คอลัมน์ซุบซิบการบ้านนินทาการเมือง

ข่าวทั่วไป 4 สิงหาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

เป็นธรรมเนียมของผู้ที่มาดำรงตำแหน่ง รมว.กลาโหม ที่เมื่อเข้ามาทำงานวันแรกต้องไปสักการะศาลหลักเมืองและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ก็เช่นกันใช้ช่วงเช้าวันอังคารก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้ามาที่กระทรวงกลาโหมก่อน เมื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสร็จเรียบร้อยก็ประชุมร่วมกับหัวหน้าหน่วยขึ้นตรง ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ให้นโยบายในการทำงานตามสมควร แล้วลงมาให้สัมภาษณ์ยืนยันเดินหน้าปฏิรูปกองทัพ จัดโผโยกย้ายโดยให้ตั้งแต่ระดับแม่ทัพภาครับผิดชอบดูแลขึ้นมา ก่อนที่ตนเองจะดูความเหมาะสมในขั้นตอนสุดท้าย พร้อมระบุดูความจำเป็นในการจัดหาเรือดำน้ำลำที่ 2-3 ตามที่กองทัพเรือเสนอมา

จากนั้นมาเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรก โดยมี "โฆษกประจำสำนักนายกฯ" มาแถลงรายละเอียดผลการประชุมครั้งแรก ฟังเสียงสะท้อนจากผู้สื่อข่าวที่ทำงานคร่ำหวอดมาหลายโฆษกฯ บอกว่าในครั้งแรกถือว่า "ผ่าน" ในงานจับประเด็นและเรียบเรียงเนื้อหา แต่รายละเอียดในการชี้แจงเรื่องอื่นๆ อาจต้องรอเวลาให้ตกผลึกอีกซักพัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงรัฐบาลผสมที่มีวาระเรื่องราวมากมาย การทำงานกับทีมโฆษกฯ ของพรรคร่วมที่กำลังจะทยอยส่งเข้ามาก็เป็นสิ่งที่สำคัญด้วย

เรียกว่า "เซอร์ไพรส์" เล็กๆ สำหรับการลงนามมอบหมายงานให้รองนายกฯ ไล่ตั้งแต่ "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร ที่กำกับดูแล 4 กระทรวง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงแรงงาน รวมทั้งกำกับดูแลสำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ, สขช., สมช., ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน)

ส่วนนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กำกับดูแล 5 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงการคลัง, กระทรวงการต่างประเทศ, กระทรวงการอุดมศึกษาฯ, กระทรวงพลังงาน และกระทรวงอุตสาหกรรม รวมทั้งดูแลสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.), สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ), อสมท, สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.), สำนักงานบริหารและพัฒนาความรู้ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน), สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน), สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) และกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ โดยจะเห็นว่า "กระทรวงพลังงาน" จากเดิมที่มีข่าวว่า "ลุงป้อม" จะกุมบังเหียนนั้น กลับถูกจัดเข้าหมวดหมู่ให้ "เฮียกวง" ดร.สมคิดไปดูแล

แกนนำจากทั้ง 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน อาทิ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.), นายภูมิธรรม เวชยชัย นายชูศักดิ์ ศิรินิล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค พท., นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.), นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ (พช.), นายสุภดิช อากาศฤกษ์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ (ศม.), พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ (ปช.), นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย, นายวัชรา ณ วังขนาย เลขาธิการพรรคเสรีรวมไทย (สร.) เดินหน้ารณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยจะเดินสายจัดเวทีทั่วประเทศ โดยนายปิยบุตรเชื่อว่า แม้รัฐธรรมนูญปี 60 ถูกออกแบบมาให้แก้ไขยากมากหรืออาจจะแก้ไม่ได้เลย ส.ว.ทั้ง 250 คนนั้นมาจากการเลือกของหัวหน้า คสช. การจะแก้รัฐธรรมนูญต้องอาศัยเสียง 1 ใน 3 หรือประมาณ 84 คน แต่หากเราไปย้อนดูการเกิดขึ้นของรัฐธรรมนูญปี 40 แล้ว ก็ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดขึ้นมาได้ แต่สุดท้ายก็ผ่านเพราะกระแสกดดัน และกระแสการเรียกร้องจากพี่น้องประชาชน...


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ