประมาณ 70 หลังคาเรือน รวมเป็นเงิน 140,000 บาท ครบรอบปีก็นำมาคืนกันที่ศาลาวัดโพธิ์ชัยศรี มีนายประเวศน์ เหรัญญิก เป็นผู้เก็บเงินทั้งหมด และไม่ได้เปิดบัญชีธนาคารไว้ เพราะเชื่อใจกัน ภายหลังตนครบวาระก็ไม่ทราบว่าเงินจำนวนดังกล่าวมีดอกเบี้ยพอกพูนไปเท่าไหร่

ด้านนายทน บุสดี อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และอดีตกรรมการเงินกองทุนโครงการเอสเอ็มแอลประจำหมู่บ้านปากบัง กล่าวว่า หลังนายไกรสร ประธานกองทุนฯ เสียชีวิต นายประเวศน์ก็ไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดหรืองบดุลบัญชีว่าเงินเหลือจำนวนเท่าไหร่ ระยะ 3 ปีแรกมีการรับ-จ่ายเงินกันที่ศาลาวัด ปีต่อมานายประเวศน์ให้ไปรับและส่งเงินที่บ้าน กระทั่งถึงปี 2559 ชาวบ้านต้องการกู้เงินไปเพื่อการ เกษตร แต่นายประเวศน์บ่ายเบี่ยงที่จะให้กู้ โดยอ้างว่ายังเก็บเงินจากผู้กู้ไม่ได้ เมื่อไล่บี้หนักๆ เข้านายประเวศน์ก็บอกว่ามีเงินอยู่ 100,000 บาท ขอเวลา 1 อาทิตย์จะนำเงินให้ชาวบ้านกู้ยืมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนก่อน ถึงปัจจุบันเป็นเวลา 3 ปี นายประเวศน์ก็ไม่ได้ทำตามที่พูดไว้

นางส่อม วงค์สุขะ อายุ 65 ปี บ้านเลขที่ 91 หมู่ 2 เผยว่า ต้องการกู้เงินกองทุนนำไปซื้อปุ๋ยทางการเกษตร แต่นายประเวศน์ผัดวันประกันพรุ่งเรื่อยมา สุดท้ายก็ต้องไปหากู้เงินจากที่อื่นมา จึงสงสัยว่าเงินโครงการประจำหมู่บ้านล่องหนไปอยู่ไหน เพราะนายประเวศน์ไม่เคยชี้แจงต่อที่ประชุม แม้กระทั่งผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบันทวงถามเงินจากโครงการอื่นๆ ได้ แต่เลือกที่จะเว้นข้ามโครงการดังกล่าว โดยไม่ยอมที่จะพูดถึงแม้แต่ครั้งเดียว จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาตรวจสอบว่าเงินกองทุนโครงการตอนนี้อยู่ไหน มียอดเงินเท่าไหร่

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ขอทราบรายละเอียดจากนายประเวศน์ วงษ์ตาโสม เหรัญญิก ผู้ดูแลเงินกองทุนโครงการประจำหมู่บ้านแบบเบ็ดเสร็จ ก็ไม่ยอมปริปากที่จะเปิดเผยรายละเอียดอะไร โดยอ้างว่าขณะนี้ตนยังไม่พร้อมที่จะให้ข่าวใดๆ และเป็นสิทธิส่วนบุคคลของตนที่จะให้หรือไม่ให้ข่าว.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง