เตรียมห้องขังรอรับ 2มือบึ้มหน้า'สตช.'

ข่าวทั่วไป 14 สิงหาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ปทุมวัน * รองโฆษก ตร.ยันคดีระเบิดให้พื้นที่ดำเนินการ ไร้ข่าวโอนคดีให้ อสส. ล้างคุกรอสอบ 2 มือบึ้มหน้า สตช. เมื่อวันที่ 13 ส.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะทำงานชุดสอบสวนคดีวางระเบิดกรุงเทพ มหานครเมื่อ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้เตรียมสอบปากคำนายลูไอ แซแง อายุ 23 ปี และนายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาที่ลอบวางระเบิดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ที่ห้องประชุมชั้น 2 สน.ปทุมวัน ทั้งนี้ คณะทำงานพนักงานสอบสวนมีหลายชุด โดยแบ่งตามท้องที่ที่คนร้ายก่อเหตุ ขณะที่สิบเวรควบคุมห้องขังของ สน.ปทุมวัน ได้ทำความสะอาดตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาเพื่อคุมขังผู้ต้องหา โดยจะแบ่งผู้ต้องหาควบคุมที่ สน.ปทุมวัน 1 คน ส่วนอีก 1 คนจะนำตัวไปคุมขังที่ สน.บางรัก โดยจัดกำลังเฝ้าคุมเข้ม 24 ชม.

ที่ สตช. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก สร.กล่าวถึงกระแสข่าวให้อำนาจอัยการสูงสุดเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนเพราะเกี่ยวพันกับผู้บงการจากต่างประเทศว่าอำนาจหน้าที่การดำเนินคดียังเป็นของคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน ที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.แต่งตั้งขึ้น ไม่ทราบว่ามีกระแสข่าวเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร คณะกรรมการสืบสวนสอบสวนยังคงเดินหน้ารวบรวมพยานหลักฐาน หากมีบุคคลใดเข้าไปเกี่ยวข้องจะมีมาตรการดำเนินการจนถึงที่สุด ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นผู้ลงมือ หรือผู้สั่งการ

นายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า สำนวนดังกล่าวยังไม่ถึงอัยการสูงสุด ซึ่งอัยการสูงสุดจะเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบและสั่งคดี ทั้งนี้อัยการสูงสุดจะมอบให้พนักงานอัยการทำหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวนก็ได้ หรือจะมอบให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนโดยลำพัง หรือให้พนักงานสอบสวนร่วมทำการสอบสวนกับพนักงานอัยการก็ได้ ซึ่งกรณีสอบสวนร่วมกัน พนักงานสอบสวนต้องฟังคำสั่งของพนักงานอัยการในการรวบรวมพยานหลักฐาน และเมื่อสอบสวนเสร็จสิ้นต้องส่งให้อัยการสูงสุดเพื่อมีคำสั่งคดีได้.


แท็ก ปทุมวัน   อสส.  

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ