กรมส่งเสริมการเกษตรปลุกฟื้น ส้มโอทับทิมสยาม พืชอัตลักษณ์ประจำถิ่นของชาวนคร

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม 2562 00:00:59 น.

กรมส่งเสริมการเกษตรยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรที่เป็นอัตลักษณ์และเหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ของภาคใต้ พื้นที่ดำเนินการ 14 จังหวัด ผ่านผลไม้อัตลักษณ์ประจำถิ่น 8 ชนิด เน้นให้ความสำคัญกับเกษตรกรแปลงใหญ่ โดยมุ่งส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าไม้ผลอัตลักษณ์

นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ได้จัดทำโครงการพืชอัตลักษณ์ประจำถิ่น จำนวน 8 ชนิด ได้แก่ ส้มโอทับทิมสยาม ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง สละ จำปาดะ และมะม่วงเบา ใน 14 จังหวัดภาคใต้ โดยให้บริหารจัดการผ่านกระบวนการเกษตรแปลงใหญ่อย่างครบวงจรตั้งแต่กระบวนการผลิตสินค้าคุณภาพจากสวนที่ได้มาตรฐานเตรียมพร้อมสู่มาตรฐานการส่งออกการยกระดับเกรดของสินค้าด้วยการจัดทำการรับรองคุณภาพ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ที่ทันสมัย แต่สื่อสารเข้าใจง่ายสำหรับผู้บริโภคต่างถิ่น ตลอดจนให้มีการแปรรูปเพิ่มมูลค่า ภาคใต้ และการเชื่อมโยงตลาดกับผู้บริโภคและผู้ประกอบการ โดยเน้นเกษตรกรเป้าหมาย 3,000 ราย ผ่านกระบวนการเกษตรแปลงใหญ่ มุ่งส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าไม้ผลอัตลักษณ์

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากภาคใต้นับเป็นภูมิภาคที่เป็นแหล่งผลิตไม้ผลที่สำคัญของประเทศไทยอย่างยิ่ง โดยมีการผลิตไม้ผลหลายชนิดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ และเป็นสินค้าอัตลักษณ์สร้างชื่อประจำจังหวัด เช่น ส้มโอทับทิมสยาม ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง สละ จำปาดะ และมะม่วงเบา เป็นต้น จึงทำให้เหมาะที่จะส่งเสริมและพัฒนาในการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสู่มาตรฐานการส่งออก ควบคู่ไปกับการพัฒนาการแปรรูป เพื่อทำให้การผลิตไม้ผลของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการในปี 2562 เกิดการเริ่มต้นและพัฒนาสินค้าไม้ผลได้อย่างครบวงจร นำไปสู่การใช้เทคโนโลยีการพัฒนาการผลิตไม้ผลสู่ 4.0

สำหรับ "ส้มโอทับทิมสยาม" มีแหล่งปลูกที่ได้คุณภาพมีเพียงพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังเพียงแห่งเดียวเท่านั้น โดยผลผลิตส่งจำหน่ายใน 5 ประเทศ ประกอบด้วย จีน (5 มณฑล) เวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย และฮ่องกง ในปัจจุบันมีเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังหันมาปลูกส้มโอทับทิมสยามเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ปีละหลายร้อยล้านบาท แต่ส้มโอทับทิมสยามยังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาดต่างประเทศ จึงนับเป็นโอกาสทองของเกษตรกรในลุ่มน้ำปากพนังที่จะหันมาปลูกส้มโอทับทิมสยามให้มากขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง