ทช.เกาะติดสถานการณ์ สัตว์ทะเลหายากเกยตื้นปลุกกระแสอนุรักษ์-ลั่นหยุดคุกคาม

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม 2562 00:00:17 น.

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เปิดเผยว่า จากกรณีเจ้าหน้าที่ของ ทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันให้ความช่วยเหลือ "มาเรียม" พะยูนน้อยหลงฝูง จนเกิดกระแสการอนุรักษ์พะยูน สัตว์ทะเล รวมถึงทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในหมู่คนไทยอย่างแพร่หลาย ขณะที่ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันเจ้าหน้าที่ยังได้ให้ความช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก เช่น พะยูนหลงฝูง "ยามีล" เต่าทะเลบาดเจ็บ และ "โฮป" ลูกวาฬหัวทุยแคระ ซึ่งถูกพบเกยตื้นพื้นที่บริเวณชายหาดบ้านในไร่ ต.นาเตย อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา

ดังนั้น เพื่อเป็นการขยายผลกระแสการอนุรักษ์สัตว์ทะเลและทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้เกิดความต่อเนื่อง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จึงได้มีการลงพื้นที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามัน จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ที่ผ่านมา  เพื่อติดตามสถานการณ์สัตว์ทะเลหายาก และความคืบหน้าการฟื้นฟูสัตว์ทะเลที่ได้รับความช่วยเหลือ

สำหรับลูกพะยูน "ยามีล" อายุประมาณ 3 เดือน ถูกพบพลัดหลงจากแม่มาเกยตื้นบริเวณบ้านบ่อม่วง ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2562 ในสภาพอ่อนแรงและมีรอยแผลฉกรรจ์ตามร่างกายกว่า 50% จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ทำให้ไม่สามารถส่งไปอนุบาลในพื้นที่เปิดได้โดยเจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้าย "ยามีล" มาดูแลที่บ่อเลี้ยงในระบบปิดของ ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน (ศวทม.) จ.ภูเก็ต

ทั้งนี้ตลอดระยะเวลากว่า 1 เดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ดูแลทั้งด้านโภชนาการด้วยการให้นม อาหารเสริม และหญ้าทะเลในปริมาณที่เหมาะสม รวมทั้งมีรักษาบาดแผลและตรวจวัดสุขภาพ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ การหายใจ การทำงานของทางเดินอาหาร และการขับถ่าย โดยปัจจุบันพบว่า สุขภาพทั่วไปแข็งแรงขึ้น ความสมบูรณ์ของร่างกายอยู่ในระดับปกติ รอยด่างขาวบนร่างกายซึ่งเกิดจากภาวะความเครียดลดลง การขับถ่ายและการหายใจปกติ สามารถว่ายน้ำได้ดี อย่างไรก็ตามยังคงต้องได้รับการดูแลและสังเกตการณ์ในระบบปิดต่อไปอีกระยะ ก่อนพิจารณาแนวทางการฟื้นฟูในลำดับต่อไป

ส่วนกรณีลูกวาฬหัวทุยแคระ "โฮป" เจ้าหน้าที่ได้เข้าให้การช่วยเหลือเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2562 หลังได้รับแจ้งพบวาฬหัวทุย 2 ตัว มาเกยตื้นบริเวณชายหาดบ้านในไร่ ต.นาเตย อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา จึงเข้าให้ความช่วยเหลือ แต่เมื่อไปถึงพบว่าเสียชีวิตไปแล้ว 1 ตัว เป็นวาฬเพศเมียความยาว 2.40 เมตร หนัก 150 กก. ส่วนอีกตัวคือ "โฮป" คาดว่าเป็นลูกของตัวที่เสียชีวิต เป็นวาฬเพศผู้ความยาว 110 ซ.ม. หนัก 15 กก. จึงได้ทำการเคลื่อนย้ายมาอนุบาลที่ ศวทม.ภูเก็ต

ล่าสุด เมื่อเวลา 23.23 น. ของวันที่ 12 สิงหาคม ลูกวาฬทุยหัวแคระ ได้สิ้นใจตาย จากภาวะ ช็อค ติดเชื้อในร่างกาย หลังถูกนำมารักษาเกือบ10 วัน ที่ศูนย์วิจัยทางทะเลชายฝั่งอันดามันภูเก็ต ทช. สาเหตุจากการตรวจผลทางโลหิตวิทยา พบภาวะการติดเชื้อในร่างกาย มีภาวะการแห้งน้ำรุนแรง พบค่าการทำงานของตับและไตสูง และมีภาวะกล้ามเนื้ออักเสบ ผลการตรวจอัลตราซาวด์ พบแก๊สในกระเพาะอาหารและลำไส้จำนวนมาก และมีการเคลื่อนไหวของลำไส้มากกว่าปกติ และสาเหตุการเสียชีวิต เกิดจากภาวะช๊อค (Pain and Septic Shock) การติดเชื้อในร่างกาย (Sepsis) และภาวะการแห้งน้ำอย่างรุนแรง (Severe Dehydrate)

"การสูญเสียครั้งนี้ นำมาซึ่งความโศกเศร้าเสียใจให้กับพวกเราทุกคน ไม่ใช่การสูญเสียครั้งแรกที่เกิดขึ้น  ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคนไทยทุกคน รวมถึงนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่เดินทางมาเยือนสถานที่ท่องเที่ยวตลอด 2 แนวชายฝั่งทะเลของประเทศไทย ให้เกิดความตระหนักจิตสำนึกในการดูแลป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายใดๆ กับสัตวทะเล รวมถึงร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เช่น การไม่ทิ้งขยะพลาสติก หยุดคุกคาม งดการล่า และการไม่รุกล้ำเข้าไปทำกิจกรรมใดๆ ในพื้นที่หวงห้าม หรือทำลายแหล่งอาหารของสัตว์ เพื่อทำให้สัตว์และธรรมชาติเหล่านี้อยู่คู่กับพวกเราไปตราบนานเท่านาน" อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง