สมคิดจัดแพ็กเกจปลุกจีดีพี

ข่าวเศรษฐกิจ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

เข็นใช้ส.ค.-ก.ย.นี้/คลังโชว์เก็บรายได้ทะลุเป้า ไทยโพสต์ * "สมคิด" นำทัพจัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะ สั้น-ปานกลาง เล็งเข็นใช้ปลายเดือน ส.ค.-ก.ย.นี้ ส่งแบงก์รัฐออกโรง เน้นช่วยเหลือประชาชน "คลัง" โชว์ผลงานจัดเก็บรายได้รัฐบาลช่วง 9 เดือนปีงบประมาณ 2562 อยู่ที่ 1.93 ล้านล้านบาท รายงานข่าวจากกระทรวง การคลัง ระบุว่า ในวันที่ 1 ส.ค. นี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รอง นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมา กระทรวงการคลัง เพื่อร่วมให้ นโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และการจัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระยะสั้น และระยะ ปานกลางของกระทรวงการคลัง ที่จะมีการออกมาใช้ในปลายเดือน ส.ค.และเดือน ก.ย.นี้ โดยมาตรการที่ออกมาจะเน้นให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน เช่น กลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้มีรายได้น้อย รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยที่ค้าขายไม่ค่อยดี บรรยายใต้ภาพ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์

นอกจากนี้ ในวันที่ 1 ส.ค. นี้ นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง จะมีการเรียกประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการคลัง เพื่อมอบนโยบาย และ แบ่งงานการดูแลหน่วยงานต่างๆ กับ รมช.การคลัง และการพิจารณาถึงการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งนายอุตตม ได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐ กิจการคลัง (สศค.) ไปเร่งศึกษาออกมาอย่างเร่งด่วน

สำหรับแนวทางการออก มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นจะออกมาใช้เดือน ส.ค.นี้ โดยใช้งบกลางปี 2562 ซึ่งเน้นดูแลเศรษฐกิจฐานราก การลดความเหลื่อมล้ำทั้งระบบ โดยเฉพาะการเร่งแก้ปัญหาปากท้องของชาวบ้าน และการใช้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคาร สงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารเพื่อ การเกษตรและสหกรณ์การ เกษตร (ธ.ก.ส.) ช่วยจัดสินเชื่อ เอื้ออำนวยแหล่งเงินทุนให้เข้า ถึงประชาชนผู้มีรายได้น้อย และ ผู้ประกอบรายย่อยที่ประสบปัญหาการหารายได้

ขณะที่มาตรการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้กระทรวงการคลังเดินหน้าต่อเช่นกัน พร้อมกับพิจารณาเพิ่มสวัสดิ การต่างๆ ให้ในอนาคต นอกจากนี้จะมีการปรับปรุงการจัดสรรเบี้ยยังชีพสำหรับผู้สูงอายุ เบี้ยความพิการ รวมถึงขยายครอบคลุมไปยังกลุ่มมารดาตั้งครรภ์ และเด็กแรกเกิด เด็กเรียนดีแต่มีปัญหาด้านรายได้ในครอบครัว นอกจากนี้จะมีหารือถึงการปรับปรุงการจัดงบประมาณปี 2563 ให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล

ส่วนแผนดูแลเศรษฐกิจในระยะยาว ในส่วนนโยบายกระทรวงการคลัง จะเน้นการดูแลวินัยการเงินการคลังอย่าง เคร่งครัด พร้อมกับมีการทบทวน โครงสร้างภาษีใหม่ทั้งระบบ

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบ ประมาณ 2562 (ต.ค.2561-มิ.ย.2562) รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิจำนวน 1.93 ล้านล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 1.02 แสนล้านบาท หรือ 5.6% และสูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 6.19 หมื่นล้านบาท หรือ 3.3%

โดยเป็นผลจากการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากร ที่สูงกว่าประมาณการ 5.51 หมื่นล้านบาท หรือ 3.9% การจัดเก็บรายได้ของหน่วยงานอื่นๆ สูงกว่าประมาณการ 3.65 หมื่นล้านบาท หรือ 32.5% การนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจ ที่สูงกว่าประมาณการ 1.54 หมื่นล้านบาท หรือ 11.5% และการจัดเก็บรายได้ของกรมศุลกากรที่สูงกว่าประมาณการ 6.73 พันล้านบาท หรือ 9%.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ