ถ้ายังจัดการกับ 'ไฟใต้' แบบเดิมๆ 'กทม.' อาจกลายเป็นตลาดระเบิด 'ฝันร้าย' ของประเทศไทย

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 10 สิงหาคม 2562 00:00:38 น.
เมือง ไม้ขม รายงาน

ระเบิดที่กรุงเทพฯ เกือบ 10 จุด เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งคนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ถือว่าเป็นเรื่อง เลวร้าย และไม่เชื่อว่า ไฟใต้ จะลุกลามไปถึง เมืองหลวง แต่ก็เป็นเรื่องจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ระเบิดทั้งหมดเป็นเรื่องของ ไฟใต้ และแม้ว่าระเบิดแสวงเครื่องครั้งนี้อาจจะไม่รุนแรงมากนัก เพราะไม่มีคนตาย และมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อยเพียง 2-3 คน รวมทั้งสถานที่ซึ่งเป็น เป้าหมาย ของระเบิด เสียหายไม่มากนักแต่...สถานที่ซึ่งถูกวางระเบิดมีความสำคัญมากกว่า เพราะเป็นสถานที่ราชการที่เป็น สัญลักษณ์ ของความมั่นคง เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานกลาโหม รถไฟฟ้าใต้ดิน และอื่นๆ ซึ่งกลุ่มก่อการร้ายต้องการที่จะ สื่อ ให้คนในประเทศและต่างประเทศเห็นถึง ตัวตน ที่มีอยู่จริง และเห็นถึง ศักยภาพ ที่ทำได้จริง ในพื้นที่นอกเขตอิทธิพลในจังหวัดชายแดนภาคใต้

เพราะสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าหน่วยงานความมั่นคงจะพยายามที่จะบอกกับสังคม ตั้งแต่ฝุ่นผงจากระเบิดยังไม่ทันจางหายว่า การวางระเบิดครั้งนี้เป็น กลุ่มเก่า เป็นเรื่องของ การเมือง แต่สุดท้ายแล้วจากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และจากหลักฐานชิ้นส่วนที่ใช้ในการประกอบระเบิด ล้วนชี้ชัดแล้วว่า เป็นฝีมือของ แนวร่วม จากขบวนการแบ่งแยกดินแดน ที่ส่วนหนึ่งเดินทางไปจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อไปสมทบกับ เครือข่าย ที่อยู่ใน กทม. เพื่อปฏิบัติการป่วนกรุงในครั้งนี้

ซึ่งหากตรวจสอบเส้นทางของ แนวร่วม หรือ โจรใต้ กลุ่ม 10 คน ที่เดินทางไปจากจังหวัดชายแดนใต้ จะพบว่า 2 คนแรกที่เป็นมือระเบิดที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งถูกจับกุมได้ในรถทัวร์ ขณะเดินทางผ่านจังหวัดชุมพร เดินทางจาก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส โดยรถไฟท้องถิ่นมายัง จ.ยะลา ก่อนที่จะเดินทางโดยรถตู้มายัง อ.หาดใหญ่ ซึ่งเป็นจุด รวมพล ทั้ง 10 คน เพื่อเดินทางยัง กทม. ก่อนที่จะ กระจาย กำลังไปปฏิบัติการวางระเบิดยังเป้าหมายที่มีการเตรียมการไว้แล้วล่วงหน้า

ข่าวเชิงลึกจาก แหล่งข่าว เปิดเผยว่า โจรใต้ ใช้เวลากว่า 2 เดือน หลังที่มีการเลือกตั้ง ส.ส.แล้ว ในการวางแผน และเลือกเอาเดือนสิงหาคมเป็นเดือนที่ปฏิบัติการ เนื่องจากเดือนสิงหาคมของทุกปีจะมีวัน สัญลักษณ์ เพื่อก่อการร้าย ซึ่งหากดูตามปฏิทิน โจร วันทหาร หรือตัจรีย์ ของกลุ่มก่อการร้าย วันสูญหายของหะยีสุหลง โต๊ะมีนา วันอารอฟะห์ วันอิดิลอัฏฮา และวันชาติมาเลเซีย ฯลฯ

ที่สำคัญเดือนสิงหาคมของทุกปี จะมีการก่อการร้ายในเดือนนี้อย่าง ชุกชุม ถ้ายังจำกันได้จะพบว่า เมื่อปี 2559 แนวร่วม บีอาร์เอ็นได้ก่อการร้ายแบบ ดาวกระจาย ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน ที่เป็นเมืองท่องเที่ยว ตั้งแต่ ตรัง, พังงา, กระบี่, ภูเก็ต, นครศรีธรรมราช, สุราษฎร์ธานี จนถึง อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มาแล้ว ซึ่งหลังสิ้นเสียงระเบิด เจ้าหน้าที่ระดับสูงที่นั่งอยู่บน หอคอยงาช้าง ที่ส่วนกลาง ก็ ฟันธง ว่าเป็นฝีมือของกลุ่ม การเมือง เป็น กลุ่มเก่า แต่สุดท้าย ตำรวจที่นำโดย พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการคลี่คลายคดี ก็ทำเอาผู้ใหญ่ สายเขียว มีอาการ หน้าม้าน ไปหลายคน เพราะผู้ต้องหาที่ จับได้ และที่ถูกออก หมายจับ ล้วนเป็น แนวร่วม ขบวนการบีอาร์เอ็นทั้งสิ้น และที่สำคัญ ไม่มีใคร ซัดทอด ว่ามีกลุ่มการเมืองเป็นผู้ ว่าจ้าง ให้ไปวางระเบิดครั้งนี้ก็ไม่ต่างกัน เพราะผู้ลงมือก่อเหตุ ซึ่งจาก ภาพถ่าย จากกล้องซีซีทีวีที่ตำรวจรวบรวมมาได้ บอกชัดว่าเป็น โจรใต้ และรายชื่อที่ได้มาก็เกี่ยวพันกับขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ แม้ว่าจะไม่มีหมายจับ เพราะในการก่อเหตุที่ผ่านมายังไม่มีพยานหลักฐานสาวไปถึง จึงยังอยู่ในกลุ่มแนวร่วม หน้าขาว คือ ยังไม่มีประวัติในสารบบของหน่วยงานความมั่นคง และในแฟ้มอาชญากรรม

สาเหตุของการ ป่วนกรุง ครั้งนี้ เมื่อไม่มีข้อมูลว่าเป็นการ ว่าจ้าง จากใครให้ แนวร่วม จากจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปวางระเบิดที่ กทม. ก็ต้องมาดูฐานข้อมูลในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า การที่ แนวร่วม เดินทางไกลจาก จ.นราธิวาส ปัตตานี ยะลา เพื่อไปวางระเบิดสถานที่สำคัญๆ ที่เมืองหลวงของประเทศไทย มาจาก เงื่อนไข อะไรบ้างประเด็นแรก มีนักการข่าวบางคนได้ข่าวมาเล่าสู่กันฟังก่อนหน้าที่จะเกิดระเบิดประมาณ 1 สัปดาห์ว่า ได้รับทราบข่าวว่าจะมีการ ป่วน ครั้งใหญ่ ซึ่งข่าวนี้ได้รับจากงานชุมนุมในการแต่งงานลูกสาวของ ซำซูดิง คาน ผู้นำขบวนการพูโลพี 4 ที่รัฐกลันตัน แต่ข่าวนี้ไม่ได้รับความสนใจจากหน่วยงานความมั่นคงมากนัก

ประเด็นถัดมา ก่อนหน้าที่จะเกิดระเบิด ป่วนกรุง แกนนำ มารา ปาตานี ซึ่งเป็นที่รวมตัวของขบวนการแบ่งแยกดินแดน 4 กลุ่ม ได้เคลื่อนไหวทวงถามการเดินหน้าเพื่อ พูดคุยสันติสุข จากรัฐบาลไทย จากรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง เหมือนกับการส่ง นัย บางอย่าง

ประเด็นต่อมา การรุกอย่างต่อเนื่องของแม่ทัพภาคที่ 4 ต่อกำลังติดอาวุธของขบวนการแบ่งแยกดินแดน ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้วันนี้จะไม่ได้ผลในการสร้างความลำบาก ในการเคลื่อนไหวทั้งด้านการเมือง และการทหาร ให้กับบีอาร์เอ็นได้มากนัก แต่ถ้าปล่อยให้มีการปรับแผน ในระยะยาวอาจจะส่งผลให้ปฏิบัติการของบีอาร์เอ็นในพื้นที่เป็นไปด้วยความยุ่งยากมากขึ้นก็เป็นได้

และเงื่อนไขสงครามประชาชนในพื้นที่ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับมวลชน เช่น เรื่องการให้กฎหมายพิเศษในการบังคับให้ประชาชนต้องสแกนใบหน้า เพื่อลงทะเบียนซิมการ์ด 2 แชะอัตลักษณ์ การ กวาดต้อน ชาวบ้านใน ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา เพื่อทำการตรวจ ดีเอ็นเอ ล้วนเป็นเงื่อนไขที่ สุกงอม เพียงพอที่จะให้บีอาร์เอ็นปฏิบัติการในครั้งนี้

หนึ่งนั้นเพื่อแสดงความเป็น ตัวตน ของบีอาร์เอ็น หนึ่งนั้นเพื่อบอกกับรัฐบาลว่า บีอาร์เอ็นมีความสามารถที่จะก่อการร้ายได้ในทุกพื้นที่ถ้าบีอาร์เอ็นต้องการ หนึ่งนั้นเพื่อ ต่อรอง กับรัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงให้ผ่อนคลายปฏิบัติการทั้งหมดที่มีต่อกองกำลังของบีอาร์เอ็น และต่อมวลชนในพื้นที่ ซึ่งไม่เห็นด้วยทั้งในเรื่อง 2 แชะอัตลักษณ์ และในเรื่องการตรวจ ดีเอ็นเอส่วนเรื่องของ อับดุลเลาะ อีซอมูซอ ผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัว และเกิด สมองบวม เพราะขาดออกซิเจน เป็นส่วนประกอบ เพราะขบวนการก่อการร้ายมีการวางแผน ป่วนกรุง ก่อนที่ อับดุลเลาะ จะถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทำการควบคุมตัวเข้าสู่ศูนย์ซักถาม

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้จึงเป็นสถานการณ์ น้ำท่วมปาก  สำหรับผู้นำประเทศ และฝ่ายความมั่นคง ที่จะต้องปฏิเสธว่าเรื่องระเบิดที่กรุงเทพฯ ไม่เกี่ยวกับการก่อการร้าย ไม่เกี่ยวกับกลุ่มแบ่ง แยกดินแดน เพราะถ้ายอมรับในประเด็นนี้ เท่ากับยอมรับว่าขบวน การแบ่งแยกดินแดนมีอยู่จริง และยอมรับ ตัวตน ของบีอาร์เอ็น เป็นการเดินตามเกมที่ บีอาร์เอ็น ต้องการ ซึ่งไม่เป็นผลดีทั้งปวงและยิ่งยอมรับไม่ได้ว่า เงื่อนไข ของการ ป่วนกรุง มาจากเรื่องการซ้อม ทรมาน ผู้ถูกควบคุมตัว เพราะถ้ายอมรับในประเด็นนี้ องค์กรสิทธิมนุษยชนและสหประชาชาติ รวมทั้ง โอไอซี จะหันมาเล่นงานจนประเทศไม่มีที่ยืน ดังนั้นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น กับเรื่องการออกมาเปิดเผยของรัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคง จึงมักจะสวนทางกัน ด้วยความจำเป็นดังกล่าว

เมื่อทุกอย่างเป็นเรื่อง น้ำท่วมปาก สิ่งที่รัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงต้องเร่งดำเนินการคือ การ กวาดล้าง เครือข่ายของขบวนการก่อการร้ายใน กทม.และปริมณฑลอย่างจริงจัง สกัดกั้นให้การก่อการร้าย จำกัด ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ได้ผล เพราะหากการแก้ปัญหาทำแบบ ฉาบฉวย เหมือนที่ผ่านมา ในอนาคตกรุงเทพฯ จะกลายเป็น ตลาดระเบิด เพื่อการต่อรองระหว่างขบวนการก่อการร้ายกับรัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคง ซึ่งนี่คือ ฝันร้าย ของประเทศไทย.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง