คอลัมน์: เกษมราษฎร์: นปช. ลุ้นระทึก 3 คดี ก่อนพิพากษาก่อการร้าย - ล้อมบ้านป๋า - ล้มประชุม

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พุธที่ 14 สิงหาคม 2562 00:00:17 น.

วันนี้ 14 ส.ค.2562 เป็นวันที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก  นัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ก่อการร้าย อันมีเหตุมาจากการชุมนุมขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อปี 2553 ซึ่งนำไปสู่การบาดเจ็บ เสียชีวิตของประชาชนร่วมร้อย และการเผาบ้านเผาเมืองในกรุงเทพฯ รวมถึงศาลากลางบางจังหวัด เป็นหนึ่งในเหตุการณ์สูญเสียครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

คดีนี้เป็นสำนวนหมายเลขดำ อ.2542/2553 ที่พนักงาน อัยการ สำนักงานคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช., นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช., นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช., นพ.เหวง โตจิราการ, นายก่อแก้ว พิกุลทอง, นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก, นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง และอื่นๆ ซึ่งเป็นแกนนำและแนวร่วม นปช. รวม 24 คน ในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/1, 135/2 ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา ให้ล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดินเพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามมาตรา 116, 215, 216 และร่วมกันชุมนุมฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548

โดยแนวทางการต่อสู้คดีที่ผ่านมา จำเลยพยายามต่อสู้ยืนยันเป็นการชุมนุมทางการเมือง ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ตามอุดมการณ์ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ได้ก่อการร้าย ไม่มีแนวคิดอุดมการณ์การเมืองอื่นใดแอบแฝงด้วย รวมทั้งไม่ได้กระทำการลักษณะบังคับขู่เข็ญรัฐบาล ไม่ได้ทำให้หวาดกลัวหรือทำให้เดือดร้อน ดังเช่นในการสืบพยานนัดสุดท้ายเมื่อวันที่ 26 เม.ย.2562 ที่นายจตุพร ประธาน นปช. จำเลยที่ 2 เบิกความสรุปได้ในทำนองนี้ พร้อมระบุถึงเหตุการณ์วุ่นวายช่วงหลังการชุมนุม เชื่อว่าเกิดขึ้นจากการสร้างสถานการณ์

และในวันที่ 13 ส.ค.2562 นายอริสมันต์ หนึ่งในจำเลยก็ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ยืนยันกรณีชุมนุม นปช. ปี 2553 ไม่เข้าองค์ประกอบความผิดฐานก่อการร้าย เพราะไม่มีใครไปก่อการร้ายโดยการโฆษณาประชาสัมพันธ์ การปราศรัย การก่อการร้ายคือการก่อวินาศกรรม ทำให้เกิดความหวาดกลัว

จะเห็นได้ว่า ฝ่าย นปช.เองก็มีลุ้นในการรอดพ้นผิดคดีนี้ได้ ด้วยการยืนยันในประเด็นไม่เข้าข่ายก่อการร้าย ซึ่งเป็นประเด็นฟ้องหลักของคดีนี้ อย่างไรก็ตาม คดีนี้ยังเป็นแค่ศาลชั้นต้น ยังสู้ต่อได้ถึงศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา อีกทั้งในวันที่ 14 ส.ค.นี้ จะได้อ่านคำพิพากษาหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของจำเลยที่จะเดินทางมาศาลครบหรือไม่ด้วย

ส่วนที่แกนนำ นปช. ต้องลุ้นกว่า เพราะจะก้าวถึงจุดจบในไม่ช้าแล้ว คือคำพิพากษาศาลฎีกาคดีชุมนุมล้อมบ้านพัก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี เมื่อปี 2550 สำนวนหมายเลขดำ อ.3531/2552 ในความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ที่ก่อนหน้านี้ศาลนัดฟังคำพิพากษาฎีกาวันที่ 31 ก.ค.2562 แต่นายวีระกานต์ป่วย  ศาลจึงเลื่อนอ่านคำพิพากษาไปเป็นวันที่ 23 ก.ย.นี้ ซึ่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาจำคุกจำเลยจำนวน 5 คน ไว้ที่ 2 ปี 8 เดือน

กับอีกคดีที่ลุ้น คือคำพิพากษาศาลฎีกาคดีล้มการประชุมอาเซียน เมื่อปี 2552 ที่แกนนำ นปช. อย่างนาย    อริสมันต์กับพวกเป็นจำเลย ต้องขึ้นศาลจังหวัดพัทยา จ.ชลบุรี เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุอยู่ที่พัทยา ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุกจำเลยเป็นเวลา 4 ปี และยังไม่ทราบว่าจะนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาได้วันใด แต่มีประเด็น พ.ต.ท.ศราวุธ บุญชัย พยานในคดีซึ่งถูกพิพากษามีความผิดฐานแจ้งความเท็จ ทำให้นายอริสมันต์กับพวกจำเลยนำมาร้องต่ออัยการสูงสุดให้ถอนฟ้องคดีเมื่อวันที่ 13 ส.ค.2562 เรียกได้ว่าร้องขอแบบตัดจบกันเลยทีเดียว

จะเป็นไปได้หรือไม่ ที่อัยการสูงสุดจะถอนฟ้องตามคำร้องขอของนายอริสมันต์ ที่จะทำให้คดีที่ต่อสู้มาจบ และทำให้จำเลยรอดโทษจำคุกไปได้ พยานเท็จเพียงปากเดียวเพียงพอต่อการถอนฟ้องหรือไม่ เมื่อเทียบกับพยานหลักฐานอื่นทั้งคลิป ภาพและเสียงในเหตุการณ์ดังกล่าว  ซึ่งหากอัยการพิจารณาแล้วไม่ถอนฟ้อง ก็เป็นอันได้ลุ้นที่ศาลฎีกาต่อไป คงจะพิจารณาพิพากษาให้ชัดได้เช่นเดียวกัน.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง