คอลัมน์: เวทีสาธารณะ: เหมืองแร่ประเภท 1 ภัยเงียบชุมชน

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม 2562 00:00:35 น.
กลุ่มคนเหล่าไฮงามไม่เอาเหมืองแร่

ตามที่สำนักงานอุสาหกรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ได้มีหนังสือเชิญเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นของชุมชนในพื้นที่ที่ขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ ประเภทที่ 1 ชนิดทรายแก้ว ตามคำขอประทานบัตรที่ 1/2561 ของห้างหุ้นส่วนจำกัด บัวขาวคลังแก้ว เนื้อที่ 32-2-88 ไร่ ในวันที่ 5 สิงหาคม 2562 และคำขอประทานบัตรที่ 2/2561 ของบริษัท แทน ซิลิก้า จำกัด เนื้อที่ 40-2-20 ไร่ ในวันที่ 7 สิงหาคม 2562 นั้นถือเป็นกระบวนการจัดการรับฟังความคิดเห็นที่ไม่ชอบธรรม

เนื่องจากการจัดการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 56 วรรค 2 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2560 ไม่ครอบคลุมประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และผู้ได้รับผลกระทบจากกระบวนการทำเหมืองแร่ทั้งหมด เนื่องจากตำบลเหล่าไฮงาม อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ มีประชากรกว่า 7,000 คน แต่พบว่ามีชาวบ้านเหล่าไฮงาม หมู่ที่ 10 บางส่วนเท่านั้นที่ได้รับหนังสือเชิญเข้าร่วมประชุมฟังความคิดเห็น แต่ชาวบ้านเหล่าไฮงาม หมู่ที่ 1 หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 9 ตลอดถึงชาวบ้านโนนยาง หมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 11 และชาวบ้านหนองจระเข้มีที่ดินใกล้เคียงพื้นที่ขอประทานบัตร ไม่ได้รับหนังสือเชิญเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น ทั้งๆ เป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง

ดังนั้นกระบวนการเชิญผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ จึงเป็นไปอย่างไม่ชอบธรรม อีกทั้งยังพบว่าเอกสารให้ข้อมูลที่ส่งมายังประชาชนบางส่วนนั้นไม่ครบถ้วน และไม่เพียงพอที่จะทำให้ชุมชนมีความรู้ความเข้าใจต่อการทำเหมืองแร่ เนื่องจากเอกสารประกอบการรับฟังความคิดเห็นไม่ให้ข้อมูลสำคัญกับชุมชน โดยเฉพาะผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และสุขภาพที่จะเกิดจากการทำเหมืองแร่ทรายแก้ว ทั้งปัญหาเรื่องฝุ่น ปัญหาการใช้น้ำ ปัญหาการคมนาคม การจัดการของเสียจากการผลิต

การรับผิดชอบในกรณีเกิดผลกระทบกับประชาชน และการหลีกเลี่ยงที่จะให้ข้อมูลที่สำคัญเรื่องผลกระทบกับประชาชน การที่ประชาชนในชุมชนไม่ได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนเพียงพอ เป็นการละเมิดสิทธิประชาชนในการได้รับข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นต่อกระบวนการตัดสินใจ การจัดการรับฟังความคิดเห็นการทำเหมืองแร่โดยไม่ชี้แจงข้อมูลให้ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมดได้รับทราบ ขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 58 ระบุว่า "การดำเนินการที่อาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ และคุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัย ฯลฯ รัฐต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ประชาชนและชุมชนที่เกี่ยวข้องก่อน เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาดำเนินการ"

ดังนั้น ชาวตำบลเหล่าไฮงาม อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ทรายแก้ว ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 43 ระบุว่า "บุคคลและชุมชนมีสิทธิ์เข้าชื่อกันเพื่อเสนอและต่อหน่วยงานรัฐให้ดำเนินงานที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนหรือชุมชน หรืองดเว้นไม่ดำเนินการที่จะก่อให้เกิดผลเสีย และหน่วยงานรัฐต้องพิจารณาข้อเสนอนั้นโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพิจารณาด้วย" จึงให้ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 10 ตำบลเหล่าไฮงาม อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ส่งข้อร้องทุกข์ต่อสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ในฐานะผู้จัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ดังนี้

1.ยกเลิกเวทีรับฟังความคิดเห็นวันที่ 5 สิงหาคม 2562 ของห้างหุ้นส่วนจำกัด บัวขาวคลังแก้ว และเวทีรับฟังความคิดเห็น วันที่ 7 สิงหาคม 2562 ของบริษัท แทน ซิลิก้า จำกัด เพราะขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 58 2.ขอให้จัดเวทีสาธารณะเพื่อชี้แจงข้อมูลการทำเหมือง แร่ทรายแก้ว ผลกระทบสุขภาพชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีนักวิชาการด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม ด้านกฎหมาย มาร่วมให้ข้อมูลกับประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด 3.ให้ยึดตามผลประชามติของชาวบ้านเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม "เหมืองแร่ประเภท 1 พื้นที่ 100 ไร่ ไม่ต้องทำ EIA" ช่องว่างกฎหมายแร่ ถือเป็นภัยเงียบต่อชุมชน ซึ่งขั้นตอนการขอประทานบัตร พบว่าเหมืองแร่ทรายแก้วของ 2 บริษัท อยู่ห่างกันเพียง 400 เมตร ซึ่งการขอทำเหมืองแร่ตามกฎหมายแร่ปี 2560 ซึ่งได้แบ่งประเภทเหมืองแร่เป็น 3 ประเภท

ประเภทที่ 1 เหมืองแร่ขนาดเล็ก พื้นที่ไม่เกิน 100 ไร่ เจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการแร่จังหวัด เป็นผู้อนุมัติ

ประเภทที่ 2 เหมืองแร่ขนาดกลาง พื้นที่ไม่เกิน 625 ไร่ อธิบดี กพร. โดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการแร่ เป็นผู้อนุมัติ
ประเภทที่ 3 การทำเหมืองที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม อธิบดี กพร. โดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการแร่ เป็นผู้อนุมัติ

กรณีการขอประทานบัตรเหมืองแร่ทรายแก้ว ต.เหล่าไฮงาม จัดอยู่ในประเภทเหมืองแร่ ประเภทที่ 1 โดยจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการแร่จังหวัด เป็นผู้อนุมัติ ซึ่งคณะกรรมการแร่จังหวัดเป็นส่วนที่บัญญัติขึ้นมาใหม่ กำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ที่มีการทำเหมืองแร่ เป็นประธาน คณะกรรมการชุดนี้ทำหน้าที่อนุมัติ ต่ออายุ โอน เพิกถอน กำหนดเงื่อนไขการออกประทานบัตรประเภทที่ 1, ให้คำปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัด ในการบริหารจัดการแร่, พิจารณาเรื่องร้องเรียนของผู้ที่ได้รับผล กระทบจากการทำเหมืองแร่ประเภทที่ 1 และปฏิบัติตามหน้าที่ที่กำหนดใน พ.ร.บ.แร่ หรือที่ผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบหมาย

ขณะที่กฎหมายแร่ฉบับเดิมไม่ได้บัญญัติไว้ เนื่องจากเหมืองแร่ประเภทที่ 1 ไม่ต้องจัดทำรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ดังนั้น คำขอประทานบัตรแร่ทรายแก้วทั้ง 2 แปลง จึงไม่จำเป็นต้องศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม แม้ปัจจุบันจะมีการคำขอเพียง 2 แปลงที่มีพื้นที่รวม 73-1-08 ไร่ แต่หากพิจารณาจากพื้นที่ตำบลเหล่าไฮงาม พบว่ามีพื้นที่ที่มีทรายแก้วอีกหลายร้อยไร่ ในอนาคตอาจนำไปสู่การขอพื้นที่ทำเหมืองแร่ทรายแก้วอีก ฉะนั้นการแบ่งขอประทานบัตรเป็นแปลงขนาดไม่เกิน 100 ไร่ ก็เป็นช่องทางในการหลีกเลี่ยงที่จะทำรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) หรือไม่.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง