คอลัมน์: '8 แม่สู้ชีวิต'

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 10 สิงหาคม 2562 00:00:58 น.

มหาวิทยาลัยมหิดล จัดประกวดกิจกรรมวันแม่ทุกปี ในปีนี้ได้ประกาศผลประเภทรางวัล "แม่สู้ชีวิต" ซึ่งเป็นรางวัลที่จัดขึ้นเพื่อตอบแทนพระคุณของแม่ที่ได้อุทิศชีวิตต่อสู้เพื่อลูก ลูกของแม่สู้ชีวิตไม่จำเป็นต้องประสบความสำเร็จในชีวิตด้วยการมีตำแหน่งหน้าที่การงานหรือมีการศึกษาสูง ลูกอาจเป็นเด็กพิการ แต่แสดงให้เห็นว่า ด้วยความรัก ด้วยจิตใจ และสองมือของแม่ได้โอบอุ้มให้ลูกสู้ชีวิตอยู่ได้

รางวัลมี 2 ประเภท คือ แม่สู้ชีวิต ประเภทแม่ของลูกพิการ และแม่สู้ชีวิต ประเภทแม่ของลูกปกติ ในปีนี้มีผู้เสนอชื่อจำนวน 38 รายจากทั่วประเทศ มีผู้ได้รับคัดเลือกให้เข้ารับรางวัลจำนวน 8 ราย ดังนี้

แม่สู้ชีวิตประเภทลูกปกติ
ภาคกลาง: แม่อรุณศรี ถาวร อายุ 45 ปี จังหวัดเชียงใหม่

หลังจากแม่แยกทางกับสามี แม่ต้องแบกรับภาระหนี้สินต่างๆ ที่สามีได้ก่อทิ้งไว้ แม่เองก็ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ต้องฉีดยาเป็นประจำ ภาระต่างๆ ภายในบ้านจึงตกอยู่กับแม่เพียงคนเดียว ลำพังรายได้จากการทำนา ทำไร่ข้าวโพด ก็ไม่เพียงพอ ขยัน ประหยัดอย่างไรก็ต้องกู้หนี้ยืมสิน โดยเฉพาะช่วงที่คุณยายป่วยต้องฟอกไต แม่ทั้งเหนื่อยและเครียด แอบนอนร้องไห้ทุกคืน แต่ต้องเข้มแข็งเพื่อลบล้างคำดูถูกของคนรอบข้าง แม่ไม่ท้อ เพราะมีลูกเป็นกำลังใจ แม่สอนลูกให้เป็นคนดี ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร แม่อรุณศรีได้เข้ามาเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ช่วยให้ความรู้แนะนำด้านสุขภาพอนามัยให้แก่ชุมชน

ปัจจุบันลูกทั้ง 2 คนเรียนจบดั่งที่แม่ตั้งใจ โดยลูกชายคนโตสอบเข้ารับราชการเป็นตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งเป็นอาชีพที่ลูกรัก แม้รายได้จะไม่มากนักแต่มีสวัสดิการมาช่วยเหลือค่าใช้จ่าย ค่ารักษาพยาบาลของแม่ได้ ส่วนลูกสาวกำลังรอการสอบบรรจุเป็นครู

ภาคอีสาน: แม่สำลี สารนอก อายุ 81 ปี จังหวัดนครราชสีมา

แม่เป็นทั้งพ่อและแม่ของลูกทั้ง 8 คน เนื่องจากสามีเสียชีวิตไปตั้งแต่ลูกๆ ยังเล็ก แม่ต้องทำนา เลี้ยงควายและปลูกผักขาย เมื่อลูกเริ่มโตพอช่วยทำงานได้ก็ต้องหยุดเรียนมาช่วยแม่ทำงาน เพื่อจะได้ส่งน้องๆ อีก 5 คนได้เรียนหนังสือต่อ เมื่อลูกๆ เข้าเรียนมหาวิทยาลัยค่าใช้จ่ายเริ่มสูงขึ้น แม่ยิ่งต้องโหมงานหนักขึ้น อดทนทำมาหากินเพื่ออนาคตที่ดีของลูก แม่สอนลูกเสมอว่าบ้านเราจน ต้องช่วยกันทำงาน ต้องอดทน ขยันตั้งใจเรียน ทุกวันนี้ลูกของแม่มีหน้าที่การงานที่ดี ตั้งใจทำงาน ทำให้แม่ภูมิใจ

ภาคกลาง: แม่ติ๊ด อัตโสภณ อายุ 99 ปี จังหวัดราชบุรี

แม่เป็นคนดำเนินสะดวก มีลูก 9 คน ชีวิตของแม่ลำบาก เมื่อยังเป็นเด็กอาศัยอยู่กับคุณยายตาบอด ต้องรับจ้างทำงานในสวน จึงไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือเหมือนกับเด็กคนอื่น แม่ติ๊ดได้ใช้ชีวิตคู่กับคุณพ่อพิชัย ก่อร่างสร้างตัวจากการขายน้ำตาลมะพร้าวที่บรรจุใส่ปี๊บ แม่พายเรือไปส่งของตามตลาดนัด ยกปี๊บซึ่งหนักมาก วันละ 20-30 ปี๊บ ขากลับก็ซื้อไข่เป็ดไล่ทุ่งกลับมาขายที่บ้าน และหารายได้เสริมจากการทำขนมขายตามเทศกาลต่างๆ แม่ขยัน อดทน สู้อย่างนี้ ก็เพราะแม่อยากให้ลูกได้เรียนหนังสือสูงๆ จะได้ไม่ต้องมาเหนื่อยเหมือนแม่ ครั้นเมื่อเศรษฐกิจการค้าไม่ราบรื่น รายได้ไม่พอรายจ่าย แม่ติ๊ดจำใจตัดสร้อยทองที่สะสมไว้แบ่งขายทีละข้อจนหมด เมื่อไม่พอก็ต้องกู้เงินจากนายทุน ช่วงนี้เป็นช่วงที่ลำบากของทุกคน  ดอกเบี้ย ก็ทบต้นทบดอก เจ้าหนี้ก็ทวงเช้าทวงเย็น สุดท้ายแม่ตัดสินใจขายบ้านริมคลองอันเป็นที่รักมาใช้หนี้ เหลือบางส่วนมาซื้อบ้านหลังเล็กๆ เหลือเงินเล็กน้อยพอประคับประคองชีวิตครอบครัวในยามนั้น คอยวันเวลาให้ลูกๆ เรียนจบ ลูกคนโตมีงานทำก็ส่งเสียน้องๆ คนรองๆ มาตามลำดับ จนเรียนจบทำงานได้ดีกันทุกคน สมกับที่แม่รอคอย

ปัจจุบัน แม่ติ๊ดมีชีวิตที่สุขสบายอยู่พร้อมหน้าลูกๆ หลานๆ สิ่งหนึ่งที่ลูกๆ ได้พร้อมใจกันทำคือการซื้อบ้านหลังเก่าริมคลองที่แม่ขายไปให้กลับมาเป็นของขวัญแก่แม่ติ๊ด ให้แม่ได้มีความสุข ได้รำลึกถึงอดีตในช่วงชีวิตที่แม่เคยต่อสู้ชีวิตเพื่อลูกๆ มาได้อย่างภาคภูมิใจ

ภาคใต้: แม่ย่อง บัญชาพัฒนศักดา อายุ 77 ปี จังหวัดพัทลุง

แม่ต้องฝ่าฟันต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ เพื่อให้ครอบครัวมีเงินไว้ซื้ออาหารและเป็นค่าเล่าเรียนของลูกทั้ง 6 คน แม่ทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำมาตลอด ตื่นแต่เช้ามาโกยทรายที่อยู่ในลำคลองหลังบ้านเอามาขาย สามีเป็นช่างก่อสร้างก็ทำแบบไว้ให้แม่ได้นำทรายมาผสมปูน หล่อเป็นท่อซีเมนต์ขาย ที่ดินทำกินก็ไม่มี ต้องเช่าทำนา ปลูกผัก ทำปุ๋ยอินทรีย์ไว้ใช้เอง อาหารการกินก็หาจากในลำคลองหลังบ้าน ลูกทุกคนรู้ซึ้งและซึมซับว่าครอบครัวของเราลำบากเพียงใด อาชีพอีกอย่างที่แม่ทำคือ รับจ้างตัดเย็บเสื้อผ้า แม่เย็บผ้าทั้งวันทั้งคืน ลูกๆ ไม่รู้ว่าแม่หลับตอนไหน เพราะจะได้ยินเสียงจักรเย็บผ้าทั้งคืน ตอนนั้นเพราะลูกเยอะต้องรีบหาเงินไว้ให้ลูกได้เรียนสูงๆ และชีวิตของแม่ต้องทำงานหนักมากขึ้นอีก เมื่อสามีป่วยแม่จำเป็นต้องกู้เงินมาเป็นค่ารักษาพยาบาลและส่งลูกเรียน เมื่อลูกคนโต 2 คนเรียนจบก็ช่วยกันดูแลน้องๆ ให้ได้เรียนต่อ และนี่คือความสำเร็จของแม่คนนี้ที่ไม่มีทรัพย์สินต้นทุนใดๆ ให้ นอกจากส่งทุกคนให้ได้มีการศึกษา เป็นคนดีของสังคม

ประเภทแม่ของลูกพิการ
ภาคเหนือ: แม่สุพิณทอง ไชยวงค์ อายุ 59 ปี จังหวัดเชียงใหม่

แม่ที่ทุ่มเทและทำทุกอย่างเพื่อประคับประคองให้ลูกน้อยมีชีวิตและมีพัฒนาการทางร่างกายที่ดีขึ้น ความพิการของลูกคนนี้เกิดจากภาวะแท้งคุกคามตั้งแต่อยู่ในครรภ์ แม่ทราบดีตลอด และไม่เคยเสียใจ แต่กลับยอมรับให้เกิดมาเป็นลูกของแม่ แม้จะมีปัญหาบ้างจนบางครั้งก็ท้อ และเครียด โดยเฉพาะต้องดูแลลูกเพียงลำพังหลังแยกทางกับสามี กำลังใจสำคัญที่ช่วยให้แม่มีพลังต่อสู้กับปัญหาทั้งปวงก็คือ ลูกสาวคนเล็กของแม่ที่คอยช่วยเหลือดูแล รักพี่สาวโดยไม่รังเกียจ อีกทั้งยังได้รับความช่วยเหลือจากญาติพี่น้องและคนรอบข้างเป็นอย่างดี ทุกวันนี้แม่ต้องลาออกจากงานประจำทางด้านอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้ดี เพื่อที่จะมีเวลาดูแลลูกสาวได้ตลอดเวลา และหารายได้จากการทำขนม อาหารว่าง ขายส่งตามสถานที่ราชการ และขายเสื้อผ้ามือสอง แม่ขอสัญญาว่าจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวของเราฝ่าวิกฤติต่างๆ ไปให้ได้

ภาคเหนือ: แม่คำ พยัคฆา อายุ 59 ปี จังหวัดลำปาง

แม่และสามีมีอาชีพเป็นกรรมกรก่อสร้าง ทำงานหนัก พอคลอดลูกคนเล็กออกมาพบว่าลูกมีพัฒนาการช้า ไม่สมกับวัย แม่พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ลูกตอบสนองจนลูกสามารถคลาน และเดินได้ด้วยไม้ค้ำยันเมื่ออายุ 7 ปี แต่ก็ยังไม่ปกติ ยังสื่อสารพูดคุยกับใครไม่ได้ ด้วยอาชีพของแม่เป็นคนงานก่อสร้าง ต้องย้ายถิ่นฐานไปหลายจังหวัด จึงต้องฝากให้ญาติผู้ใหญ่ดูแล ทั้งที่ใจของแม่เองก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ต่อมาสามี ยาย และย่ามาป่วยเสียชีวิต ทำให้ชีวิตแม่ช่วงนั้นลำบากมาก เมื่อลูกสาวคนโตเรียนจบปริญญาตรีมีงานทำ ได้ช่วยเหลือแบ่งเบาภาระแม่ไปได้มาก ทุกวันนี้แม่ได้กลับมาดูแลลูกสาวคนนี้อย่างใกล้ชิด แม่จะทุ่มเทพยายามทำทุกอย่างเพื่อลูก แม่อยากให้ลูกเป็นคนพิการที่เก่ง มีพัฒนาการที่ดีขึ้น ดูแลตัวเองให้ได้ในยามที่แม่จากไป

ภาคอีสาน: แม่ทองจร ดวงอาจ อายุ 67 ปี จังหวัดศรีสะเกษ

แม่ต้องเลี้ยงลูก 3 คนเพียงลำพังเพราะสามีเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง ลูกแม่คนโตมีความพิการทางสติปัญญา และพิการทางการสื่อความหมาย เพราะได้รับเชื้อมาลาเรียจากแม่ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ แม่ดูแลหาข้าวหาน้ำเลี้ยงดูด้วยความรักมากว่า 45 ปี ด้วยฐานะทางบ้านที่ยากจน ต้องทำงานหารายได้มาให้พอกับค่าใช้จ่าย การทำนาเพียงอย่างเดียวจึงไม่พอที่จะเลี้ยงลูก 3 คน ต้องรับจ้างเลี้ยงวัว เวลาว่างจะทำขนมขายในชุมชน ชีวิตแม่ไม่เคยสุขสบาย ลูกชายคนเล็กหัวเรี่ยวหัวแรงของแม่ก็ป่วยด้วยโรคธาลัสซีเมีย มีอาการแทรกซ้อนตลอด แต่แม่ไม่ยอมแพ้ในโชคชะตา แต่แล้วชีวิตแม่ก็ต้องเผชิญวิกฤติอีกครั้ง เมื่อลูกชายคนเล็กต้องมาสูญเสียขาเพราะการติดเชื้อจากแมลงกัด แต่อุปสรรคนี้ไม่ได้ทำให้ลูกของแม่ท้อ กลับมุมานะ นำความรู้ที่มีมารับจ้างตัดผม และทำเฟอร์นิเจอร์จากไม้ ซึ่งมีรายได้เพียงพอที่จะช่วยเหลือครอบครัว ทุกวันนี้แม่หมดห่วง เพราะลูกๆ ต่างช่วยเหลือดูแลกัน ไม่ทิ้งกัน

ภาคกลาง: แม่รัชนี ภู่เงิน อายุ 38 ปี จังหวัดฉะเชิงเทรา

แม่มีลูกสาวคนเดียว อายุ 15 ปี มีภาวะสมองพิการมาแต่กำเนิด มีร่างกายแขนขาโค้งบิดงอผิดรูป ขณะแม่ท้องได้ 5 เดือนแม่ต้องผ่าตัดเอาลำไส้ใหญ่ออก เนื่องจากลำไส้อุดตัน ส่งผลให้ลูกหยุดหายใจไปชั่วขณะ แพทย์ต้องฉีดยากระตุ้นหัวใจ พอคลอดออกมาลูกจะร้องไห้ตลอดเวลา มีอาการชักเกร็งอยู่บ่อยๆ แม่รัชนีต้องพาลูกไปรักษาตามโรงพยาบาลต่างๆ ที่ใครว่าดีแม่พาไปรักษามาหมด ด้วยหัวใจที่ยังหวังให้ลูกหาย ลำบากยากแค้นแค่ไหนแม่ก็สู้ แม้จะโดนไล่ลงจากรถเพราะลูกร้องไห้ไม่หยุดแม่ก็ทน ส่วนพ่อของลูกก็ทิ้งไปตั้งแต่ลูกอายุได้เพียง 2 ขวบ

วันเวลาที่ผ่านไป ลูกเติบโตขึ้นพร้อมกับความพิการที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันเป็นคนไข้ติดเตียง ต้องเจาะคอใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา หมอบอกให้แม่ทำใจไว้บ้าง แต่แม่ก็ยังหวังในปาฏิหาริย์ และนับเป็นบุญของลูกที่ได้เป็นคนไข้ในพระราชานุเคราะห์ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันสูงสุดแก่สองแม่ลูก

ทุกวันนี้ แม่รัชนีต้องลาออกจากงานมาเฝ้าลูกทุกวัน คอยพูดปลอบให้กำลังใจลูก ด้วยความหวังว่าลูกแม่จะได้ กลับบ้านสักวันหนึ่ง แต่แล้วโชคชะตาก็ไม่เข้าข้าง ลูกสาวต้องมาจากไปอย่างไม่มีวันกลับ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา สุดที่จะยื้อชีวิตต่อไปได้.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง