พนักงานสอบสวนต้องการ 'พี่เลี้ยง' หรือ 'ผู้มีประสบการณ์' หรือ? 4M1T กับ 1R น่าจะพอมีคำตอบได้

ข่าวทั่วไป 14 สิงหาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

พ.ต.ท.ดร.เทิดสยาม บุญยะเสนา นรต.49 https://thamaaya.wordpress.com อาจเป็นเพราะผลสืบเนื่องมาจากกรณีการยิงตัวตายของพนักงานสอบสวน 2 รายในช่วงเวลาไม่ห่างกันมากนักhttps://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%8 7%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0 %B8%99/105609 https://www.thairath.co.th/news/crime/1628903 ประเด็นปัญหาดังกล่าวคงแสดงให้เห็นภาพชัดว่า หน่วยงานที่ต้องบริการประชาชนตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นทั้งฝ่ายพนักงานสอบสวนหรือบุคลากรทางการแพทย์ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะเรื่องความพึงพอใจ

แต่คงต้องไม่ลืมปัญหาพื้นฐานด้วยว่า การที่แผนกงานหรือหน่วยงานต้องรับผิดชอบดำเนินการปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมงนั้น สภาพปัญหาย่อมแตกต่างกับมาตรฐานการทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน แม้ว่าจะมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำก็ตาม แต่บางเรื่องก็ต้องอาศัยผู้ที่รับผิดชอบเรื่องนั้นอยู่ดำเนินการ

จากสภาพปัญหาดังกล่าว จึงมีความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาโดยใช้วิธีการต่างๆ ข้อเสนอหนึ่งคือ การนำผู้ที่เกษียณอายุราชการแล้วมาเป็น

"ที่ปรึกษา" หรือ "พี่เลี้ยง"แต่ทุกวันนี้ปัญหาส่วนหนึ่งที่ทำให้พนักงานสอบสวนปวดเศียรเวียนเกล้า ก็เพราะในเรื่องเรื่องหนึ่งมีการตั้งข้อสงสัยหรือให้คำแนะนำต่างๆ มากมาย จากผู้ที่เป็นผู้บังคับบัญชาหรือคู่กรณีหรือฝ่ายต่างๆ มากมาย เต็มไปด้วยคำแนะนำและคำปรึกษา

แต่ปราศจากการช่วยเหลือไม่ว่าทางด้านใดๆ ให้คำแนะนำแล้วก็ให้พนักงานสอบสวนไปแก้ไขปัญหาเอาเอง ปัญหาพื้นฐานประการหนึ่งเกี่ยวกับการทำสำนวนการสอบสวนคือ

"การทำสำนวนการสอบสวนมีส่วนที่เป็นทั้ง "ศาสตร์" และ "ศิลปะ" ในส่วนที่เป็นศาสตร์คือ องค์ความรู้ที่ได้รับการพัฒนา และยอมรับว่าเป็นจริง และต้องได้รับการปฏิบัติ ส่วนที่เป็นศิลปะนั้นขึ้นอยู่กับว่าพนักงานสอบสวนจะเลือกทางใดในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้การทำงานบรรลุผล ผู้เขียนขอยกตัวอย่างเช่น

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2562 เวลาประมาณ 18.00 น. มีกลุ่มคนร้าย จำนวน 5 คน ได้เข้าไปลักทรัพย์ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง โดยต่างคนต่างลักทรัพย์ของตนเองแล้วแยกย้ายกันหลบหนี ทางเลือกในการจับกุมคนร้ายอาจจะแตกต่างกันไปยกตัวอย่างเช่น

(1) เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะจับ โดยถือว่าบุคคลนั้นได้กระทำความผิดซึ่งหน้าดังได้บัญญัติไว้ในมาตรา 80 หากสามารถเข้าไปพบเหตุและผู้ต้องหาในขณะที่เกิดเหตุ

(2) เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะไปขอหมายหมายจับจากศาลเพื่อทำการจับกุมต่อไป

(3) เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะออกหมายเรียกผู้ต้องหามาพบก่อน

(4) เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจให้พนักงานสอบสวนติดตามตัวผู้ต้องหามาแจ้งข้อกล่าวหาแล้วปล่อยตัวไป

(5) เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจให้พนักงานสอบสวนเรียกผู้ต้องหามาพบแล้ว เห็นว่ามีเหตุที่จะออกหมายขังผู้นั้นได้ตามมาตรา 71 พนักงานสอบสวนมีอำนาจสั่งให้ผู้ต้องหาไปศาลเพื่อขอออกหมายขัง

(6) เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจทำการจับกุมหากเห็นว่าเป็นกรณีเมื่อพบบุคคล โดยมีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่าผู้นั้นน่าจะก่อเหตุร้ายให้เกิดภยันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น โดยมีเครื่องมือ อาวุธ หรือวัตถุอย่างอื่นอันสามารถอาจใช้ในการกระทำความผิด ฯลฯ

ดังนั้นพี่เลี้ยงหรือผู้มีประสบการณ์อาจจะเลือกทางต่าง ๆ กันไป ตามความเห็นของตนเอง ซึ่งยิ่งทำให้พนักงานสอบสวนมึนงงเข้าไปใหญ่ เพราะบางเรื่องนั้นเป็น "ทางเลือก" ตามกฎหมายที่จะสามารถกระทำได้ เพียงแต่ให้อยู่ภายใต้กรอบในเรื่องนั้นก็ไม่มีผิดไม่ถูก แต่อาจจะทำให้การสอบสวนช้าลงบ้าง หรือมีประสิทธิภาพหรือไม่ขึ้นอยู่กับทางเลือกของพนักงานสอบสวน ซึ่งในปัจจุบันหากเกิดปัญหาในเรื่องที่มีทางเลือกหลายทาง บางเรื่องพนักงานสอบสวนอาจตัดสินใจเอง หากมีปัญหาที่อาจจะมากกว่านั้นก็อาจจะปรึกษาและกรณีที่มีปัญหาจริง หัวหน้าพนักงานสอบสวนก็จะเป็นผู้ตัดสินใจ

ดังนั้นสถานีตำรวจหรือพนักงานสอบสวนที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ จึงแทบไม่ได้ต้องการพี่เลี้ยงหรือที่ปรึกษาแต่อย่างใด แต่ที่ต้องการก็คือบุคคลที่เกษียณไปแล้ว แต่ยัง

สามารถเข้าเวรสอบสวนคดีอาญา จราจรได้สามารถทำสำนวนการสอบสวนได้สามารถไปเป็นพยานศาลและปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาได้

นอกจากนี้บุคคลที่เกษียณไปแล้ว แต่ยังสามารถทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยพนักงานสอบสวน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางธุรการต่างๆ หรือการกรอกข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ที่สร้างภาระให้กับพนักงานสอบสวนในปัจจุบันก็ต้องการเป็นอย่างมาก

เพราะปัจจุบัน พนักงานสอบสวนผู้ดำเนินการสอบสวนต้องรับผิดชอบหาคนมาทำงานเอง วัสดุอุปกรณ์ วิธีการจัดการ และเงินทุนในการดำเนินคดีเอง (ซึ่งแม้จะมีค่าตอบแทนก็อยู่บนความเสี่ยงว่าจะพอหรือไม่ )

ซึ่งก็คือ 4M in Production Process ปัจจัยในกระบวนการผลิต 4 ด้าน นั่นเอง

(https://www.iok2u.com/index.php/article/e-book/210-4m-in-production-process-4)

นอกจากนี้แล้วยังมีอีก 1 T คือ เวลา (Time) ที่มักจะไม่เพียงพอต่อการดำเนินการสอบสวนคดีอาญาในเรื่องหนึ่ง

รวมไปถึงเรื่องความรับผิดชอบต่องานที่ต้องกระทำ (responsibility) ซึ่งหากได้พี่เลี้ยงหรือที่ปรึกษามาก็คงไม่เกิดประโยชน์กับเรื่องดังกล่าว เพราะคงไม่มาช่วยในเรื่อง 4M1T กับ 1R

โดยสรุปหากต้องการพนักงานสอบสวนที่จะมาทำหน้าที่สอบสวนคดีอาญาแล้ว ก็คงต้องการให้มาทำหน้าที่ทั้ง 3 ด้าน กล่าวคือ-

(1) สามารถเข้าเวรสอบสวนคดีอาญา จราจรได้(2) สามารถทำสำนวนการสอบสวนได้(3) สามารถไปเป็นพยานศาลและปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาได้

ถ้าเอามาเป็นที่ปรึกษาหรือพี่เลี้ยงเฉยๆ คงไม่เกิดประโยชน์อันใด และสถานีตำรวจก็ไม่ได้ต้องการแบบนั้น

นอกจากนั้นแล้วบุคคลดังกล่าวควรมีประวัติไม่เคยสร้างปัญหาให้กับผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน หรือผู้ใต้บังคับบัญชา หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เป็นที่ยอมรับได้ในระดับหนึ่ง

ถ้าจะเอามาจริงๆ ควรมีกระบวนการและขั้นตอนในการคัดสรร ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นเพิ่มปัญหาให้กับงานสอบสวนที่ปัจจุบันมีปัญหามากอยู่แล้วให้เกิดปัญหาเพิ่มมากขึ้นไปอีก

"คนเรานั่งวาดรูปอยู่ จะเอาที่ปรึกษาหรือพี่เลี้ยงมาทำไมกันครับ ต่างคนก็ต่างวาดกันไปสิครับ..."

ข้อมูลเชิงประจักษ์ในเรื่องนี้ที่ยืนยันข้อมูลได้เป็นอย่างดีคือ ไม่มีผู้ให้คำปรึกษาหรือพี่เลี้ยงพนักงานสอบสวนยิงตัวตายอย่างแน่นอน เพราะไม่ต้องรับผิดชอบอะไร คงมีแต่พนักงานสอบสวนที่ต้องเข้าเวร รับคดีอาญา ไปศาลเท่านั้นที่ยิงตัวตาย...แม้กระทั่งงานของพนักงานสอบสวนที่ยิงตัวตายไปแล้ว ก็มีแต่พนักงานสอบสวน เข้าเวร รับคดีอาญา ไปศาลที่รับมาทำต่อ.


แท็ก Thairat   %E  

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ