'วันภาษาไทยแห่งชาติ' รำลึกรากเหง้า

ข่าวบันเทิง 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ในวันภาษาไทยแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ 29 ก.ค.ของทุกปี เป็นวันรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงห่วงใยการใช้ภาษาไทยของคนไทย กระทรวงวัฒนธรรมจึงได้กำหนดจัดกิจกรรมวันภาษาไทยแห่งชาติขึ้นในวันที่ 26 ก.ค. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมของชาติด้านภาษาและวรรณกรรม รวมถึงส่งเสริมการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้องให้แก่เยาวชนและประชาชน บรรยายใต้ภาพ นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม อาจารย์บุญเตือน ศรีวรพจน์ ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย โล่รางวัลเพชรในเพลง โล่รางวัลปูชนียบุคคล หนังสือจินดามณี และหนังสือวันภาษาไทย การแสดงในวันภาษาไทยแห่งชาติ

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) กล่าวว่า ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 29 ก.ค.2505 เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงร่วมอภิปรายเรื่องปัญหาการใช้คำไทย ในการประชุมทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยพระองค์ทรงดำเนินการอภิปรายที่แสดงถึงพระปรีชาสามารถและความสนพระราชหฤทัย รวมถึงความห่วงใยในภาษาไทย มีใจความว่า "เราโชคดีที่มีภาษาเป็นของตนเองแต่โบราณกาล จึงสมควรอย่างยิ่งที่ต้องรักษาไว้" ทำให้ต่อมาคณะรัฐมนตรีกำหนดให้วันที่ 29 ก.ค.ของทุกปีเป็น "วันภาษาไทยแห่งชาติ" ทั้งนี้ วธ.จึงได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ จัดกิจกรรมวันภาษาไทยขึ้นเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงห่วงใยการใช้ภาษาไทยของคนไทย และเพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพด้านภาษาและวรรณกรรมที่ทรงเป็นนักปราชญ์และนักภาษาไทย

"ภาษาไทย ถือเป็นภาษาที่แสดงถึงแหล่งกำเนิดทางอารยธรรมของคนไทยมาตั้งแต่ยุคสมัยของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เป็นภาษาที่มีความซับซ้อนทางด้านสระ วรรณยุกต์ แต่มีความสวยงาม ที่ควรจะอนุรักษ์และใช้ให้ถูกต้อง โดยเฉพาะการใช้เพื่อการสื่อสาร ถึงแม้ว่าในปัจจุบันคนรุ่นใหม่จะมีการใช้ภาษาที่ผสมผสานและเปลี่ยนไปบ้าง แต่ก็เป็นปกติของทุกยุคสมัยที่มักจะมีการบัญญัติศัพท์ เกิดเป็นวลี สำนวนใหม่ๆ แต่ที่สำคัญเราต้องไม่ลืมรากเหง้าทางด้านภาษา จึงเป็นที่มาของการจัดกิจกรรมวันภาษาไทยต่อเนื่องทุกปี" นายอิทธิพลกล่าว
          กิจกรรมวันภาษาไทยแห่งชาติที่จะจัดขึ้นในวันที่ 26 ก.ค.นี้ วธ. โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) และกรมศิลปากร (ศก.) ได้คัดเลือกบุคคลและองค์กรผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น เพื่อรับเข็ม พร้อม โล่เชิดชูเกียรติหลากหลายท่าน ซึ่งได้แก่ ปูชนีย บุคคลด้านภาษาไทย นายบุญเตือน ศรีวรพจน์      และเลือกผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น 17 รางวัล ผู้ใช้ภาษาไทยถิ่นดีเด่นอีก 12 รางวัล รวมถึงผู้มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทย ทั้งประเภทบุคคลและประเภทองค์กร และรางวัลสำหรับเยาวชนผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่นที่มีความสามารถด้านการพูด การอ่าน การเขียนอีก 10 รางวัลด้วย นอกจากนี้ยังจะมีการมอบรางวัลการประกวดเพลง เพชรในเพลง ให้กับผู้ที่ใช้ภาษาไทยดีเด่นในการประพันธ์และขับร้องเพลง โดยมีรางวัลเชิดชูเกียรติเพชรในเพลง ได้แก่ น.ส.ธนพร แวกประยูร (ปาน ธนพร), รางวัลเชิดชูเกียรตินักร้องเพลงอมตะ ได้แก่ เรือเอกหญิงสมศรี ม่วงศรเขียว, รางวัลเชิดชูเกียรติรายการโทรทัศน์ส่งเสริมภาษาและศิลปวัฒนธรรมไทย ได้แก่ รายการคุณพระช่วย, รางวัลเชิดชูเกียรติวงดนตรีสร้างสรรค์ภาษาไทยในเพลง ได้แก่ วงดิอิมพอสซิเบิ้ล รวมถึงรางวัลประพันธ์เพลงดีเด่นด้านภาษาไทย รางวัลชนะเลิศผู้ประพันธ์คำร้องเพลงไทยสากล, รางวัลชนะเลิศผู้ประพันธ์คำร้องเพลงไทยลูกทุ่ง, รางวัลชนะเลิศผู้ประพันธ์คำร้องเพลงเพื่อชีวิต และยังมีรางวัลการขับร้องเพลงดีเด่นด้านภาษาไทยอีกมาก

ด้านนายบุญเตือน ศรีวรพจน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอักษรศาสตร์ (ภาษาและวรรณกรรม) กรมศิลปากร ผู้ได้รางวัลปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย กล่าวถึงการใช้ภาษาไทยในปัจจุบันว่า ภาษาเป็นสิ่งที่มนุษยชาติสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อการสื่อสาร เมื่อกาลเวลาเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน ภาษาก็ต้องเปลี่ยนตาม เพราะฉะนั้นการใช้ภาษาทุกวันนี้ไม่เหมือนเดิม ตนคิดว่าภาษาที่เปลี่ยนไปคือความเจริญงอกงามของภาษา ถ้าหากมนุษยชาติยังสามารถที่จะสื่อสารได้เข้าใจและรู้เรื่อง นั่นคือสัมฤทธิผลของภาษา แม้แต่ภาษาในศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงกับภาษาที่เราใช้อยู่ทุกวันยังไม่เหมือนกัน หากภาษาตายตัวเกินไปก็ไม่เกิดการนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ภาษาที่อยู่ได้ในปัจจุบันเพราะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปตามสังคม ก็เหมือนกับเมื่อสองร้อยปีก่อนที่เราไม่มีศัพท์คำว่าโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ใช้ แต่ถึงวันนี้มันมีคำนี้ขึ้นมาเราก็จำเป็นต้องใช้

"ในขณะเดียวกันที่เด็กเขาพูดด้วยภาษาแปลก เช่น 'งุงิ ชิมิ' เราไม่รู้เรื่องกับเขา แต่ถ้าเขาสื่อสารกันได้ก็โอเค เพราะมันเป็นภาษาที่เขาใช้ในกลุ่ม หรือกับบุคคล แต่ถ้าหากจะสื่อสารในรูปของภาษาราชการเขาต้องใช้ภาษาอีกแบบตามกาลเทศะ จริงๆ พวกคำสแลงต่างๆ มันมีร้อยปีแล้ว มันจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงบ้างไม่อย่างนั้นจะเสียศูนย์ในที่สุด อีกอย่างคือ เราต้องมีการรู้ภาษาอื่นๆ ด้วยเพื่อการติดต่อสื่อสาร อาจทำให้มีการผสมผสานภาษามากขึ้น ผมมองว่ามันทำให้การสื่อสารของภาษาเปิดออกไปได้กว้าง จะบอกว่าไม่ถูกต้องก็คงไม่ใช่ มันอยู่ที่ว่าทำอย่างไรเราจึงจะสื่อสารกันได้เข้าใจและตรงตามที่ต้องการมากกว่า" นายบุญเตือนกล่าว

นอกจากนี้ ภายในงานยังจะมีการจัดนิทรรศการปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น ผู้ใช้ภาษาไทยถิ่นดีเด่น ผู้มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทยและเยาวชนผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่นที่มีความสามารถด้านการอ่าน การเขียน การพูด และนิทรรศการรางวัลเพชรในเพลง พร้อมกันนี้กรมศิลปากรจัดพิมพ์หนังสือหายาก คือ หนังสือจินดามณี ฉบับหมอบรัดเล และหนังสือวันภาษาไทยแห่งชาติ ซึ่งได้รวมพิมพ์เรื่องโบราณศึกษา ของพระยาปริยัติธรรมธาดา (แพ ตาละลักษณ์) ไว้ เพื่อแจกเป็นที่ระลึกให้แก่ผู้ร่วมงานด้วย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมกล่าวอีกว่า ปีนี้เป็นปีที่ 3 ที่ วธ.ได้ประสานขอความร่วมมือไปยังสถานทูตประจำประเทศไทย โดยเชิญชวนเอกอัครราชทูตและผู้แทนสถานทูตแต่ละประเทศถ่ายทำวีดิทัศน์รณรงค์การใช้ภาษาไทย ซึ่งขณะนี้มีสถานทูตหลายประเทศส่งวีดิทัศน์ร่วมกิจกรรม เช่น อเมริกา อังกฤษ อิสราเอล และซูดาน เพื่อเผยแพร่และส่งเสริมการใช้ภาษาไทยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่สำคัญคือ เสริมสร้างความสัมพันธ์ เกียรติภูมิและภาพลักษณ์ที่ดี เพื่อนำความเป็นไทยสู่สากล และจะมอบเกียรติบัตรให้แก่สถานทูตที่ร่วมกิจกรรมด้วย.

" .....ถึงแม้ว่าในปัจจุบันคนรุ่นใหม่จะมีการใช้ภาษา ที่ผสมผสาน และเปลี่ยนไปบ้าง แต่ก็เป็นปกติของทุกยุคสมัยที่มักจะมีการบัญญัติศัพท์ เกิดเป็นวลี สำนวนใหม่ๆ แต่ที่สำคัญเราต้องไม่ลืมรากเหง้าทางด้านภาษา จึงเป็นที่มาของการจัดกิจกรรมวัน "มีความซับซ้อนทางด้านสระ วรรณยุกต์ แต่มีความภาษาไทยต่อเนื่องทุกปีคนรุ่นใหม่จะมีการใช้ภาษาที่ผสมผสานและเปลี่ยน"


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ