คอลัมน์ปักธงธรรม: จิตเนรคุณ .. หายนะของสัตว์โลก!!

ข่าวทั่วไป 16 สิงหาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

โดย.. พระ อ.อารยวังโส

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา มี ธรรมคติ สอนใจที่ผู้มีอำนาจวาสนาในบ้านเมืองควรพิจารณาเรื่องหนึ่งจากชาดก กรณี.. ชาวนาผู้มีใจทรามหลงทางอยู่ในป่า เพราะตามหาโค ต่อมามีลิงใจการุณย์มาช่วยเหลือ พามาส่งยังถิ่นของมนุษย์ แต่ในขณะอยู่ในระหว่างทางได้ทำกรรมชั่วอย่างหนัก โดยทำร้ายลิงผู้มีความเมตตากรุณา เพื่อหวังฆ่าให้ตายด้วยการใช้ก้อนหินทุบหัวลิง จะได้เอาเนื้อมาเป็นอาหาร แต่ลิงใจอารีดังกล่าวไม่ตาย ได้แต่หัวแตกเลือดไหลโชกบาดเจ็บสาหัส และได้กดข่มความโกรธเอาไว้ ไม่ให้จิตนั้นตกไปจากกุศล จนนำพาชาวนาผู้มีใจทรามดังกล่าว ส่งถึงทางออกจากป่าไปยังถิ่นของมนุษย์ได้อย่างปลอดภัย

ต่อมา แม้ชาวนาเนรคุณดังกล่าวจะออกป่ารอดตายมาได้ แต่ดีใจได้เพียงชั่วครู่ ด้วยกฎแห่งกรรมไม่เคยละทิ้งความยุติธรรม ที่กำกับสรรพสิ่งทั้งหลายที่มีชีวิตจิตวิญญาณให้เป็นไปตามธรรมชาติ จึงมีเหตุสืบส่งผลอันเป็นไปตามกฎแห่งกรรม ให้ชาวนาใจพาลหยาบช้ามีร่างกายเกิดผื่นคัน เป็นกลากเกลื้อนโรคเรื้อน ผุดขึ้นเต็มตัวทั่วร่างกาย จนร่างกายคล้ายเปรต ได้รับทุกขเวทนาแสนสาหัส ชิ้นเนื้อหลุดลุ่ยออกเป็นแผ่น ฝีผุดเท่ามะตูมครึ่งลูก แตกน้ำเลือดน้ำเหลืองให้ไหลนองคล้ายซากศพ และถึงแม้ต้องรับอาการทุกขเวทนาแสนสาหัสดังกล่าว แต่ชาวนาผู้มีใจพาลก็มิได้ทราบถึงสาเหตุว่า แท้จริงเป็นพิษที่ก่อเกิดขึ้นมาจาก จิตเนรคุณ

ในบั้นปลายชีวิต จึงใช้ชีวิตดุจซากเปรตเดินได้ เมื่อเดินทางไปในทิศใดจึงให้ต้องน่ารังเกียจ ถูกชาวบ้านชาวเมืองทั้งชาย-หญิง พากันถือท่อนไม้ไล่ทุบตีให้ออกไป ชาวนาเปรตได้เสวยทุกขเวทนาปานนี้อยู่ถึง ๗ ปี โดยในปีที่ ๗ พระราชาผู้ปกครองบ้านเมืองได้มาพบเห็นเข้า จึงตรัสถามถึงสาเหตุที่ชาวนามีสภาพร่างกายเป็นเช่นนี้ ชาวนาเปรตได้ทูลเล่าเหตุการณ์เมื่อ ๗ ปีที่แล้วโดยละเอียด แล้วกล่าวอย่างสำนึกผิดว่า

"ใครอย่าได้คิดทำร้ายต่อมิตรเป็นอันขาด เพราะผู้ทำร้ายมิตรจักเป็นคนทรามในโลก ผู้ทำร้ายมิตรย่อมเป็นโรคเรื้อนเกลื้อนกลาก ผู้นั้นย่อมมีสภาพเช่นเรานี้ แม้ตายไปก็ต้องตกนรกหมกไหม้อีกยาวนาน เพื่อเสวยบาปกรรมที่กระทำไว้..."

เมื่อชาวนาเปรตดังกล่าวได้กล่าวจบ ก็ได้วาระพ้นกรรมในโลกมนุษย์ ไปเสวยผลกรรมในอเวจีมหานรกต่อไป ด้วยแผ่นดินได้แยกช่องออกแล้ว ไฟร้อนแรงพุ่งขึ้นมาจากรอยแยก หอบเอาชาวนาไปชดใช้กรรมในอเวจีสืบไป ต่อหน้าพระราชาที่ตื่นตะลึง ตระหนกในฤทธิ์เดชของกฎเกณฑ์กรรมที่ให้เห็นในบัดนั้น จึงเสด็จกลับสู่พระนครด้วยความสังเวช... ในท้ายเรื่องดังกล่าว พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประชุมชาดกว่า ชาวนาผู้ประทุษร้ายมิตรในครั้งนั้น มาเป็น พระเทวทัต ส่วน วานรบัณฑิตมาเป็นตถาคตเอง...

จากเรื่องดังกล่าว ชาวพุทธผู้ใส่ใจในการปฏิบัติธรรม รู้จักเข้าวัดฟังธรรม คงเคยได้ยินได้ฟังมาบ้าง แต่ที่นำมาเล่าในครั้งนี้ เพื่อต้องการชักชวนให้รู้จักพินิจพิจารณาถึงผลพวงของการ กระทำที่เรียกว่า วิบากกรรม อันต้องเกิดขึ้นและเป็นไปตาม การกระทำหรือกรรม นั้นๆ ที่เจ้าของผู้กระทำ (กรรม) จักต้องรับผลของกรรมนั้นอย่างยุติธรรม โดยไม่ต้องไปขึ้นโรงขึ้นศาลให้พิพากษา

เป็นคดีโลก...

ในสังคมปัจจุบัน เรามีสัตว์มนุษย์เผ่าพันธุ์เดียวกับ ชาวนาเนรคุณ มากมายกว่าแต่ก่อน ทั้งนี้ เพราะหมู่สัตว์ห่างไกลการศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนที่ว่าด้วย สัจธรรม ที่ปรากฏในธรรมชาติ

การไม่มีความรู้-ไร้ความเข้าใจในหลักธรรม จึงทำให้จิตใจพิการมืดบอด มองไม่เห็นความเป็นจริงในเรื่อง กฎแห่งกรรม จึงไร้ความศรัทธาในกรรม .. ไม่เชื่อในวิบาก .. จนก่อเกิดความเห็นผิดไปจากธรรม จึงปฏิเสธการที่เป็นสัตว์อาศัยกรรมไปโดยปริยาย...

จึงไม่แปลกที่คนรุ่นใหม่ ใจเร็ว สมาธิสั้น ที่อ้างอิงวิทยาการทางโลกจนละทิ้งความเข้าใจในทางธรรมไปอย่างสิ้นเชิง... จึงกล้าเหิมเกริมในการคิด อ่าน ทำ ด้วยจิตสำนึกที่ต่ำกว่าความเป็นคน แม้กับแผ่นดินที่มากไปด้วยคุณานุประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตที่เกิดมาอาศัยแผ่นดินนั้น ...จึงยากนักที่คนประเภทนี้จะเข้าใจในจิตวิญญาณหรือหัวใจของแผ่นดิน ที่บรรพชนสืบสานส่งต่อกันมา ผ่านบุคคล องค์กร .. สถาบัน ที่ก่อร่างสร้างประเทศชาติลงบนแผ่นดินนั้นๆ .... จนสำเร็จความเป็นชาติไทยในปัจจุบัน

การทำหน้าที่ปกปักรักษาคุ้มครองแผ่นดิน เพื่อจะได้เป็นที่อยู่อาศัยของหมู่ชน ที่มากไปด้วยอุปนิสัยและมวลหมู่สัตว์ทุกฐานะทั้งหลาย ให้ได้อยู่เย็นเป็นสุข จึงเป็นภารกิจอันยิ่งใหญ่ของ ผู้ที่มีกำลังบารมีพร้อมสรรพกำลัง ซึ่งได้รับการยกย่องจากประชาคมของแผ่นดินนั้น ให้ดำรงฐานะ พระเจ้าแผ่นดิน

ความหมายอันทรงคุณค่าของ พระเจ้าแผ่นดิน จึงซึมซาบอยู่ในจิตวิญญาณของหมู่ชน ที่ถูกอบรมสั่งสอนให้รู้คุณอย่างมิมีเสื่อมคลายมายาวนาน จนสามารถสืบสานจิตใจให้เป็นหนึ่งเดียวกันด้วย จิตกตัญญูกตเวทิตา ของประชาชาตินั้น จนก่อเกิดความสมานไมตรีจิตให้รู้รักสามัคคีเกิดขึ้นในระหว่างหมู่ชน เพื่อดำเนินตามรอยบาทของผู้นำแห่งแผ่นดิน ไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์ เจริญก้าวหน้าวิวัฒนาสถาพร จนเป็นราชอาณาจักรที่มั่งคั่งไปด้วยความสุขของชนในแผ่นดินนั้น

บัณฑิตผู้รู้ในทุกสมัย จึงอบรมสั่งสอนให้อนุชนรุ่นหลัง ได้มีจิตสำนึกที่รู้คุณ .. ไม่เนรคุณ โดยการปฏิบัติตนให้เป็นไปตามธรรมที่ผู้ปกครองแผ่นดินนำมาใช้เพื่อประโยชน์แห่งมหาชน ... โดยประกาศเป็นนโยบายธรรมาธิปไตย ที่เรียกว่า"รัฏฐาภิปาลโนบาย" มี ๓ ขั้น คือ

๑.ธรรมประวัติ

๒.ธรรมวิธาน

๓.ธรรมานุศาสนีย์

พสกนิกรชาวไทยจึงได้เห็นแบบอย่างของผู้ปกครองแผ่นดินสมฐานะพระราชาผู้ทรงธรรมด้วยการ ประพฤติธรรม เคารพธรรม และปฏิบัติธรรมต่อมนุษย์และสัตว์มนุษย์ ตามสมควรแก่บุคคลนั้นๆ และทรงปฏิบัติตนเป็นต้นแบบเพื่อให้สมกับฐานะ จึงเข้าหาครูบาอาจารย์หรือสมณะผู้ทรงธรรม เพื่อจะได้ศึกษาให้รู้เข้าใจในธรรมใดที่เป็นกุศล ควรถือปฏิบัติธรรมใดที่เป็นอกุศล อันไม่ควรถือปฏิบัติ เพื่อนำมาปฏิบัติด้วยตนเองจนเป็นแบบอย่าง ที่เรียกว่า "ธรรมประวัติ"

          เมื่อมีความรู้ ความเข้าใจ ในธรรมที่ศึกษาปฏิบัติแล้วด้วยตนเอง จึงมีพระมหากรุณาต่อพสกนิกร ผู้ใต้ปกครอง ด้วยการประกาศหลัก         ธรรมนั้นๆ เป็นนโยบายธรรม เพื่อหมู่ชนได้พากันถือปฏิบัติตาม จะได้ถึงประโยชน์และความสุข .. ดังเช่น พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในรัชกาลที่ ๙ ที่ทรงกระทำสืบเนื่องมาโดยตลอด จนถึงในสมัยรัชกาลปัจจุบัน อันเป็นไปตามแนวทาง รัฏฐาภิปาลโนบาย ที่เรียกว่า "ธรรมนุศาสนีย์"

ความเป็นปึกแผ่นมั่นคงของแผ่นดิน จึงเกิดขึ้นด้วยการสืบเนื่อง "หัวใจธรรมแห่งแผ่นดิน" อย่างมีระบบระเบียบแบบแผนที่ชัดเจน... จึงทำให้บรรพชนของแผ่นดินมีนิสัยเมตตากรุณา .. ที่แสดงออกด้วยการยิ้มแย้มแจ่มใสอย่างจริงใจต่อเพื่อนร่วมประเทศชาติ ดุจญาติมิตร สังคมไทยจึงมีลักษณะเป็นสังคมเครือญาติ .. ให้ความโอบอ้อมอารีต่อกันและกัน และมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ดังที่ปรากฏในวัฒนธรรมประเพณีของชาวไทยที่สืบเนื่องถึงปัจจุบัน ซึ่งสืบปฏิปทาตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง

ชาวไทยจึงมีใจกตัญญูรู้คุณ .. ไม่เนรคุณ รู้จักปกป้องหัวใจของแผ่นดินไทย แม้ต้องแลกด้วยเลือดเนื้อและชีวิต ดังปรากฏในทุกวิกฤตการณ์ของแผ่นดิน ...ชาวไทยจึงมีแผ่นดินไทยให้อาศัยดำรงชีวิตด้วยความสงบสุขมาช้านาน แม้ถึงในปัจจุบัน...

ประวัติศาสตร์ชาติไทย .. จึงสูงค่าสง่างามอย่างยิ่ง ที่ปรากฏเป็นเรื่องราวในการส่ง สาน สืบแผ่นดินจากอดีตจนมาถึงวันนี้ .. ซึ่งมิควรเลยที่บุคคลอาศัยบนแผ่นดินอันสูงค่านี้ จะได้เกิดจิตเนรคุณคิดทำร้ายทำลาย .. หากเขาเหล่านั้นยังมีหัวใจเป็น ชาวไทย ที่กตัญญูรู้คุณในแผ่นดินแท้จริง.....

เจริญพร

dhamma_araya@hotmail.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ