คอลัมน์ครัวไทยโพสต์: อาหารไทยอร่อย ที่ ผัดไทยแม่ทองใบ สยามสแควร์

ข่าวบันเทิง 9 สิงหาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ชื่อร้าน ผัดไทยแม่ทองใบ

เจ้าของ คุณพงศ์พันธุ์-เกศริน(หมอก) แพทย์พงศ์

สถานที่ สยามแควร์ ร้านอยู่ที่สยามสแควร์ ซอย 9 เปิดบริการตั้งแต่ เวลา 11.00-20.00 น. โทรศัพท์ 06-5537-7789

ได้ทราบข่าวจากคุณนุชจรินทร์ เฉลิมบุญ ที่ดูแลในด้านประชาสัมพันธ์ของสำนักงานทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยว่ามีร้านอาหารเปิดใหม่ที่ย่านสยามสแควร์ ชื่อร้าน ผัดไทยแม่ทองใบ อาหารรสชาติอร่อยมากเหลือเกิน ก็อดไม่ได้ที่จะต้องแวะไปลองชิมให้รู้แจ้งเห็นจริง ผลก็คืออร่อยสมดังคำร่ำลือครับ

ที่แปลกใจมากก็เพราะเจ้าของร้านนี้ไม่ใช่คนอื่นคนไกลก็คือคุณพงศ์พันธุ์ และคุณเกศริน แพทย์พงศ์ เจ้าของร้านเวียดนามปทุมธานีที่โด่งดังเป็นร้านเชิดหน้าชูตาของจังหวัดปทุมธานี และที่ร้านยังเคยเป็นที่ประทับเสวยพระกระยาหาร ปัจจุบันทางร้านก็ยังถวายการรับใช้ในเรื่องอาหารอยู่เสมอๆ ซึ่งร้านนี้ผมเคยเขียนแนะนำให้นักชิมได้ทราบความอร่อยมาแล้ว

สอบถามคุณพงศ์พันธุ์ว่าทำไมจึงกล้าหาญชาญชัยมาเปิดร้านในสยามสแควร์ท่ามกลางคู่แข่งมากมาย ทั้งๆ ที่ร้านเวียดนามปทุมธานีลูกค้าก็แน่นขนัดอยู่แล้ว ก็ได้รับคำตอบว่าอยากจะนำฝีไม้ลายมือทางด้านอาหารที่ตัวเองได้คลุกคลีฝึกปรือจากคุณแม่คือ

คุณทองใบ แพทย์พงศ์ ที่เมื่อปี พ.ศ.2502 เคยเปิดร้านขายข้าวแกงและอาหารตามสั่งชื่อทองใบโภชนาอยู่ที่ท่ารถเมล์ขาวนายเลิศที่อำเภอสามโคก ปทุมธานี เมนูขายดีมาก ก็เช่น ข้าวไข่ฟู ผัดไทย ข้าวผัด ผัดซีอิ๊ว ต้มยำกุ้งแม่น้ำ ฯลฯ ถึงขนาดที่ว่าช่วงเที่ยงคุณพ่อเสน่ห์ ซึ่งขณะนั้นรับราชการแผนกศึกษา ต้องเปลี่ยนชุดข้าราชการลงมือเป็นผู้ช่วยคุณแม่ทองใบเชียว เพราะอาหารรสชาติอร่อย มีลูกค้ามาอุดหนุนกันมาก

เพื่อให้ชาวไทยและชาวต่างชาติได้รู้จักรสชาติของอาหารไทยแท้ๆ โดยเฉพาะผัดไทย คุณพงศ์พันธุ์จึงเปิดร้านขึ้นที่สยามสแควร์โดยใช้ชื่อว่าผัดไทยแม่ทองใบ และยังนำป้ายชื่อร้านดั้งเดิมคือ ทองใบโภชนา มาไว้ที่ร้านเพื่อเป็นสิริมงคลอีกด้วยและเพื่อเตรียมกิจการร้านอาหารแห่งนี้ไว้เพื่อลูกสาวคนเดียวที่ไปศึกษาต่อทางด้านการโรงแรมที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่เมื่อเรียนจบกลับมาจะได้บริหารพัฒนาร้านอาหารให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป

เมนูอาหารที่นี่มีไม่มากนัก ส่วนมากจะเป็นอาหารจานเดียว แต่ก็อร่อยไปเสียทุกอย่าง เมื่อนั่งรอจนได้ที่นั่งแล้ว ขอแนะนำให้สั่งเครื่องดื่มที่มีให้เลือกทั้ง น้ำเปล่า น้ำลำไย น้ำรากบัว น้ำแข็งลูกตาลลอยแก้ว มาชิมให้ชื่นอกชื่นใจก่อนเป็นอันดับแรก

ส่วนอาหารเริ่มจาก ฮ่อยจ๊อปู (ลูกละ 80 บาท) เมื่อพนักงานยกฮ่อยจ๊อปูใส่จานสังกะสีเคลือบแบบโบราณยกออกมาเสิร์ฟแล้ว เอาช้อนส้อมบิลงไปจะได้ยินเสียงกร๊อบด้วยความกรอบอย่างชัดเจน แต่ที่ต้องตกตะลึงคือ จะมีเนื้อปูก้อนใหญ่ๆ ขอย้ำนะครับ เนื้อปูก้อนทะลักออกมาต่อหน้าต่อตา ทีนี้แหละครับใครจะอดใจไหว เนื้อปูขาวๆ ก้อนใหญ่ๆ อย่างนี้ รีบตักเข้าปากจะได้กลิ่นหอมของเครื่องปรุง ส่วนรสชาติของเนื้อปูก้อนขนาดจัมโบ้นั้นคงจะไม่ต้องบรรยายถึงเต็มปากเต็มคำจริงๆ จะจิ้มน้ำจิ้มสูตรพิเศษของทางร้านหรือไม่จิ้มก็ได้ ก็จะได้รสชาติความอร่อยที่หาไม่ได้ง่ายๆ นัก

จานต่อมาต้องสั่ง ข้าวหน้าหมูต้มเค็ม (120 บาท) เป็นเมนูโบราณที่นักชิมรุ่นใหม่ๆ จะไม่ค่อยรู้จัก คิดว่าเป็นพะโล้ที่ต้มตี 4 ขาย 6 โมงเช้า ที่เคยคุ้นลิ้น แต่เมนูนี้ต้องเริ่มตั้งแต่นำหมูสามชั้นไปผัดกับสามเกลอและน้ำตาลทรายแดงจนเกือบไหม้ งานนี้ต้องใช้ฝีมือมากแล้วนำไปต้มเค็มกับไข่เป็ดที่ต้องเลือกใช้ไข่เก่าเมื่อ 2-3 วันที่แล้ว ต้มเคี่ยวทั้งไข่ทั้งหมู 3 ช.ม. แล้วอุ่นอีก 3 ครั้ง จึงจะได้รสชาติอร่อยไม่หวานเหมือนพะโล้ เคยมีลูกค้าที่ไม่ทราบติว่าเอาของเก่ามาให้กิน ก็ต้องอธิบายให้ทราบ เมื่อได้ชิมแล้วถึงกับชมไม่หยุดปาก

มาร้านชื่อผัดไทยแล้วไม่สั่งผัดไทยก็จะผิดไป มีให้เลือกทั้งผัดไทยกุ้งทะเล (280 บาท) ผัดไทยหมูกรอบ (150 บาท) ซึ่งผัดไทยที่นี่จะไม่เหมือนที่อื่นๆ เพราะต้องลวกเส้นให้กึ่งดิบกึ่งสุกก่อนแล้วนำมาหมักกับน้ำซอสผัดไทยนาน 1 ช.ม.แล้วจึงนำไปผัดจะได้รสชาติที่แปลก ส่วนกุ้งที่ใส่ก็เป็นกุ้งแชบ๊วยไซส์ใหญ่ขนาด 20 ตัว ต่อกิโล ใส่มาในถาดมีเครื่องเคียงครบ รวมทั้งมะม่วงเปรี้ยวซอย เมื่อคลุกรวมกันแล้วตักใส่ปากก็จะได้รสชาติแบบโบราณแท้ๆ ที่ไม่เหมือนใคร ถ้าไปกินหลายคน แย่งกันคนละหนุบละหนับ แป๊บเดียวก็เกลี้ยงถาดครับ

ยังมีอาหารอร่อยๆ ที่จะต้องแวะเวียนไปชิมอีกหลายๆ ครั้ง เช่น ข้าวไข่ข้นปู (280 บาท) คล้ายๆ กับไข่คน (OMELETTE) แต่อร่อยกว่ามากเพราะมีเนื้อปูก้อน ข้าวปูก้อนพริกสด (280 บาท) ที่ใช้เนื้อปูก้อนผัดพริกราดข้าวสวยร้อนๆ หรือสุกี้แห้งหมูกรอบ (150 บาท) ฯลฯ

แต่ต้องอย่าลืมเก็บท้องไว้สักนิด ของหวาน โดยเฉพาะ ข้าวเหนียวมะม่วง Size S ราคา 79 บาท Size L ราคา 100 บาท ข้าวเหนียวนุ่ม หอมหวานมันอร่อย มะม่วงก็หวานชื่นใจมากครับ

ราคาอาหารดูแล้วอาจจะแพงแต่ถ้าเทียบกับวัตถุดิบ ปริมาณ คุณภาพ รสชาติแล้ว ถือว่าไม่แพงเลยครับ สังเกตุดูจะมีลูกค้ามานั่งเข้าคิวรอโต๊ะจนยาวเหยียด เพราะคนที่เคยมาชิมแล้วบอกต่อๆ กันไป ทั้งๆ ที่เพิ่งเปิดร้านได้เดือนเศษๆ เท่านั้น วันแม่แห่งชาติปีนี้ พาคุณแม่ไปรำลึกถึงอาหารไทยโบราณแท้ๆ ที่อร่อยหากินยากร้านผัดไทยแม่ทองใบ ก็จะทำให้คุณแม่มีความสุขมากครับ


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ