ลูกค้าเฮ!แบงก์พาเหรดลดดอกเบี้ยอุ้มSME

ข่าวเศรษฐกิจ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ไทยโพสต์ * ลูกค้าเฮ! "แบงก์พาณิชย์" พาเหรดลดดอกเบี้ยเงินกู้ MOR-MRR ลง 0.25% ต่อปี หวังอุ้มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสู้พิษเศรษฐกิจโลก-ค่าเงินผันผวน ด้านแบงก์รัฐขอหารือก่อนเคาะ 21 ส.ค.นี้ ด้านขุนคลังอ้อนเอกชนเร่งลงทุน หวังลดความร้อนแรงค่าเงินบาท นายผยง ศรีวณิช กรรม การผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย (KTB) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) และดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ลง 0.25% ต่อปี เพื่อช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รวมถึงลูกค้ารายย่อย ให้ประคองตัวและฟื้นตัวจากผล กระทบของภาวะเศรษฐกิจและค่าเงินที่ผันผวน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค.2562 เป็นต้นไป ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ย MOR และ MRR ของธนาคารเหลือ 6.87% ต่อปี

นายปรีดี ดาวฉาย กรรม การผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เปิดเผยว่า หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับลดอัตราดอก เบี้ยนโยบายลง 0.25% มาอยู่ที่ 1.50% ต่อปี ธนาคารตอบสนอง ต่อทิศทางดอกเบี้ยนโยบายด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อ MOR และ MRR ลง 0.25% โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค.2562 เป็นต้นไป

นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและ ประธานกรรมการบริหาร ธนา คารไทยพาณิชย์ (SCB) กล่าวว่า ธนาคารประกาศปรับลดอัตรา ดอกเบี้ย MRR ลง 0.25% มาอยู่ที่ 7.12% และปรับลดอัตราดอกเบี้ย MOR ลง 0.125% มา อยู่ที่ 6.745% ส่งผลให้อัตราดอก เบี้ยเงินกู้ MOR อยู่ที่ 6.745% และอัตราดอกเบี้ย MLR อยู่ที่ 6.025% ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในระดับที่ต่ำที่สุดในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค.เป็นต้น ไปนายสุวรรณ แทนสถิตย์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนา คารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารประกาศปรับ ลดอัตราดอกเบี้ย MOR และปรับลดอัตราดอกเบี้ย MRR ลง 0.25% โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค.2562

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรม การผู้จัดการ ธนาคารอาคารสง เคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารรัฐอยู่ระหว่างประชุมหารือถึงทิศทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ย หลัง กนง.มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์หน้า หรือเร็วที่สุดคือ วันที่ 21 ส.ค.นี้

นายอุตตม สาวนายน รมว. การคลัง กล่าวว่า ต้องการให้บริษัทใน SET 50 ในตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ขยายการลงทุนใหม่เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยทำให้เกิดความสมดุล ลดการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด เพราะเมื่อเกิดการลงทุนใหม่ต้องมีการสั่งซื้อเครื่องจักรและวัตถุดิบจากต่างประเทศ ทำให้ค่าเงินบาทของไทยที่แข็งค่าอยู่อ่อนลงได้.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ